
รู้จัก “เจฟฟรีย์ เอปสตีน” ผู้กระทำผิดทางเพศที่เคยรู้จักคนดังระดับโลกมากมาย

ที่มาของภาพ : US Division of Justice
“ผมไม่ใช่พวกนักล่าเหยื่อทางเพศ แต่เป็นผู้กระทำผิดล่วงละเมิดกฎหมาย” เจฟฟรีย์ เอปสตีน ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์เมื่อปี 2011 “มันต่างกันอยู่นะ ฆาตกรใจโหดกับคนที่ขโมยขนมปังเพียงชิ้นเดียว”
เอปสตีนเสียชีวิตในเรือนจำนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2019 ในขณะที่ถูกคุมขังเพื่อรอการไต่สวนของศาล โดยไม่มีโอกาสยื่นขอประกันตัว ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าค้ากามและค้ามนุษย์
การถูกจับกุมและดำเนินคดีในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากศาลตัดสินว่าเขามีความผิดจริง ในข้อหาล่อลวงผู้เยาว์ให้ค้าบริการทางเพศเมื่อสิบปีก่อน ทำให้เอปสตีนถูกทางการขึ้นทะเบียนเป็นผู้กระทำผิดทางเพศ (sex offender) นับแต่นั้นเป็นต้นมา
ครั้งล่าสุดนี้เขาถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง “เครือข่ายมหึมา” ของธุรกิจค้ากามเด็กหญิงที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมาย ซึ่งเอปสตีนได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

เมื่อเดือน พ.ย. ปี 2025 ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ หรือที่รู้จักกันในชื่อของสภาคองเกรส ต่างลงมติด้วยคะแนนเสียงล้นหลาม เห็นชอบให้ผ่านร่างกฎหมายเปิดเผยข้อมูลในคดีของเอปสตีน (Epstein Recordsdata Transparency Act) ไม่นานหลังจากนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ลงนามเห็นชอบให้ออกกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมีผลเป็นคำสั่งให้กระทรวงยุติธรรม ต้องเปิดเผยเอกสารและข้อมูลทั้งหมดจากการสอบสวนคดีอาญาของเอปสตีน ภายในวันที่ 19 ธ.ค. ของปีที่แล้ว
ต่อมาในวันที่ 30 ม.ค. 2026 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยแฟ้มข้อมูลนับล้านไฟล์ออกสู่สายตาของสาธารณชน รวมถึงคลิปวิดีโอหนึ่งที่เอปสตีนถูกตั้งคำถามว่า “คุณคิดว่าตัวเองเป็นปีศาจมารร้ายหรือเปล่า ?” ซึ่งเอปสตีนพูดตอบกลับไปว่า “ผมมีกระจกส่องคุณภาพดีนะ”
คลิปวิดีโอฉบับเต็มของการสอบปากคำครั้งนี้ มีความยาวถึงสองชั่วโมง แต่ไม่ปรากฏข้อมูลว่าใครคือผู้สอบปากคำ รวมทั้งไม่ทราบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อใดและด้วยวัตถุประสงค์อะไรกันแน่
นายทอดด์ บลานช์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า การเปิดเผยเอกสารและแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับคดีของเอปสตีนเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. “เป็นเสมือนจุดสิ้นสุดของกระบวนการตรวจสอบเอกสารและข้อมูลครั้งใหญ่”
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุดCease of ได้รับความนิยมสูงสุด
อย่างไรก็ตาม นักรณรงค์เคลื่อนไหวทางการเมืองบางกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกพรรคเดโมแครตซึ่งเป็นฝ่ายค้าน บอกว่าทางกระทรวงยุติธรรมยังคงเก็บเอกสารจำนวนมากเอาไว้ โดยไม่ยอมเปิดเผยออกมาให้ประชาชนสิ้นสงสัย
แต่ถึงกระนั้น ข้อมูลส่วนที่รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ ก็ทำให้เราได้รู้จักถึงแง่มุมต่าง ๆ ในชีวิตของนักการเงินผู้ล่วงลับ รวมถึงวงสังคมชั้นสูงที่เขาสนิทสนมคุ้นเคยได้อย่างชัดแจ้งและลึกซึ้งขึ้น
“เอกบุรุษผู้ยอดเยี่ยม”
เอปสตีนเกิดและเติบโตที่นครนิวยอร์ก เคยเข้าเรียนด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ในมหาวิทยาลัย แต่ก็เรียนไม่จบ ต่อมาในช่วงกลางทศวรรษ 1970 เขาได้เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ที่โรงเรียนเอกชนดัลตันในนครนิวยอร์ก
พ่อของนักเรียนคนหนึ่งที่เอปสตีนสอน ประทับใจในความสามารถอันโดดเด่นของเขามาก จึงได้แนะนำให้รู้จักกับพาร์ตเนอร์ หรือผู้แนะนำการลงทุนอาวุโสคนหนึ่งที่ “แบร์สเทิร์นส์” (Possess Stearns) ธนาคารเพื่อการลงทุนชื่อดังของย่านวอลล์สตรีต
เอปสตีนทำงานเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่นั่น 4 ปี จนต่อมาในปี 1982 เขาได้ก่อตั้งบริษัทการเงินของตนเองชื่อว่า J Epstein and Co ขึ้นมา โดยให้บริการบริหารสินทรัพย์ของนักลงทุนที่มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป บริษัทการเงินแห่งนี้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเพียงชั่วข้ามคืน ทำให้เอปสตีนมั่งคั่งร่ำรวยทันตาเห็น จนสามารถใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไปกับการซื้อคฤหาสน์หรูในรัฐฟลอริดา, บ้านไร่ในรัฐนิวเม็กซิโก, และบ้านพักส่วนตัวที่ว่ากันว่าใหญ่โตโอ่อ่าที่สุดในนครนิวยอร์ก เขายังเปิดตัวในวงสังคมชั้นสูง โดยเริ่มคบหากับศิลปินคนดังและบรรดานักการเมืองด้วย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารนิวยอร์กเมื่อปี 2002 ว่า “ผมรู้จักกับเจฟฟ์มา 15 ปีแล้ว เขาเป็นเอกบุรุษผู้ยอดเยี่ยม” ผู้นำสหรัฐฯ คนปัจจุบันกล่าว “เวลาที่อยู่กับเขาผมรู้สึกสนุกมาก หลายคนถึงกับเล่าลือกันว่า เขาชอบผู้หญิงสวยมาก ๆ เหมือนกับผมเลย ผู้หญิงหลายคนของเขาก็ค่อนข้างจะอ่อนวัยกว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เจฟฟรีย์สนุกสนานกับการเข้าสังคมอย่างมาก”
ในเวลาต่อมา ทรัมป์ออกมาเปิดเผยว่าเขากับเอปสตีนเกิดแตกคอและเริ่มห่างเหินกันไปในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งเป็นเวลาหลายปีก่อนที่เอปสตีนจะถูกจับกุมครั้งแรก ตัวทรัมป์เองก็ยืนกรานปฏิเสธหลายต่อหลายครั้งว่า ไม่เคยร่วมกระทำความผิดทางกฎหมายกับเอปสตีนแต่อย่างใด
ทางทำเนียบขาวยังแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ทรัมป์เคยไล่เอปสตีนออกจากคลับของเขา “เมื่อหลายสิบปีก่อน เพราะเอปสตีนไปลวนลามพนักงานหญิงในคลับของทรัมป์” ตัวผู้นำสหรัฐฯ เองยังเคยกล่าวว่า เอปสตีน “ขโมย” หญิงสาวที่ทำงานในคลับสปาริมชายหาดของรีสอร์ตมาร์-อา-ลาโกไป “เมื่อเขาทำเช่นนั้น มันก็คือจุดจบของตัวเขานั่นเอง”

ที่มาของภาพ : Getty Photos
เอปสตีนมีเพื่อนเป็นคนในวงสังคมชั้นสูงหลายคนเหมือนกับทรัมป์ ทว่าไม่เป็นที่ปรากฏชัดเจน ว่าคนดังและผู้ทรงอิทธิพลเหล่านั้นร่วมกระทำความผิดกับเขาหรือไม่
เมื่อปี 2002 เอปสตีนจัดทริปเดินทางท่องเที่ยวไปยังแอฟริกา ด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ปรับแต่งภายในเป็นพิเศษ โดยมีอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ของสหรัฐฯ และดาราฮอลลีวูดคนดังอย่าง เควิน สเปซีย์ และ คริส ทักเกอร์ ร่วมเดินทางไปด้วย นอกจากนี้เขาและ ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ผู้อำนวยการผลิตภาพยนตร์ชื่อดัง ยังเคยพยายามจะเข้าซื้อกิจการของนิตยสารนิวยอร์กในปี 2003 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในปีเดียวกันเขายังบริจาคเงินอุดหนุน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดด้วย
อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน และนางฮิลลารี คลินตัน ภริยาผู้เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยินดีที่จะให้ขึ้นให้ปากคำต่อสภาคองเกรส ในการไต่สวนกรณีของเอปสตีนแล้ว นอกจากคนทั้งสองนี้ เอปสตีนยังผูกมิตรกับนักการเมืองชาวอังกฤษ อย่าง ปีเตอร์ แมนเดลสัน ซึ่งต่อมาเขาบอกว่ารู้สึกเสียใจที่ไปคบหากับคนอย่างเอปสตีน เพราะความสัมพันธ์นี้ทำให้เขาต้องสูญเสียตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำสหรัฐฯ ในปี 2025 และต่อมาเขายังต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแรงงานอีกด้วย
หลังจากที่ทางการสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลการสอบสวนคดีของเอปสตีนในรอบล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติของสหราชอาณาจักร ก็ได้เริ่มตรวจสอบรายงานเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งกล่าวหาว่าแมนเดลสันได้เผยข้อมูลลับที่มีความอ่อนไหวสูงของรัฐบาลสหราชอาณาจักรแก่เอปสตีน ในตอนที่เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีธุรกิจและการค้าเมื่อปี 2009
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสารของเอปสตีนที่เพิ่งมีการเปิดเผยออกมา แมนเดลสันได้แจ้งข่าวให้เอปสตีนทราบล่วงหน้าก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าสหภาพยุโรปเตรียมจะมอบเงินช่วยเหลือ 500,000 ล้านยูโร เพื่อพยุงค่าเงินยูโรไม่ให้ตกต่ำลงไปอีก
แม้จะมีมิตรสหายในวงสังคมชั้นสูงอยู่มาก แต่ระยะหลังเอปสตีนกลับพยายามเก็บตัวเงียบ หลีกเลี่ยงการออกงานสังคม หรือแม้แต่การไปรับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารหรู
สำหรับชีวิตรักของเขานั้น เอปสตีนเคยคบหากับนางงามสวีเดนอย่าง อีวา แอนเดอร์สสัน ดูบิน และกิสเลน แม็กซ์เวลล์ สาวสังคมชาวอังกฤษ ผู้เป็นทายาทเจ้าของธุรกิจสิ่งพิมพ์รายใหญ่ โรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ แต่ตัวของเอปสตีนเองไม่เคยแต่งงานมีครอบครัวอย่างเป็นจริงเป็นจัง
โรซา มองค์ตัน อดีตซีอีโอของบริษัท Tiffany & Co ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Conceitedness Lovely เมื่อปี 2003 ว่าเอปสตีนนั้น “เป็นคนลึกลับเข้าใจยาก” และเหมือน “ภูเขาน้ำแข็งขนานแท้และดั้งเดิม” เธอยังบอกด้วยว่า “ในตอนที่คุณคิดว่ารู้จักเขาดีแล้ว คุณจะบังเอิญได้ลอกเปลือกนอกอีกชั้นของเขาออก และพบว่ามีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดา ซุกซ่อนอยู่อีกใต้ผิวหน้านั้น สิ่งที่คุณเห็นภายนอกไม่ใช่สิ่งที่คุณจะได้มาจริง ๆ”
คำพิพากษาและการยอมรับสารภาพเพื่อลดโทษ
เมื่อปี 2005 ผู้ปกครองของเด็กสาววัย 14 ปีคนหนึ่งในรัฐฟลอริดา เข้าแจ้งความกับตำรวจว่าเอปสตีนลวนลามลูกสาวของพวกเขา ภายในบ้านของเอปสตีนที่ชายหาดปาล์มบีช ตำรวจจึงได้เข้าค้นบ้านหลังดังกล่าว และพบภาพถ่ายของเด็กสาวจำนวนมากซ่อนอยู่ทั่วบ้านหลังนั้น
หนังสือพิมพ์ไมอามีเฮรัลด์รายงานว่า พฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาวที่ยังเป็นผู้เยาว์ของเอปสตีน สามารถสืบสาวย้อนไปได้ถึงก่อนหน้านั้นหลายปี “นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ต่างคนต่างกล่าวหากันไปมา โดยที่ทั้งสองฝ่ายพูดไม่ตรงกัน” ไมเคิล รีเตอร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจปาล์มบีช กล่าวกับผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ไมอามีเฮรัลด์ “ในกรณีนี้ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษฝ่ายหญิงมีถึง 50 กว่าคน แต่ฝ่ายชายกลับมีเพียงคนเดียว โดยพื้นฐานแล้วฝ่ายหญิงทุกคนให้การตรงกันหมด”
ไมเคิล วูล์ฟ คอลัมนิสต์ชาวอเมริกัน บอกเล่ากับนิตยสารนิวยอร์กเมื่อปี 2007 ในตอนที่ศาลกำลังพิจารณาคดีของเอปสตีนว่า “เขาไม่เคยปิดบังเรื่องผู้หญิงของเขาเป็นความลับ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งในตอนที่เขาเริ่มมีปัญหา เขาบอกกับผมว่า… ผมจะพูดแก้ตัวอะไรได้ ผมชอบเด็กสาวจริง ๆ… ผมเลยแนะนำไปว่า บางทีคุณควรจะเปลี่ยนวิธีพูด เช่นลองบอกว่าผมชอบผู้หญิงอายุน้อยสิ”
ต่อมาในปี 2008 อัยการได้ทำข้อตกลง “ยอมรับสารภาพเพื่อลดโทษ” กับเอปสตีนได้สำเร็จ ทำให้เขาไม่ถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงซึ่งอาจทำให้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม เอปสตีนยอมรับสารภาพในข้อหาที่มีโทษเบากว่า ทำให้ศาลมีคำพิพากษาให้เขาต้องโทษจำคุกเพียง 18 เดือน ซึ่งในระหว่างนั้นเขาจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ให้ออกมาทำงานที่สำนักงานของเขาได้เป็นเวลา 12 ชั่วโมงต่อวัน 6 วันต่อสัปดาห์ และได้รับการพักโทษเพื่อคุมประพฤติ หลังถูกคุมขังครบ 13 เดือนแล้ว

ที่มาของภาพ : Getty Photos
หนังสือพิมพ์ไมอามีเฮรัลด์ยังรายงานว่า อเล็กซานเดอร์ อะคอสตา อัยการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยทำข้อตกลงนี้กับเอปสตีน โดยช่วยปกปิดความผิดของเอปสตีนบางส่วน และยุติการสอบสวนของเอฟบีไอที่กำลังตรวจสอบว่า มีเหยื่อรายอื่นเพิ่มเติมหรือมีคนดังและผู้ทรงอิทธิพลคนไหนเกี่ยวข้องอีกบ้าง หนังสือพิมพ์ไมอามีเฮรัลด์เรียกข้อตกลงนี้ว่า “ข้อตกลงแห่งศตวรรษ”
อะคอสตาลาออกจากตำแหน่งในเดือน ก.ค. ปี 2019 หลังเรื่องอื้อฉาวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม เขายังคงแก้ตัวว่ายอมทำข้อตกลงเช่นนั้น เพื่อรับประกันว่าอย่างน้อยเอปสตีนจะต้องได้รับโทษจำคุกบ้าง
นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา เอปสตีนถูกทางการนครนิวยอร์กขึ้นทะเบียนว่าเป็นผู้กระทำผิดทางเพศ (sex offender) ระดับสาม การขึ้นทะเบียนนี้หมายความว่า เขาเป็นผู้กระทำผิดทางเพศที่มีความเสี่ยงสูงจะกระทำผิดซ้ำอีก ซึ่งตราบาปนี้จะคงอยู่ติดตัวในทะเบียนประวัติไปตลอดชีวิต
หลังต้องโทษตามคำพิพากษาดังกล่าว เอปสตีนยังคงรักษาทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขาเอาไว้ได้ แต่ต่อมาในเดือน ธ.ค. ปี 2010 มีการเผยแพร่ภาพที่เอปสตีนถ่ายร่วมกับแอนดรูว์ เมาท์แบตเทน วินด์เซอร์ หรืออดีตเจ้าชายแอนดรูว์แห่งราชวงศ์อังกฤษ พระราชโอรสองค์รองของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองผู้ล่วงลับ ในสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์กของนครนิวยอร์ก ซึ่งจุดกระแสอื้อฉาวให้เกิดขึ้นทันที
ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซี เมื่อเดือน พ.ย. ปี 2019 แอนดรูว์ซึ่งรู้จักมักคุ้นกับเอปสตีนมานานตั้งแต่ปี 1999 บอกว่าเขาเดินทางไปนิวยอร์กในปี 2010 เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ฉันมิตรกับเอปสตีน แอนดรูว์ยังบอกว่า เขารู้สึกเสียใจที่ไปพักค้างอ้างแรมที่บ้านของอดีตผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ผู้นี้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการ “สร้างความอับอายขายหน้าและทำให้สังคมผิดหวัง”
แต่อันที่จริงแล้ว แอนดรูว์ยังคงติดต่อกับเอปสตีนต่อไปอีกนาน แม้อ้างว่าได้ตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้วในปี 2010 เนื่องจากพบหลักฐานเป็นอีเมลหลายฉบับที่เขาเขียนถึงเอปสตีนในปี 2011 และในอีกหลายปีหลังจากนั้น ทำให้แอนดรูว์ถูกถอดฐานันดรศักดิ์เจ้าฟ้าในปี 2025
ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษคนหนึ่งคือเวอร์จิเนีย โรเบิร์ตส์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ เวอร์จิเนีย จุฟเฟร กล่าวหาว่าเธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับแอนดรูว์ ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งตอนนั้นเธอยังมีอายุเพียง 17 ปี ทว่าแอนดรูว์กลับปฏิเสธอย่างชัดเจน ว่าจำไม่ได้เรื่องรูปถ่ายที่ทั้งคู่ถ่ายไว้ด้วยกันที่กรุงลอนดอน
ต่อมาในปี 2022 แอนดรูว์จ่ายเงินค่าปิดปากหลายล้านให้จุฟเฟร เพื่อให้ถอนฟ้องคดีที่เธอกล่าวหาว่า แอนดรูว์ได้ล่วงละเมิดทางเพศกับเธอ
ส่วนข้อมูลใหม่ที่ได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณะในครั้งนี้ ยังระบุว่าซาราห์ เฟอร์กูสัน อดีตภรรยาของแอนดรูว์ ก็มีความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดียิ่งกับเอปสตีนอีกด้วย โดยหลังจากพบว่าเธอเขียนอีเมลติดต่อกับเอปสตีนหลายฉบับ ขณะที่เขายังอยู่ในเรือนจำในคดีล่อลวงผู้เยาว์ให้ค้ากาม กองทุนเพื่อการกุศลของเฟอร์กูสัน (Sarah's Belief) ประกาศว่าต้องปิดตัวลงชั่วคราว “ในระยะหนึ่งนับจากนี้” เนื่องจากสายสัมพันธ์อันฉาวโฉ่ดังกล่าว
เอปสตีนถูกจับกุมครั้งที่สองในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2019 โดยหลังบินกลับมาจากกรุงปารีสของฝรั่งเศสด้วยเครื่องบินส่วนตัว ในตอนนั้นมีรายงานว่า อัยการของนครนิวยอร์กต้องการจะอายัดคฤหาสน์หรูของเขาไว้ตรวจสอบ เพราะมีการกล่าวหาว่าเหตุล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์หลายครั้งเกิดขึ้นที่นั่น
เอปสตีนยืนกรานปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อศาล อย่างไรก็ตาม ศาลไม่อนุญาตให้เขาประกันตัว และต้องถูกคุมขังเพื่อรอการไต่สวนในเรือนจำ ที่ศูนย์แก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องโทษของนครนิวยอร์ก ต่อมาในเดือนเดียวกัน เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในช่วงสั้น ๆ หลังมีรายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บที่ลำคอ แต่บรรดาผู้คุมและทนายความของเอปสตีน ต่างก็ไม่ยอมปริปากเอ่ยถึงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ
ในการปรากฏตัวในศาลครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2019 เอปสตีนได้รับคำสั่งให้ถูกควบคุมตัวไว้ในเรือนจำเป็นเวลาหนึ่งปี โดยการพิจารณาไต่สวนคดีจะยังไม่เริ่มขึ้นก่อนช่วงฤดูร้อนปี 2020 บรรดาอัยการบอกว่า ต้องการให้เริ่มการไต่สวนโดยไม่รอช้า เพื่อประโยชน์ของสังคมและคนหมู่มาก แต่น่าเสียดายว่า เอปสตีนไม่เคยต้องเข้ารับการไต่สวนคดีเลยแม้แต่ครั้งเดียว
การไต่สวนคดีแม็กซ์เวลล์
หลังการเสียชีวิตของเอปสตีน กิสเลน แม็กซ์เวลล์ อดีตแฟนสาวของเขาก็ปรากฏโฉมต่อสาธารณชน เธอถูกจับกุมในเดือน ก.ค. ปี 2020 ที่รังลับซึ่งเป็นคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ โดยต้องสงสัยว่าเธอช่วยเหลือเอปสตีนให้ทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ แฟนสาวของเอปสตีนคนนี้ช่วยคัดเลือกจัดหาเด็กสาว รวมทั้งช่วยลวงล่อเกลี้ยกล่อมให้ผู้เยาว์ยินยอมมีสัมพันธ์ทางเพศกับเอปสตีนด้วย
เมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2021 คณะลูกขุนในศาลของนครนิวยอร์ก มีคำตัดสินว่าแม็กซ์เวลล์มีความผิดจริงถึง 5 ใน 6 กระทงความผิด ซึ่งรวมถึงข้อหาร้ายแรงอย่างค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณีผู้เยาว์ ศาลพิพากษาให้เธอต้องโทษจำคุก 20 ปี ซึ่งหมายความว่าสาวใหญ่วัย 60 ปีอย่างเธอ อาจต้องใช้ชีวิตบั้นปลายที่เหลือในคุกนั่นเอง
แม็กซ์เวลล์ซึ่งเป็นผู้มีการศึกษาสูง และเป็นถึงศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ได้แนะนำให้เอปสตีนรู้จักกับเพื่อน ๆ ของเธอ ซึ่งล้วนเป็นคนดัง, มหาเศรษฐี, และผู้มีอิทธิพลในวงสังคมชั้นสูงจำนวนมาก รวมถึงบิล คลินตัน และอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ด้วย
เพื่อน ๆ ของแม็กซ์เวลล์บอกว่า แม้ความสัมพันธ์ฉันคนรักระหว่างเธอกับเอปสตีนจะไม่ยืนยาวนัก โดยคบหากันเป็นแฟนเพียงไม่กี่ปี แต่เธอยังคงร่วมงานกับเขาต่อไปหลังจากนั้นอีกนานหลายปี

ที่มาของภาพ : Getty Photos
ข้อมูลในเอกสารของศาลระบุว่า อดีตลูกจ้างของเอปสตีนที่ทำงานในคฤหาสน์ปาล์มบีชของเขา บอกว่าแม็กซ์เวลล์เป็นเหมือนผู้จัดการของบ้าน โดยดูแลผู้ช่วยและคนรับใช้ทั้งหมด จัดการเรื่องการเงิน และช่วยประสานงานเรื่องทางสังคมของเอปสตีน บทความในวารสาร Conceitedness Lovely เมื่อปี 2003 ระบุว่าเอปสตีนเคยกล่าวถึงแม็กซ์เวลล์ว่า เธอไม่ใช่ลูกจ้างแต่เป็น “เพื่อนที่ดีที่สุด” ของเขา
ระหว่างการไต่สวนพิจารณาคดีในศาล อัยการกล่าวหาว่าแม็กซ์เวลล์ทำตัวเป็น “นักล่าเหยื่อทางเพศ” และล่อลวงชักจูงเด็กสาวมาให้เอปสตีนล่วงละเมิด แม็กซ์เวลล์ให้การแก้ต่างในเรื่องนี้ว่า เธอถูกใช้เป็นแพะรับบาปในคดีนี้ หลังเอปสตีนชิงเสียชีวิตไปก่อนที่คดีจะสิ้นสุด
แต่หลังจากศาลได้พิพากษาให้เธอต้องโทษจำคุก แม็กซ์เวลล์กลับบอกว่า “การที่ฉันได้พบเจอกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน คือเรื่องที่ทำให้ฉันต้องเสียใจมากที่สุดในชีวิต”
“แต่ในที่สุดแล้ว เรื่องของวันนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเอปสตีนอีกต่อไป กลายเป็นฉันที่ต้องรับโทษ และถูกเหยื่อกล่าวหาในศาลเพียงคนเดียว ฉันอยากบอกพวกเธอว่า ฉันเสียใจต่อความเจ็บปวดที่พวกเธอได้รับ ฉันหวังว่าการที่ถูกลงโทษและการต้องโทษจำคุกอย่างยาวนานนี้ จะทำให้พวกเธอสงบใจและยุติเรื่องราวนี้ลงได้”
ทนายความของแม็กซ์เวลล์ได้ยื่นอุทธรณ์ขอลดโทษต่อศาล โดยอ้างว่าเธอไม่ควรจะต้องถูกดำเนินคดีหรือต้องโทษ สำหรับบทบาทของเธอที่เข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันในคดีนี้ แต่ศาลฎีกาของสหรัฐฯ ได้พิพากษาให้ยกคำร้องดังกล่าวแล้ว













