ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับเรื่องไว้วินิจฉัย หลัง ประธานวุฒิฯ พร้อม 42 สว.ยื่นเรื่องให้ศาลสอบเหตุ ‘ภูมิธรรม-ทวี’ ฝ่าฝืนจริยธรรม ปมกล่าวหาใช้ DSI แทรกแซงกระบวนการตรวจสอบเลือกตั้ง สว.ของ กกต.
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 มี.ค. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจกกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้รับเรื่องไว้วินิจฉัย ในกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภา รวม 42 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานกรรมการคดีพิเศษ ผู้ถูกร้องที่ 1 และ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองประธานกรรมการคดีพิเศษ ผู้ถูกร้องที่ 2 ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความ เป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
โดยความเป็นมาเรื่องนี้มาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI เสนอเรื่องขอให้ตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ต่อคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อมีมติให้ การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ 2547 และที่แก้ไข เพิ่มเติม มาตรา 21วรรคหนึ่ง (2) เป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็น การกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและ ฝ่าฝืนหลักนิติธรรม
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพ.ร.ป.ว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 7 (4) และให้ผู้ถูกร้องทั้งสองยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนา คำร้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 54
ส่วนกรณีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งสองหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 รรคสองเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องยังไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ในชั้นนี้ยังไม่สั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งสองหยุดปฏิบัติหน้าที่ และแจ้งให้คู่กรณี ได้แก่ ประธานวุฒิสภา และนายภูมิธรรม ผู้ถูกร้องที่ 1และ พ.ต.อ ทวี สอดส่อง ผู้ถูกร้องที่ 2 ทราบ
ที่มา สำนักข่าวอิศรา ( isranews.org )