
ไวรัสนิปาห์ เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการระบาดในอินเดีย ?

ที่มาของภาพ : Universal Photos Group/Getty Photos
ท่าอากาศยานนานาชาติ 3 แห่งในประเทศไทย ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ จังหวัดภูเก็ต เริ่มใช้มาตรการคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์กับผู้เดินทางจากประเทศอินเดีย หลังจากพบว่ามีสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ในบางพื้นที่ของอินเดีย
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยแพร่ภาพการใช้มาตรการคัดกรองของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศที่สนามบิน 3 แห่งในวันนี้ (25 ม.ค.) หลังจากเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ม.ค.) ว่ามีรายงานสถานการณ์การแร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดียที่พบผู้ป่วยยืนยันรวม 5 ราย โดยเป็นผู้ป่วยใหม่อย่างน้อย 2 รายที่ตรวจพบเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอินเดียได้เร่งดำเนินการมาตรการควบคุมโรค กักกันและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คนในรัฐเวสต์เบงกอล พร้อมยกระดับการเฝ้าระวัง
กรมควบคุมโรคระบุว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ตมีเที่ยวบินตรงจากพื้นที่ที่มีการระบาด 1 สายการบิน สัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน จึงมีการเพิ่มมาตรการด้านสาธารณสุขภายในอาคารผู้โดยสาร เช่น การเพิ่มวงรอบการทำความสะอาดพื้นที่และจุดสัมผัส และประสานการปฏิบัติงานร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ
ส่วนที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารจากประเทศอินเดีย ซึ่งเดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา จำนวน 2 เที่ยวบิน ได้แก่ เที่ยวบิน 6E1911 และเที่ยวบิน TG314 รวมผู้โดยสารที่ได้รับการคัดกรองทั้งสิ้น 332 ราย ไม่พบผู้โดยสารเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยต้องสงสัย
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า ได้มอบหมายให้กองระบาดวิทยาติดตามข้อมูลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมพร้อมเฝ้าระวังโรค พร้อมีมาตรการเฝ้าระวังผู้เดินทางระหว่างประเทศที่มีความเสี่ยง แต่ย้ำว่าประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อและขอให้ติดตามข้อมูลจากราชการและไม่ตื่นตระหนก
บทความนี้ให้ข้อมูลว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้มีต้นกำเนิดอย่างไร รวมถึงการติดต่อ อาการ และการรักษา

ที่มาของภาพ : กรมควบคุมโรค
ไวรัสนิปาห์คืออะไร ?
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อที่มีความรุนแรงสูง สามารถก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาทและมีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยเมื่อวันที่ 23 ม.ค. นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่าในประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยในคน แต่ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และไวรัสนิหาก็เป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 “ซึ่งกำหนดให้ต้องรายงานทันทีเมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย”
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าไวรัสนิปาห์ (NiV) เป็นไวรัสที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในสัตว์และมนุษย์
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุดได้รับความนิยมสูงสุด
ไวรัสนิปาห์ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1998 ที่หมู่บ้านสุไหงนิปาห์ในประเทศมาเลเซีย จากนั้นไวรัสนี้จึงได้ชื่อว่าไวรัสนิปาห์ โดยในขณะนั้นสุกรเป็นพาหะนำโรคชนิดนี้ ทว่าหลังจากนั้นเมื่อมีการพบไวรัสนิปาห์ในแต่ละพื้นที่ก็ไม่พบว่ามีตัวกลางเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นพาหะและแพร่เชื้อไวรัส
เมื่อปี 2004 ประชาชนบางส่วนในบังกลาเทศติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ หลังจากดื่มน้ำจากต้นอินทผลัม โดยค้างคาวที่นำเชื้อไวรัสมาปนเปื้อนในของเหลวที่มาจากต้นอินทผลัมเหล่านี้คือค้างคาวที่เรียกว่า ค้างคาวกินผลไม้
มีทางรักษาหรือไม่ ?
มีการยืนยันแล้วว่าไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ และเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในโรงพยาบาลในประเทศอินเดีย
เมื่อติดเชื้อในคน การติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นเหตุให้ผู้ติดเชื้อล้มป่วยด้วยโรงระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง หรืออาจทำให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบที่ถึงแก่ชีวิตได้
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนใดที่สามารถกำจัดโรคนี้ได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์
ข้อมูจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของอินเดียระบุว่า การติดเชื้อไวรัสนิปาห์มีความเกี่ยวข้องกับโรคไข้สมองอักเสบ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อสมอง

ที่มาของภาพ : AFP/Getty Photos
อาการและการติดต่อ
หลังจากติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ผู้ที่ติดเชื้ออาจมีไข้สูงและปวดหัวเป็นเวลาตั้งแต่ 3-14 วัน อาการเหล่านี้อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะโคม่าภายใน 24-forty eight ชั่วโมง
การติดเชื้อในระยะแรก ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจลำบาก และประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทด้วย
ในปี 1998-1999 มีผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ 265 คน
ในบรรดาผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ประมาณ 40% เป็นผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบประสาทรุนแรง และไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้
โดยทั่วไปแล้วมนุษย์สามารถรับติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จากค้างค้าว สุกร หรือติดต่อจากคนสู่คน
ในมาเลเซียและสิงคโปร์ มีข้อมูลว่าพบการระบาดจากสุกร ขณะที่ในอินเดียและบังกลาเทศ ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจะสูงขึ้นเมื่อมีการสัมผัสระหว่างมนุษย์ด้วยกัน
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขของไทย ระบุว่า การติดเชื้ออาจมาจากการรับเชื้อจากสัตว์พาหะอื่น ๆ การรับประทานผลไม้ที่มีเชื้อไวรัส หรือการติดจากคนสู่คนได้ในช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- ติดเชื้อจากสัตว์สู่คน จากการสัมผัสโดยตรงกับสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ มูล เลืoดของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ (แหล่งเรื้อรังของโรค) และสุกร (โฮสต์กึ่งกลาง)
- ติดเชื้อจากการกินอาหารที่ปนเปื้อน กินผลไม้ที่รอยกัดแทะของค้างคาว หรือดื่มน้ำช่อดอกมะพร้าวหรืออินทผลัมที่ปนเปื้อนน้ำลาย ปัสสาวะหรือมูลค้างคราว
- ติดเชื้อจากคนสู่คน ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำลายหรือเสมหะ โดยมักพบในกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยหรือบุคลากรทางการแพทย์
เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการระบาดในอินเดีย
สำนักข่าวอินดิเพนเดนท์ในอังกฤษรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่ามีการตรวจพบกรณีการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ในรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดียแล้วอย่างน้อย 5 ราย โดยกรณีที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อประกอบด้วยพยาบาล 2 คน แพทย์ 1 คน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีก 1 คน โดยบางรายอยู่ในอาการวิกฤตและบางรายเริ่มมีอาการดีขึ้น ขณะเดียวกันทางการได้มีคำสั่งกักตัวกลุ่มเสี่ยงเกือบ 100 คน
ขณะที่สำนักข่าวเดอะเทเลกราฟ รายงานเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ถึงกรณีผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งเป็นพยาบาล 2 คน ที่ทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองบาราซัต รัฐเวสต์เบงกอลว่า กรณีนี้ส่งผลให้มีการประกาศเตือนภัยทั่วประเทศ รวมถึงมาตรการกักกันและเฝ้าระวังในพื้นที่
“พยาบาลสองคนในโรงพยาบาลเอกชนติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และหนึ่งในนั้นมีอาการหนัก” นายนาเรน สวรูป นิกัม เลขาธิการหลักของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัว รัฐเวสต์เบงกอล กล่าวกับสำนักข่าวเดอะเทเลกราฟ
เดอะเทเลกราฟรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากโรงพยาบาลว่า พยาบาลทั้งสองคนซึ่งคนหนึ่งอยู่ในอาการโคม่า ติดเชื้อไวรัสขณะดูแลผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบหายใจรุนแรง และเสียชีวิตในเวลาต่อมาก่อนที่จะสามารถตรวจหาเชื้อได้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินเดียเผชิญกับการระบาดของไวรัสนิปาห์เป็นระยะ ๆ โดยนอกจากไวรัสนี้จะสามารถแพร่จากค้างคาวสู่มนุษย์ได้ผ่านทางอาหารที่ปนเปื้อนแล้ว ยังสามารถแพร่จากค้างคาวไปยังหมูได้ ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการแพร่เชื้อต่อไปยังคน
ล่าสุด รัฐต่างๆ ในอินเดียหลายแห่งได้สั่งการให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขเสริมมาตรการการเฝ้าระวังโรคไข้สมองอักเสบเฉียบพลัน (Acute Encephalitis Syndrome-AES) ที่อาจเกิดจากเชื้อไวรัสนิปาห์
คำแนะนำฉบับหนึ่งที่ออกโดยทางการในรัฐทมิฬนาฑู ซึ่งเป็นรัฐทางตอนใต้ของอินเดีย ระบุว่า “ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคไข้สมองอักเสบเฉียบพลัน โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการเดินทางหรือสัมผัสกับผู้ป่วยจากรัฐเวสต์เบงกอล ควรได้รับการเฝ้าระวังและประเมินอย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจหาความเป็นไปได้ของการติดเชื้อไวรัสนิปาห์”

ที่มาของภาพ : AFP/Getty Photos
ข้อมูลการพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ที่อินเดียในอดีต
เมื่อปี 2024 บีบีซีรายงานว่าหน่วยงานสาธารณสุขในรัฐเกรละของอินเดียได้ออกประกาศเตือนหลังจากเด็กชายอายุ 14 ปีเสียชีวิตจากไวรัสนิปาห์ และพบว่ามีผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอีก 60 คน โดยเด็กชายคนดังกล่าวเสียชีวิตหลังจากทางการยืนยันการติดเชื้อเพียงวันเดียวตามการรายงานของสื่อในอินเดีย
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า การระบาดสองครั้งแรกในปี 2001 และ 2007 เกิดขึ้นในรัฐเวสต์เบงกอล ทางตะวันออกของประเทศอินเดีย
ต่อมาในปี 2018 มีผู้เสียชีวิต 17 รายจากการระบาดในเขตโคชิโคเด (Kozhikode) และมาลาปุรัม (Malappuram) ในรัฐเกรละทางตอนใต้ของอินเดีย
เมื่อปี 2023 ก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในรัฐเกรละของอินเดีย ซึ่งถือเป็นการระบาดของโรคนิปาห์ครั้งที่ 4 ในรัฐเกรละนับตั้งแต่ปี 2018
การสืบสวนที่เผยแพร่โดยรอยเตอร์เมื่อปี 2023 พบว่า รัฐเกรละซึ่งเป็นรัฐในเขตร้อนกำลังประสบกับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วและสูญเสียต้นไม้จำนวนมาก ได้สร้าง “สภาวะที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการแพร่ระบาดของไวรัสอย่างเช่นไวรัสนิปาห์”













