แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/6282cy 📋 | ดู : 10 ครั้ง
ลุงชัย-ชายชราวัย-73-ปี-ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปกับการนั่

ลุงชัย ชายชราวัย 73 ปี ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปกับการนั่งหลบร้อนอยู่ใต้ถุนบ้านที่เชียงราย ด้วยความที่มีหลายโรครุมเร้า ทั้งเส้นเลืoดในสมองตีบ เกาต์เทียม แข้งขาเลยไม่สู้จะดีนัก ลุงชัยบ่นให้ฟังหลายครั้งตอนคุยกันว่าเดินไปไหนไม่ค่อยจะไหวแล้ว

แต่ทุกเดือนเขายังต้องเดินทางออกจากบ้านไปเยี่ยม ‘บัสบาส’- มงคล ถิระโคตร ลูกชายที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย

บัสบาสเป็นภาพจำของผู้ชายหัวเขียวแบบเดียวกับโจ๊กเกอร์วายร้ายในเรื่องแบทแมนที่เดินทางจากเชียงรายไปนั่งอดอาหารประท้วงอยู่หน้าศาลอาญา กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้จำเลยกลุ่มราษฎร เมื่อปี 2564

‘บัสบาส’- มงคล ถิระโคตร ที่ป้ายรถเมล์แถวหน้าศาลอาญา เมื่อปี 2564

ตอนนั้นเขาอายุ 27 ปี และเคยให้สัมภาษณ์กับประชาไทถึงเหตุผลของการประท้วงอดอาหารว่า “เพื่อนๆ ที่เข้าไป (ในเรือนจำ) ยังไม่ได้รับการตัดสินความผิดเลย เขาควรที่จะได้ออกมาสู้ก่อน แต่ถูกคุมขังไปแล้ว รู้สึกว่าไม่เป็นธรรม”

เขาเดินทางมานั่งอดอาหารหน้าศาลอาญาวันที่ 13 เม.ย. 2564 บ่ายวันรุ่งขึ้นตำรวจเข้าจับกุมบัสบาสหน้าและตั้งข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก่อนจะส่งตัวเขาไปดำเนินคดีที่เชียงราย

หลังจากนั้น ชีวิตบัสบาสก็เริ่มต้นเผชิญกับคดี ม.112 เรื่อยมา จนตอนนี้เขากลายเป็นผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่มีโทษจำคุกสูงถึง 46 ปี

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนประเมินว่าโทษจำคุกของศาลฎีกาในคดีบัสบาสเป็นโทษที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ แซงหน้าคดีของ ‘ป้าอัญชัญ’ ที่ศาลอาญาลงโทษจำคุก 43 ปี 6 เดือน จากการเผยแพร่คลิปเสียงของ ‘บรรพต’ จำนวน 29 กรรม

ก่อนหน้าติดคุก ลุงชัยบอกว่าบัสบาสอยู่บ้านด้วยกันที่เชียงราย ตัวแกมีลูก 2 คน พี่ชายบัสบาสแยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเองที่จังหวัดอื่น ลุงชัยลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ เมื่ออายุมากขึ้น และกลับมาอยู่บ้านเชียงรายกับภรรยาและบัสบาสเมื่อปี 2563

พอบัสบาสถูกตัดสินให้จำคุก ที่บ้านก็เหลือแค่คนแก่ 2 คน ป้าอายุ 63 ปี ขับรถยนต์ไม่เป็น ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ได้ ปั่นจักรยานเป็นอย่างเดียว

“โอ๊ย โทรศัพท์ยังรับไม่ค่อยจะเป็นเลย” ลุงชัยบ่นภรรยา

ดังนั้นเวลาที่จะต้องไปเยี่ยมบัสบาส ไปรับยาหาหมอที่โรงพยาบาล หรือกระทั่งไปจ่ายตลาด ลุงชัยจะต้องเป็นคนขับรถพาไป

ย้อนกลับไปในปี 2563 ลุงชัยเล่าว่า บัสบาสเพิ่งเกณฑ์ทหารเสร็จ เขาจับได้ใบแดงไปเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 2 ปี ที่ค่ายทหารในจังหวัดเพชรบุรี ออกจากค่ายก็กลับมาอยู่บ้านเชียงราย และเริ่มขายเสื้อผ้าออนไลน์ บัสบาสไม่ได้ถึงกับเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ก็พอมีรายได้มาช่วยกันซื้อข้าวซื้อแกงกินในบ้าน

เมื่อลูกติดคุก การเงินภายในบ้านก็ลำบากยิ่งขึ้นอีก เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาทของลุง และ 600 บาทของป้า ไม่มีทางพอกินพอใช้ ลุงชัยเล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า แกต้องไปขอเงินช่วยเหลือที่บัสบาสได้จากกองทุนราษฎรประสงค์ซึ่งมอบให้ผู้ต้องขังไว้ใช้จ่ายในคุก เอามาใช้จ่ายในบ้านแทน แม้ว่ากองทุนฯ ได้ให้เงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ต้องขังทางการเมืองแยกอีก 3,000 บาทแล้วก็ตาม เพื่อให้สองคนแก่ที่ไม่มีรายได้ใดสามารถประทังชีวิตอยู่ได้

“เดือนไหนที่เราเหลือก็จะเอาไปฝากให้เขาบ้าง เดือนละสี่สาห้าร้อยบ้าง บางทีมีเพื่อนฝูงฝากมาให้เขาบ้าง ให้เขาใช้ในคุก”

บางเดือน เวลาลุงชัยกับป้าไปเยี่ยมลูกที่เรือนจำ ก็มีคนรู้จักที่อยู่อีกอำเภอมาช่วยเหลือเรื่องค่าเดินทางบ้าง หรือขับรถพาไปเยี่ยมบ้าง เรือนจำกลางจังหวัดเชียงรายอยู่ห่างไป 50 กว่ากิโลเมตร ไปกลับแต่ละครั้งก็ต้องใช้เวลาขับรถเอาเรื่อง แต่ครอบครัวก็ไปเยี่ยมกันทุกเดือน

เมื่อถามว่าคุยอะไรกันเวลาไปเยี่ยม ลุงชัยบอกว่า ถามสารทุกข์สุกดิบกัน อยู่ในนั้นลำบากแบบไหนบ้าง

“เขาก็บอกว่าบางทีนักโทษเยอะ จะลำบากการนอน เบียดเสียดกัน ถ้าอากาศร้อนก็ลำบากขึ้นไปอีก เดือนไหนมีคนพ้นโทษก็พอได้หลวมๆ นอนสบายขึ้นมานิดหน่อย ไปเยี่ยมทีก็จะถามเรื่องอาหาร ได้ซื้ออาหาร กาแฟ ฝากเขาบ้าง เขาให้เยี่ยมได้แค่ 15 นาทีเท่านั้น”

ลุงชัยยังสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอีกอย่าง ยาซึมเศร้าที่บัสบาสได้กินในคุก จากเป็นยาเม็ด เริ่มมีบดให้กินบ้าง

“เขามีโรคประจำตัวอยู่ เขาเป็นซึมเศร้า ก็จะกินยาซึมเศร้าตั้งแต่อยู่บ้าน ไปอยู่ในนั้นก็ยังต้องกินอยู่ ไปขอยาหมอกิน เขาบอกว่ายาจากทีแรกให้กินแบบเป็นเม็ด ต่อมาก็บดให้กิน”

ชีวิตสมัยหนุ่ม ลุงชัยทำงานเป็นคนขับรถที่บริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ ทำตั้งแต่ยังไม่มีลูก แต่งงานกับแม่ของบัสบาสตอนอายุ 35 ปี (แม่บัสบาสเป็นคนเชียงราย) และหอบกันไปสร้างครอบครัวที่ย่านอ่อนนุช สมัยนั้นคนเรียกแก ‘ลุงชัยอ่อนนุช’ ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว ป้าเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก โชคดีที่มีคนรู้จักให้อยู่บ้านพักโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า ชีวิตลุงชัยอยู่กรุงเทพฯ ไปแล้ว 50 กว่าปี จากบ้านที่อุบลราชธานีมาทำงานสู้ชีวิตในเมืองหลวงตั้งแต่ปี 2516 บ้านที่เชียงรายที่ย้ายมาอยู่ยามแก่ชราก็มาจากเงินที่ทำงานขับรถตอนยังมีเรี่ยวแรง บัสบาสเองก็เรียกได้ว่าเป็นเด็กกรุงเทพฯ เพราะเขาเพิ่งมาอยู่เชียงรายตอนปี 2563

“เราปลูกบ้านนี้มาเกือบ 30 ปีแล้ว (บ้านเชียงราย) แต่ไม่มีใครอยู่ ปลวกกินไปครึ่งหลัง ต้องมาซ่อมหมดเงินไปหลายหมื่น ปลวกกินขึ้นไปยันหลังคา”

เมื่อถามว่าลุงตกใจไหมที่เห็นข่าวลูกชายนั่งรถไปอดอาหารแสดงออกทางการเมืองที่กรุงเทพฯ ตอนนั้น

“เราก็ตกใจอยู่ แปลกใจอยู่ ก็บอกเตือนไปอยู่นะ ลักษณะนี้มันต้องติดคุกนะ เขาเอาเรื่องแน่ๆ แต่เราจะทำไง จิตใจมันไปแล้ว ทำไปแล้ว”

ก่อนนี้ลุงชัยไม่รู้จัก ม.112 ด้วยซ้ำว่าคือกฎหมายอะไร แกมารู้จักเข้าจริงๆ ตอนบัสบาสโดนคดี

“ไม่รู้ ยังไม่รู้เลยนะว่า 112 มันเกี่ยวอะไรบ้าง มารู้เอาตอนนี้ ตอนไอ้บาส มันโดนนี่แหละ”

ลุงชัยได้มาขึ้นศาลครั้งแรกในชีวิตก็ตอนมานั่งฟังบัสบาสเบิกความในศาล

“ไปตอนลูกชายนี่แหละ บาสต้องไปขึ้นศาล เดินทางยิ่งกว่าไปทำงาน ทนายนัดมาก็ต้องไป บางทีก็ต้องไปเซ็นเอกสารรับรองยื่นประกัน เราก็ไม่อยากให้เขาหนีไปไหนอยู่แล้ว เสียดายเงิน อีกอย่างเขาจะไปไหน เขาไม่ได้รู้จักใคร”

พอรู้ว่าลูกต้องโทษติดคุกเกือบ 50 ปีแบบนี้  “ตกใจ มันเลยเส้นแดงเส้นเหลืองไปแล้ว แล้วเราจะทำยังไงล่ะ”

“แต่บัสบาสดูไม่กลัวเลยนะลุง”

“ก็ดูข้างนอก ข้างในมันเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง”

อย่างไรก็ตาม ลุงบอกว่าไม่เคยได้ยินบัสบาสบ่นท้อแท้ให้ฟัง แม้โทษจะหลายปี เขาก็อยู่สู้ของเขาไป

เมื่อสนทนากันไปเรื่อยๆ จึงพบว่าลุงชัยเป็น ‘เสื้อแดงเก่า’ ถึงจะออกตัวว่า ‘ไม่แดงเข้มข้น’ เพียงแค่ไปร่วมชุมนุม เอาใจช่วย นั่งฟังปราศรัยหลายเวที ส่วนช่วงสลายการชุมนุมก็รอดมาได้หวุดหวิด

“ผมก็เคยสนใจการเมือง สมัยทักษิณ มันเริ่มจะไม่มีความยุติธรรมอะไรเราก็ไปนั่งฟังเขาปราศรัย แต่ผมไม่มีกลุ่มนะ ไปแบบขาจรกับเพื่อน 2-3 คน ราชดำเนินก็ไป สนามหลวงก็ไป ตอนปี 53 ก็ไปช่วงกลางวัน พอตกบ่ายๆ ก็หนีกลับบ้านแล้ว เพราะได้ยินข่าวว่าทหารจะเข้ามาแล้ว ผมนั่งอยู่แถวราชประสงค์ แถวไซโกใกล้ๆ โรงแรมเอราวัณ พอเริ่มบ่ายๆ ฟังข่าวไปด้วยรู้ว่าทหารเข้ามาแล้ว ยิvกันแล้วแถวดินแดง เราเห็นท่าไม่ดี ไม่อยู่ดีกว่า เราออกมาประมาณสักบ่าย 2 หรือบ่าย 3 นี่แหละ เขาเข้ามาสลายช่วง 5 โมง 6 โมง มาฟังข่าวที่บ้าน ทหารบุกเข้ามาทางบ่อนไก่ สวนลุม ก็ตามข่าวอยู่บ้าน เราไม่ได้ออกไปแล้ว ไม่อยากเสี่ยง กลัวลูกปืนเหมือนกัน เห็นว่ามันเอาจริง”

ลุงชัยบอกว่า แกมักจะไปนั่งฟังการปราศรัยของแกนนำหลายคนอย่างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, จตุพร พรหมพันธุ์, วีระ มุสิกพงศ์, หมอเหวง โตจิราการ ในวันหยุดหรือหลังเลิกงาน ป้าเองก็เคยตามไปฟังปราศรัยกับลุงด้วย บางทีอยู่กันยัน 5 ทุ่ม นั่งรถกลับถึงบ้านก็เที่ยงคืน รุ่งเช้าก็ไปทำงานตามปกติ

ในปี 2553 ลูกๆ ไม่ได้ไปด้วย เพราะยังเด็กกันอยู่

ลุงชัยเห็นแววบัสบาสดูทรงมาสนใจการเมืองช่วงปี 2563 หลังจากปลดทหารออกมา พอดีกับเป็นช่วงที่คนรุ่นใหม่ออกมากันชุมนุมกันขนานใหญ่

เมื่อถามว่าลึกๆ แล้วผู้เป็นพ่อเข้าใจสิ่งที่ลูกแสดงออกทางการเมืองไหม ลุงชัยตอบทันทีว่า “ไม่เข้าใจ แต่เขาคงจะอินกับเรื่องเอาเปรียบคนนี่แหละ”

ในสายตาของผู้เป็นพ่อ ลูกชายเป็นคนเงียบๆ คุยตลกโปกฮาเวลาอยู่กับเพื่อน ไม่ใช่คนหัวรุนแรงอะไร และไม่ได้เป็นคนที่สร้างความเดือดร้อนอะไรให้ครอบครัว

เมื่อถามว่าตอนนี้ยังมีความคาดหวังอยู่ไหมว่าจะได้พบกับลูกชายอีกครั้งตอนที่ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ

“ไม่ได้คาดหวัง ถ้าโทษขนาดนี้คงไม่แล้ว ร่างกายเราทุกวันนี้ก็แย่แล้ว แย่ลงทุกวันๆ แต่ก่อนเดินคล่อง เดี๋ยวนี้เดินไม่คล่องแล้ว เรา 70 กว่าแล้ว เรานับแค่วัน แค่เดือน ไม่ได้นับเป็นปีแล้ว จะอยู่ได้ถึงวันไหน เดือนไหนแค่นั้น ไม่ได้คาดว่าจะอยู่ถึงอีกปี 2 ปี 3 ปี ไม่ได้คาดหวังแบบนั้น ถ้าเป็นรถ เราก็หมดสภาพแล้ว”

“เข้าไปเยี่ยมก็จะบอกให้อดทนเอา แค่นั้นเอง เพราะว่ามันมาถึงขนาดนี้แล้ว จะได้ออก ไม่ได้ออก ก็ต้องพึ่งพาการเมืองไปด้วยว่าจะไปทางไหน ถ้าการเมืองยังอยู่แบบนี้ก็คงจะยาก”

“อยากให้เห็นใจนะ เพราะว่ามันก็หนักเกินไป มันเกินอัตราบ้านเมืองโลกคนอื่น ต้องดูโลกภายนอกเขาบ้าง เขาไม่เห็นโดนขนาดนี้ แล้วเราไปพูดประชาธิปไตยกันอยู่ทุกวันๆ กับชาวโลกเขา แล้วข้างหลังเราเป็นแผลเหวอะหวะแบบนี้ จะไปอ้างกับเขาได้อย่างไร เหมือนแต่งหน้าทาปาก แต่ข้างหลังมีแต่ขี้กลากขี้เกลื้อนแบบนี้”

การแสดงออกทางการเมืองของบัสบาสไม่ได้จบแค่ตัวเขาต้องโทษคดี ม.112 อยู่ในคุกยาวนาน 46 ปีเท่านั้น ทุกวันนี้แม้บัสบาสจะเข้าไปอยู่ในเรือนจำได้ 2 ปีเศษแล้ว แต่เวลาที่มีขบวนเสด็จมาเชียงรายเมื่อไร ลุงชัยบอกว่ายังคงมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบแวะมาหาที่บ้านอยู่เป็นประจำ มาถามว่าคนแก่ 2 คนอย่างลุงกับป้าจะทำอะไรในวันนั้น อยู่บ้านหรือไม่ บางทีก็มาถามว่าได้ไปเยี่ยมบัสบาสหรือเปล่า

“เขากลัวอะไรก็ไม่รู้ ถ้าจะมาก็เอามาม่า ไข่ไก่ มาให้ด้วยก็ยังดี เราก็แก่แล้ว เดินจะไม่ไหวแล้ว จะไปทำอะไรไหว ไม่ต้องมาถามหรอก”

สุดท้ายหลังจากนั่งฟังความคิดทางการเมือง ความคิดต่อบ้านเมือง และสายตาที่มองกระบวนการยุติธรรมของลุงชัยมานับชั่วโมง เมื่อบอกลุงว่าเข้าใจแล้วว่าทำไมบัสบาสเป็นคนแบบนี้ ลุงชัยหัวเราะและบอกว่า “มันก็มาในสายเดียวกันนั่นแหละ”

จุดเริ่มต้นคดี ม.112 และโทษจำคุก 46 ปี ของบัสบาส

ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าบัสบาสถูกจับกุมและดำเนินคดี 2 ครั้ง ในคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์เฟซบุ๊กรวม 27 ข้อความ หลังมานั่งอดข้าวประท้วงเรียกร้องสิทธิประกันให้กลุ่มราษฎร หน้าศาลาอาญา เมื่อปี 2564

ปี 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของบัสบาสเป็นความผิดจำนวน 14 ข้อความ และยกฟ้องอีก 13 ข้อความ เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าหมายถึงกษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน และบางโพสต์ก็ไม่เป็นการดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ไม่เข้าข่ายความผิด ม.112 ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 14 กระทง จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมโทษเป็นจำคุก 28 ปี

หลังคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 ขอให้ศาลลงโทษบัสบาสทั้ง 27 ข้อความ

ปี 2567 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้บัสบาสมีความผิดเพิ่มอีก 11 กระทง (ที่ศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องไป) ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 22 ปี และเมื่อรวมกับโทษจำคุกใน 14 กระทงก่อนหน้านี้ โทษจำคุกในคดีของบัสบาสสูงถึง 50 ปี ซึ่งเป็นโทษจำคุกในคดี ม.112 ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

ปี 2568 ศาลฎีกาเห็นว่า ม.112 เป็นกฎหมายมุ่งหมายรักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชนชาวไทยมีความผูกพันธ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทบกระเทือนจิตใจของประชาชนชาวไทย และ ม.112 ก็ไม่ได้ระบุว่าจะต้องคุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันเท่านั้น การตีความว่า ม.112 คุ้มครองเฉพาะพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันอาจเป็นการเปิดช่องให้เกิดการล่วงละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ในอดีต ซึ่งกระทบต่อพระมหากษัตริย์ปัจจุบันได้

สรุปรวมแล้วศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมีความผิดทั้งหมด 23 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมเป็นโทษจำคุก 46 ปี

หลังฟังคำพิพากษาบัสบาสนิ่งเงียบ ไม่ได้พูดอะไร

นอกจากนี้เขายังเหลือคดี ม.112 ที่ยังต่อสู้คดีอยู่อีก 2 คดี

คดีแรก จากการโพสต์ 2 ข้อความ โดยผู้กล่าวหาเป็นตำรวจรายเดียวกับคดีก่อนหน้านี้ ถูกฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเชียงรายเช่นกัน คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี และให้เพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือน จากคดีที่จำเลยเคยถูกกล่าวหาเรื่องการบุกรุกเคหสถานและเคยให้รอการลงโทษไว้ รวมลงโทษจำคุกทั้งหมด 4 ปี 6 เดือน คดียังอยู่ระหว่างฎีกา

คดีที่สอง พนักงานสอบสวนจาก บก.ปอท. ได้เดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาบัสบาสขณะถูกคุมขังในเรือนจำ คดี ม.112 จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 3 ข้อความ ในช่วงเดือนพฤษภาคม–กันยายน 2565 โดยมีอานนท์ กลิ่นแก้ว จากกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหา คดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน

ที่มา ประชาไท ( prachatai.com )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เป็นอำนาจรมต.! ครม.ไม่ทักท้วง ย้าย 'อธ.ฝนหลวง'- กาง รธน. 'สุริยะ-ยศชนัน' ส่อ ก้าวก่าย 'เจ้าหน้าที่รัฐ'

เมืองไทยประกันชีวิต สร้างโอกาสให้เยาวชน ผ่าน “Give and Care เมืองไทยเปิดสนามเติมฝันให้น้อง”

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับผู้แทน IOC เสริมความเชื่อ

📢 อาชีวะบอกต่อ ปั้นตัวตึงสายไอที! เรียนยุคใหม่ได้มากกว่าควา 2026-04-30 00:15:00

เปิดแบบจำลอง 2 เครนถล่ม เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โอกาสดี ๆ มาแล้ว ปภ. ขอชวนผู้ที่สนใจมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งข

𝘿𝙉𝙋 𝙍𝙖𝙣𝙜𝙚𝙧 : อุทยานแห่งชาติขุนขาน ยกระดับการป้องกันเชิงรุก ใ

จากกรณีที่สหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพ ได้แจ้งข่าวดีเรื่องการหาร

✨ กรมทะเล โดย สทช.10 ออกปฏิบัติงานลาดตระเวนทางเรือป้องกันเฝ

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/6282cy 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. จากกรณีที่สหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพ-ได้แจ้งข่าวดีเรื่องการหาร จากกรณีที่สหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพ ได้แจ้งข่าวดีเรื่องการหาร
  2. -กรมทะเล-โดย-สทช.10-ออกปฏิบัติงานลาดตระเวนทางเรือป้องกันเฝ ✨ กรมทะเล โดย สทช.10 ออกปฏิบัติงานลาดตระเวนทางเรือป้องกันเฝ
  3. ดูเหมือนท่าทีของรัฐบาล-ยังคงเดินหน้าเต็มกำลังสำหรับการผลักดั ดูเหมือนท่าทีของรัฐบาล ยังคงเดินหน้าเต็มกำลังสำหรับการผลักดั
  4. ตอนนี้เกษตรกรในภาคเหนือ-กำลังคิดหนัก-หลังราคาปุ๋ยยูเรียทุบสถ ตอนนี้เกษตรกรในภาคเหนือ กำลังคิดหนัก หลังราคาปุ๋ยยูเรียทุบสถ
  5. แผ่นดินไหวขนาด-26-ประเทศเมียนมา-2026-04-30-22:54:54-ตามเวลาประเทศไทย-|-วันพฤหัสบดีที่-30-เมษายน-พศ.-2569 แผ่นดินไหวขนาด 2.6 ประเทศเมียนมา 2026-04-30 22:54:54 ตามเวลาประเทศไทย | วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
  6. -บ้านธาตุ-อเพ็ญ-จ.อุดรธานี-ขขอเชิญเที่ยวงาน”ประเพณีบุญบั้ง ✅ บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ขขอเชิญเที่ยวงาน”ประเพณีบุญบั้ง
  7. 0735-น.-ถนนเพชรบุรี-จากแยกเพชรพระราม-ไปแยกราชเทวี-การจราจรต-|-2026-04-30-00:37:00 07.35 น. ถนนเพชรบุรี จากแยกเพชรพระราม ไปแยกราชเทวี การจราจรต 2026-04-30 00:37:00
  8. 🔴 LIVE เบื้องหลังทีมพากษ์ Grasp Studio สงครามส่งเสียง | ป็อปดีโคตร Pop-D’Code ตอนที่.9 เบื้องหลังทีมพากษ์ Grasp Studio สงครามส่งเสียง | ป็อปดีโคตร Pop-D’Code ตอนที่.9
  9. กองทุนสื่อ–สถาบันอิศรา-จัดอบรมข่าวเชิงสืบสวนยุคดิจิทัล-ให้ทุนสนับสนุนผลิตผลงานจริง กองทุนสื่อ–สถาบันอิศรา จัดอบรมข่าวเชิงสืบสวนยุคดิจิทัล-ให้ทุนสนับสนุนผลิตผลงานจริง
  10. คณะศิษยานุศิษย์หลวงตาพระมหาบัวมอบทองแท่ง-9-กิโลกรัม-สมทบทุนสำรองเงินตรา คณะศิษยานุศิษย์หลวงตาพระมหาบัวมอบทองแท่ง 9 กิโลกรัม สมทบทุนสำรองเงินตรา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Share via
Click to Hide Advanced Floating Content
×

มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

ไปกันเล้ยยย
Send this to a friend
ล่าสุด
×