จะทวงคืนความยุติธรรมให้นักโทษคดีทางการเมืองได้อย่างไร? บีบีซีไทยถาม ทักษิณตอบ

ที่มาของภาพ : Wasawas Lukharang/BBC Thai

ทักษิณ ใช้เวลา 1 คืน 2 วันใน จ.อุดรธานี ที่ถูกขนานนามว่า “เมืองหลวงคนเสื้อแดง” เพื่อขึ้นปราศรัย 3 เวที

  • Creator, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
  • Feature, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ตอบคำถามชัดเจนว่าจะทวงคืนความยุติธรรมให้นักโทษคดีการเมืองได้อย่างไร พร้อมตัดพ้อว่าตัวเองเป็น “เหยื่อรายหนึ่ง” ของคดี 112

ตลอดเวลา 2 วัน ในระหว่างเปิดปราศรัยใน จ.อุดรธานี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (ทรท.) เน้นย้ำหลายครั้งว่า “ผมกลับมาแล้ว”

อะไรคือ “ข้อมูลใหม่” ที่ทำให้อดีต “ผู้นำพเนจร” ผู้เคย “ขออนุญาตกลับบ้านมาเลี้ยงหลาน” เมื่อปี 2566 ตัดสินใจกระโดดขึ้นสู่เวทีหาเสียงทางการเมืองอย่างเป็นทางการ?

“ก็ไม่มีอะไรหรอก ก็อยากช่วยบ้านเมือง ในฐานะคนเคยเป็นอดีตนายกฯ เป็นคนไทย มันอดไม่ได้ที่จะห่วงใยบ้านเมือง เห็นอะไรไม่ดี ก็อดไม่ได้ ถึงต้องตั้งตำแหน่ง สทร. ให้ตัวเอง” ทักษิณ ตอบคำถามบีบีซีไทย

ในระหว่างขึ้นปราศรัยครั้งแรกในรอบ 18 ปีที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เย็นวานนี้ (13 พ.ย.) อดีตนายกฯ วัย 75 ปี ประกาศตั้งตำแหน่ง สทร. ให้ตัวเอง พร้อมระบุความหมายเอาไว้ว่า “เสือกทุกเรื่อง” หากเห็นอะไรน่ารำคาญต้องตะโกนโวยวายในฐานะประชาชนคนชรา

and proceed readingเรื่องแนะนำ

Halt of เรื่องแนะนำ

เขายังเปิดเผยความรู้สึกต่อหน้าประชาชนชาวอุดรฯ ว่า “เวลาได้มาเห็นพี่น้องเยอะ ๆ หัวใจมันพองโต” และเตรียม “ขอไปเยี่ยมประชาชนทุกที่ที่ไม่ลืมกัน”

จึงน่าสนใจว่าผู้นำตระกูลชินวัตรและอดีตผู้นำพรรครัฐบาลจัดความสำคัญอย่างไร ระหว่าง การดูแลครอบครัวชินวัตร กับ การทำให้พรรคเพื่อไทย (พท.) กลับมายิ่งใหญ่-ชนะเลือกตั้งอีกครั้ง?

ทักษิณ ตอบเพียงว่า “ไม่มีอะไร ทำอยู่แล้ว”

เมื่อให้มองจากสายตาของคนที่อยู่นอกประเทศ 17 ปี ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดในการเมืองไทยที่ ทักษิณ เห็นคือการเมือง “แย่ลง” และ “ไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร” การเมืองต้องเข้มแข็งกว่านี้ถึงจะแก้ไขปัญหาประเทศชาติได้

ที่มาของภาพ : Wasawas Lukharang/BBC Thai

ประชาชนร่วมฟังการปราศรัยของ ทักษิณ ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อ 14 พ.ย.

หนึ่งในวาทะสำคัญของ ทักษิณ ที่เกิดขึ้นบนเวทีปราศรัยที่ 2 ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ช่วงเช้าวันนี้ (14 พ.ย.) ว่าด้วยเรื่อง “ความเท่าเทียม”

ทักษิณ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) กับพรรคประชาชน (ปชน.) หรือพรรคสีส้มนั้น มีความเหมือนกันคือเรื่องของความเท่าเทียม

“แต่ความเท่าเทียมของพรรคประชาชนบอกว่าทุกคนต้องฐานะหรือสถานะเท่ากัน มันไม่ได้หรอก พ่อกับลูก มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเท่าเทียมกัน แต่พรรคเพื่อไทย ความเท่าเทียมคือความเท่าเทียมทางโอกาส พยายามอย่างยิ่งที่เปิดโอกาสให้คนยากจนได้รับโอกาสเท่าเทียมกัน” ทักษิณ ปราศรัยตอนหนึ่ง

เมื่อตอนนี้เราอยู่ในจังหวัดที่ถูกขนานนามว่า “เมืองหลวงของคนเสื้อแดง” บีบีซีไทยจึงนำคำว่า “ความเท่าเทียมทางโอกาส” ของ ทักษิณ มาตั้งคำถามต่อไปว่า พอระบุเป็นเจตจำนงได้หรือไม่ว่าจะสามารถทวงคืนความยุติธรรมให้กับนักโทษคดีทางการเมืองได้อย่างไร?

อดีตนายกฯ อธิบายว่า “อันนี้มันมีความซับซ้อนหลายอย่าง จริง ๆ แล้วเรื่องการเมือง หลังจากที่ผมโดนปฏิวัติ ก็ไล่ห้ำหั่นกันในทางการเมือง และต่อมาจนถึง ปู (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 น้องสาวของ ทักษิณ) โดนปฏิวัติเหมือนกัน หลังจากนั้นก็ผสมโรงด้วยคนต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ผมจะพูดบนเวทีมากกว่านี้ จะได้เห็นความชัดเจนมากขึ้น”

เมื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการนิรโทษกรรมคดีการเมืองระลอกใหม่ดูจะไม่ง่ายนัก เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลตั้งเงื่อนแง่ไม่นิรโทษกรรมคดีมาตรา 110 และมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา?

เกี่ยวกับเรื่องนี้ บิดาของหัวหน้าพรรคแกนนำรัฐบาลกล่าวว่า คดี 112 เป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลให้สัตยาบันกันไว้ว่าเราจะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เราจะไม่แตะเรื่อง 112 แต่จริง ๆ ตัว 112 ปัญหามันอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย

“ผมก็เป็นเหยื่อรายหนึ่ง แล้วการบังคับใช้กฎหมาย จุดมันอย่างนี้ สมมติคนที่รับคดีครั้งแรกบอกว่า เดี๋ยวก็จะหาว่าไม่จงรักภักดี ฟ้องไว้ก่อนทั้ง ๆ ที่หลักฐานไม่มี คนที่สองไม่ฟ้องเดี๋ยวก็จะโดนอีก จึงฟ้อง ๆ มา โดยที่ไม่ได้ดูความถูกต้องของหลักพยานหลักฐาน เลยทำให้จริง ๆ แล้วการจงรักภักดีในลักษณะนี้ไม่ถูกต้อง การจงรักภักดีที่ถูกต้องคือการรักษากฎหมายที่เกิดความเป็นธรรม อันนี้คือสิ่งที่ต้องแก้ไข แต่ก็ไม่ง่ายในการแก้ ต้องใช้เวลา แต่เดี๋ยวจะแก้ให้” ทักษิณ ให้ความเห็น

ที่มาของภาพ : Thai News Pix

รัฐบาล 377 เสียงภายใต้การนำของ ทักษิณ ต้องพ้นจากอำนาจด้วยรัฐประหารปี 2549 โดย 1 ใน 4 เหตุผลที่คณะรัฐประหารใช้เป็น “ข้ออ้าง” ในการยึดอำนาจหนนั้นก็คือเรื่องความไม่จงรักภักดี

ปัจจุบัน ทักษิณ มีสถานะเป็นจำเลยคดี 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันฯ ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับภายหลังรัฐประหารปี 2557 โดยมีนายทหารเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเขา

อะไรที่ทำให้ข้อหาไม่จงรักภักดีใช้ได้ผลเสมอในทางการเมืองไทย บีบีซีไทยถาม

“ก็การเมืองไงครับ ดูสิ ผมนี่โดนหนักที่สุด ทั้ง ๆ ที่เป็นคนที่ถวายงานที่สุด แต่ด้วยความหมั่นไส้ เป็นเรื่องธรรมดา” อดีตนายกฯ ตอบ

เมื่อให้ชายที่บอกว่าตัวเองคือ “เหยื่อ” เปรียบเทียบบริบทของแต่ละเหตุการณ์ ตั้งแต่แต่รัฐประหารปี 2549 รัฐประหารปี 2557 จนถึงมีพรรคการเมืองถูกยุบพรรค เพราะมีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 อะไรคือความเหมือน-ความต่าง?

ทักษิณ เปิดเผยว่า จริง ๆ แล้วเคยคุยกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และประธานคณะก้าวหน้า และนำบทสนทนามาถ่ายทอด

“ผมบอกว่า ผมก็โดน (ยุบ) 3 พรรค แล้วไปอยู่เมืองนอกตั้ง 17 ปี ดังนั้นยังไงขอให้เราช่วยทำงานให้บ้านเมืองเป็นหลัก อย่าไปพยายามรื้อโครงสร้างจนมากเกินไป ถ้าเราแก้ปัญหาด้วยหลักการ และเอาบ้านเมืองให้อยู่ได้ มันจะดีที่สุด อย่าไปคิดถึงสิ่งที่มีอยู่ สิ่งที่ประชาชนคนไทยเคารพนับถือซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของสถาบันฯ เราต้องจรรโลงอย่างเดียว” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม ทักษิณ ออกตัวว่า ไม่ได้บอกว่า ธนาธร หรือพรรคก้าวไกลจะไม่จงรักภักดี แต่ต้องมีวิธีการ ยึดหลักให้ถูกต้องของบ้านเมือง อย่าไปมุ่งหาเสียง บางทีจุดโฆษณามันอันตราย กว่าความตั้งใจที่จะทำ

แล้วถ้าจะแก้ปัญหานี้โดยไม่แตะโครงสร้าง จะต้องทำอย่างไร?

ทักษิณ ไม่ได้ลงรายละเอียด โดยบอกเพียงว่า ก็ทำตามหลักการของกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่ดี ก็ต้องแก้ไขกฎหมายไปทีละขั้นตอน ไม่ใช่บอกว่ากฎหมายไม่ดี ต้องไม่ทำเลย กฎหมายมันมีอยู่ก็ต้องเคารพ

ที่มาของภาพ : Thai News Pix

ทักษิณยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ก่อนมีพระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยลดโทษให้ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ จากจำคุก 3 คดี รวมเวลา 8 ปี เหลือโทษจำคุก 1 ปี

ทักษิณ เดินทางกลับไทยเมื่อ 22 ส.ค. 2566 วันเดียวกับการได้คนเพื่อไทยเป็นหัวหน้า “รัฐบาลข้ามขั้ว” เมื่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติเลือก เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ คนที่ 30 ก่อนเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองต้องเปลี่ยนตัวผู้นำ เป็น แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ คนที่ 31

ในรอบปีที่ผ่านมา พรรค พท. ต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องจากการ “รับโทษนอกเรือนจำ” ของ ทักษิณ ซึ่งถูกย้ายตัวไปนอนรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 ตั้งแต่คืนแรกที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงไม่ได้นอนเรือนจำแม้แต่วันเดียว กระทั่งได้รับการพักโทษตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ และได้รับการอภัยโทษกรณีวันมหามงคล จึงกลายเป็นผู้บริสุทธิ์เต็มตัว

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้คำจำกัดความกับบีบีซีไทยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “อภิสิทธิ์โจ๋งครึ่ม” โดยหมายถึงความไม่เท่าเทียมทางกฎหมายที่เกิดจากการให้อภิสิทธิ์แก่ฝ่ายที่ให้ความมั่นคงต่อรัฐ

ธนาธร โต้ ทักษิณ ไม่เคยคุยเรื่อง 112

ต่อมาในช่วงค่ำ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ ปฏิเสธว่าไม่เคยพูดคุยตกลงกับ ทักษิณ เรื่อง 112 โดยระบุว่า ทักษิณ รู้ดีที่สุดว่าเหตุผลที่ก้าวไกลและเพื่อไทยไม่ได้ร่วมรัฐบาลกัน ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 เลย

“สิ่งที่คุณทักษิณกล่าว อาจทำให้คนทั่วเข้าใจไปได้ว่าผมเคยคุยกับคุณทักษิณเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 หรือมีความคิดรุนแรงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่ได้พูดคุยตกลงอะไรกันเรื่องนี้เลย การพูดคลุมเครือแบบที่คุณทักษิณกล่าวในวันนี้ ยังเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งต่อพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน เพื่อพยายามสร้างความเข้าใจในหมู่ประชาชนว่าเหตุที่ดีลร่วมรัฐบาลล่ม เป็นเพราะพรรคก้าวไกลไม่ยอมลดราวาศอกเรื่อง 112” ธนาธร ระบุ

เขาย้ำว่า 112 ไม่ใช่เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล และไม่เคยอยู่ในเงื่อนไขตั้งแต่แรก ไม่มีอยู่ในบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมรัฐบาลที่เซ็นร่วมกันและเป็นที่รับรู้ต่อสาธารณะ

ในทางกลับกัน ธนาธร มองว่า ทักษิณ น่าจะเป็นคนที่เข้าใจปัญหาโครงสร้างดีที่สุด “แทนที่จะร่วมแก้ปัญหา กลับเลือกเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา”

เขาทราบดีว่าการแก้ไขปัญหาโครงสร้างที่สั่งสมมาหลายสิบปีของประเทศไม่ใช่สิ่งที่ ‘ลัดขั้นตอน’ ได้ แต่ต้องทำงานความคิดอย่างหนักและต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมเห็นชอบร่วมกัน และแก้ปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

“ไม่แก้ปัญหาโครงสร้าง ก็ปะผุประเทศไทยกันต่อไป” เขาระบุตอนหนึ่งในเฟซบุ๊ก