แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/8fqq2x 📋 | ดู : 10 ครั้ง
ขณะนี้-ผลของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-กับอิหร่าน-ทำให้เกิ

ขณะนี้ ผลของสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ทำให้เกิดผลทางอ้อมระดับโลกคือวิกฤตพลังงาน เพราะอิหร่านใช้ไม้เสียชีวิตปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงเรือขนส่งน้ำมัน เป็นเครื่องมือในการตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญถูกตัด คือ ภาวะน้ำมันขาดแคลนและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

ประเทศไทยไม่ใช่ข้อยกเว้น บวกกับการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ชวนให้ประชาชนตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความจริงใจ ความโปร่งใส และการบริหารจัดการที่ดูแล้วจะเป็นการทำให้ทางออกกลายเป็นทางตัน เมื่อน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของภาคการผลิตขึ้นราคา และ ‘หาย’ ภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่กำลังจะตามมา (และบางอย่างขึ้นราคาไปแล้ว) ปัญหาปากท้องและความยากจนกำลังเป็นสิ่งที่ประชาชนจับต้องได้ถนัดมือมากกว่าความ ‘รวยไม่ไหวแล้ว’

จะโทษว่าเป็นเคราะห์กรรมของรัฐบาลชุดใหม่หน้าเก่าก็คงไม่ถูกนัก เพราะไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องมีหน้าที่บริหารจัดการรับมือวิกฤต พาประเทศชาติและประชาชนพ้นวิกฤตไปแบบเจ็บตัวน้อยที่สุด

หากย้อนไปเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน ประเทศไทยเคยเกิดเหตุวิกฤตพลังงานคล้ายๆ กันนี้มาก่อน และมีหลายอย่างที่น่านำไปถอดบทเรียน ถึงแม้อาจจะไม่ช่วยแก้ปัญหาได้เฉียบพลันวันนี้ แต่ก็น่าจะช่วยวางแผนสำหรับอนาคตได้ หากภาวะขาดแคลนพลังงานมาถึง

นั่นคือ วิกฤตพลังงานสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร

+ วิกฤตพลังงานโลกจากการบุกอิรักของสหรัฐฯ

หากจะกล่าวว่าวิกฤตป่วนโลกครั้งนั้นเกิดจากสหรัฐฯ ก็คงไม่ผิดนัก เมื่อปี 2546 (ค.ศ. 2003) สหรัฐฯ ยกกองทัพบุกอิรักเพราะ ‘เชื่อว่า' อิรักครอบครองอาวุธทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction : WMD) ซึ่งไม่มีคำชี้แจงว่าอาวุธนี้คืออะไร และก็มีการเปิดเผยจากทางสหรัฐฯ เองในภายหลังว่า ‘อาวุธทำลายล้างสูง' ที่ว่านี้ไม่มีอยู่จริง

แต่กว่าที่สหรัฐฯ จะออกมายอมรับว่าเรื่องอาวุธทำลายล้างสูงเป็นเพียงข้ออ้างในการบุกอิรักไปโค่นซัดดัม ฮุสเซน โดยหนึ่งในคนที่ออกมาพูดคือ คอลิน พาวเวลล์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่บอกว่าสิ่งนี้คือตราบาปในการทำงานของเขา แม้แต่ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็ออกมาแถลงในปี 2548 ว่าอาวุธนั้นไม่มีอยู่จริง และแสดงความรับผิดชอบต่อการส่งกองทัพเข้าไปในอิรักจนกลายเป็นสงครามยืดเยื้อ

เรื่องนี้ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานอย่างไร

การบุกอิรักของสหรัฐฯ อาจไม่ได้มีนัยสำคัญถึงความต้องการครอบครองแหล่งน้ำมันโดยตรง แต่ขณะนั้นอิรักเป็นประเทศที่มีสำรองน้ำมันดิบราวอันดับ 5 ของโลก เมื่อเกิดสงคราม ทำให้โรงกลั่นน้ำมันในอิรักผลิตได้ไม่เต็มที่ ระบบสาธารณูปโภคก็ถูกทำลาย แทนที่จะส่งออกน้ำมันดิบได้ อิรักกลับต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมาใช้บางส่วน

หนึ่งในปัจจัยสำคัญเกิดจากความเปราะบางภายใน เนื่องจากสหรัฐฯ เข้าไปโค่น ซัดดัม ฮุสเซน และพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ ทำให้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนติดอาวุธอาศัยโอกาสโจมตีท่อส่งน้ำมันเพื่อตัดแหล่งรายได้ของรัฐบาลทำให้การส่งออกน้ำมันขาดช่วง

เมื่อสถานการณ์ต้นทางแหล่งน้ำมันของโลกที่ตะวันออกกลางไม่มั่นคง รวมทั้งมีความเป็นไปได้ว่าสงครามจะลุกลามไปยังแหล่งผลิตน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นช่วงปี 2547-2548 ก็ไม่ต่างจากปี 2569 แม้น้ำมันอาจจะยังไม่ขาดแคลนจริง แต่ด้วยความ ‘กลัวว่าจะขาดแคลน' ราคาน้ำมันดิบจึงพุ่งจาก 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในปี 2546 ขึ้นไปแตะระดับ 50-60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในช่วงปี 2547-2548 ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ในยุคนั้น (เทียบกับ ณ วันที่ 1 เม.ย. 2569 หลังสงครามที่อิหร่านผ่านไป 1 เดือน ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ ninety nine.22 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล)

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานช่วงปี 2547-2548 คือการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างก้าวกระโดดของจีน และอินเดีย จึงทำให้สองชาติยักษ์ใหญ่มีความต้องการพลังงานสูงขึ้น ขณะที่ภูมิภาคแหล่งผลิตน้ำมันยังอยู่กลางสงคราม ยิ่งเร่งให้สถานการณ์พลังงานของโลกทั้งขาดแคลนและแพงขึ้น

+ เกิดอะไรขึ้นบ้างที่ประเทศไทย

ปี 2547-2548 ไทยก็ได้รับลูกหลงจากวิกฤตราคาน้ำมันเข้าไปเต็มๆ และปรากฏการณ์ในวันนั้นก็เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์นโยบายพลังงานของประเทศไปจากเดิม เพราะได้ทิ้งมรดกด้านพลังงานไว้หลายอย่าง

ย้อนไปช่วงก่อนสงครามอิรัก หากใครยังจำได้ สิ่งที่คนไทยคุ้นตาคือป้ายราคาน้ำมันหน้าปั๊มอยู่ที่ 10 กว่าบาท โดยดีเซลอยู่ที่ประมาณ 10-12 บาทต่อลิตร ส่วนเบนซินอยู่ที่ราวๆ 15-16 บาท ซึ่งถือว่าแพงขึ้นแล้วเมื่อเทียบกับยุคก่อนต้มยำกุ้งในปี 2540

ปี 2547 เมื่อราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งทะยานจากราว 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขึ้นไปแตะระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันในไทยก็เริ่มขยับตัวชนิดที่ทำให้ประเทศต้องสั่นสะเทือน

จากราคาน้ำมันดีเซลที่เคยอยู่ประมาณ 10 บาทต้นๆ ในปี 2545 เริ่มขยับตัวมาเป็น 14.29 บาทช่วงปลายปี 2546 ขณะที่น้ำมันดิบอยู่ที่ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ต้นปี 2547 รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 14.59 บาทต่อลิตร เพื่อหวังผลทางจิตวิทยาไม่ให้ถึง 15 บาท และไม่ให้กระทบค่าครองชีพ ซึ่งผู้อยู่ในภาคการผลิตและการขนส่ง โดยรัฐบาลตรึงดีเซลให้อยู่ในราคานี้หลายเดือน โดยใช้กลไกที่เรียกว่า ‘กองทุนน้ำมัน' เข้าไปอุดหนุน เหมือนที่ใช้อยู่ในขณะนี้

ขณะที่น้ำมันเบนซินไม่โชคดีเหมือนดีเซล เพราะไม่ใช่เชื้อเพลิงหลักในภาคการผลิต ช่วงต้นปี 2547 ราคาขายหน้าปั๊มเบนซิน 95 อยู่ที่ประมาณ 17-18 บาท แต่เมื่อถึงเดือนพฤษภาคม ราคาน้ำมันดิบแตะ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัฐบาลลอยตัวราคาเบนซิน 95 จนทะลุ 20 บาท จนประชาชนผู้ใช้รถอยู่ในอาการ ‘ช็อก'

ความช็อกของประชาชนผู้ใช้รถไม่จบแค่นั้น ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ราคาน้ำมันโลกพุ่งต่อเนื่องไปแตะ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เบนซิน 95 ขยับขึ้นไปถึง 22-23 บาท ขณะที่ดีเซลยังถูกแช่แข็งไว้ที่ 14.59 บาท

ต้นปี 2548 ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งเกิน 20 บาทต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่อีกด้านหนึ่งรัฐบาลเริ่มอุ้มราคาดีเซลไม่ไหว จึงเริ่มปล่อยมือครั้งแรกในวันที่ 22 ก.พ. 2548 น้ำมันดีเซลปรับขึ้น 60 สตางค์ต่อลิตร จาก 14.59 เป็น 15.19 บาทต่อลิตร

และวันที่ 13 ก.ค. 2548 รัฐบาลทักษิณก็ยุติการตรึงราคาดีเซล ทำให้ราคาขายน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นจากช่วงตรึงราคา 7 บาทต่อลิตร เป็น 21.ninety nine บาทต่อลิตร และยังคงขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ตามราคาตลาดโลก ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานต่อมา จนรัฐบาลต้องออกมาตรการมากมายเพื่อเชิญชวนและร้องขอให้ประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน

+ sะเบิดกองทุนพลังงาน

สิ่งที่ทักษิณ ใช้ตรึงราคาดีเซลให้อยู่ที่ 14.59 บาทเกิน 1 ปี คือ กลไกที่เรียกว่า ‘กองทุนน้ำมัน'

กองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งขึ้นในปี 2521 สมัยรัฐบาล พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ กับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2521 จัดตั้งกองทุนเพื่อนำเงินไปชดเชยราคาไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งในยุคต่อมาก็กลายเป็นเครื่องมือหลักที่มักถูกนำมาใช้พยุงราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งสูงอย่างรวดเร็วตามตลาดโลก

กรณีศึกษาปี 2547 เมื่อรัฐบาลทักษิณตัดสินใจตรึงราคาดีเซลไว้ที่ 14.59 บาทต่อลิตร ทั้งที่ราคาจริงควรจะต้องพุ่งไปถึง 20 บาทไปแล้ว นั่นเท่ากับว่า กองทุนน้ำมันต้องควักเงินจ่ายส่วนต่างประมาณ 5.41 บาทต่อลิตร ให้กับปั๊มน้ำมันแทนประชาชน

การตรึงราคาน้ำมันด้วยเงินกองทุนน้ำมันช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้ประชาชนได้ก็จริง และยังรักษาความเชื่อมั่นของรัฐบาลในช่วงที่วิกฤตการเมืองสีเสื้อกำลังก่อตัวขึ้น แต่สถานะของมันก็เหมือนเป็นsะเบิดเวลา เพราะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด ใช้เงินภาษีของผู้ใช้น้ำมันอื่นๆ ไปอุ้มเฉพาะดีเซล และไม่ได้มีแผนระยะยาวสำหรับจัดการเรื่องขาดแคลนพลังงานอย่างจริงจัง

การอุ้มราคาของรัฐบาลขณะนั้นกินเวลายาวนานมาก คือ ม.ค. 2547-ก.ค. 2548 จนสุดท้ายรัฐบาลทักษิณแบกไม่ไหว ต้องประกาศยกเลิกการตรึงราคาในวันที่ 13 ก.ค. 2548 เพราะกองทุนน้ำมันติดลบมหาศาล 92,000 ล้านบาท จนเกือบจะล้มละลาย และต้องกู้เงินมาหมุนเวียน ก่อนจะค่อยๆ ปรับราคาน้ำมันขึ้นเพื่อใช้หนี้คืนในภายหลัง

+ มาตรการรับมือวิกฤต ถอดสูท ปิดปั๊มกลางคืน เลื่อนเวลาปิดห้างเร็ว

มาตรการของนายกฯ ทักษิณขณะนั้นเกิดขึ้นระยะสั้น แต่เห็นผลในทันที เพราะทักษิณ เสนอไอเดียปรับพฤติกรรมขนานใหญ่อย่างเป็นทางการ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายและมติ ครม. ออกมาตรการ เช่น

  • สั่งให้ราชการลดการใช้พลังงานลง 10-15 เปอร์เซ็นต์ โดยนายกฯ ทักษิณ นำเทรนด์ไม่ใส่สูทในการประชุม ครม. และสนับสนุนให้เปิดแอร์ 25 องศาเซลเซียส (มติ ครม. 17 พ.ค. 2548)
  • ทักษิณเซ็นคำสั่งห้ามสถานีบริการน้ำมันเปิดหลัง 22.00-05.00 น. ยกเว้นเส้นทางหลัก เพื่อลดการเดินทางช่วงกลางคืน (คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2548)
  • ออกคำสั่งควบคุมการเปิดไฟป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ โดยให้เปิดได้เฉพาะช่วง 19.00-22.00 น.
  • ขอความร่วมมือให้ห้างสรรพสินค้าปรับลดเวลาเปิดบริการ เช่น ปิดเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง เพราะห้างสรรพสินค้าเป็นสถานที่ใช้ไฟจำนวนมาก

มาตรการเร่งด่วนของทักษิณก็ถูกวิจารณ์ไม่น้อย ทั้งจากกลุ่มฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และฝ่ายที่มองว่า การออกคำสั่งบางอย่างทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปถึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

+ โอกาสในวิกฤต

ก่อนหน้าวิกฤตพลังงานเนื่องจากสงครามตะวันออกกลาง ประเทศไทยได้เริ่มทดลองใช้น้ำมันทางเลือก โดยมีการเปิดตัวน้ำมันเบนซินผสมเอทานอลจากพืช 10 เปอร์เซ็นต์ในชื่อ ‘แก๊สโซฮอล์ 95’ ช่วงปี 2544 แต่ยังไม่เป็นที่นิยมใช้ เพราะคนส่วนใหญ่กังวลว่าเครื่องยนต์จะพัง แก๊สโซฮอล์ 95 จึงมีขายนำร่องเฉพาะปั๊ม ปตท. เพียง 2 สาขา

แต่ปี 2547 เมื่อวิกฤตพลังงานมาถึงจริง ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง แม้ขาหนึ่งรัฐบาลจะใช้กองทุนเพื่อตรึงราคาดีเซลและลอยตัวราคาเบนซิน แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลทักษิณได้ประกาศส่งเสริมแก๊สโซฮอล์เป็นวาระแห่งชาติ และใช้เงินจากกองทุนน้ำมันตรึงให้ราคาถูกกว่าเบนซิน 95 ที่ 1.50 บาทต่อลิตร เช่น ต้นปี 2547 น้ำมันเบนซิน 95 ราคา 17.59 บาทต่อลิตร ราคา แก๊สโซฮอล์ 95 จะอยู่ที่ 16.09 บาทต่อลิตร จนต่อมาคนนิยมใช้แก๊สโซฮอล์ 95 กันมากขึ้น

ช่วงที่แก๊สโซฮอล์ 95 เริ่มติดตลาด รัฐบาลและบริษัทน้ำมัน เช่น ปตท. และบางจาก ก็เพิ่มทางเลือกให้รถรุ่นเก่าและจักรยานยนต์ โดยเริ่มจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 เพื่อเป็นทางเลือกให้รถรุ่นเก่าหรือรถจักรยานยนต์ที่เติมเบนซิน 91 เช่น ช่วงต้นปี 2548 ราคาเบนซิน 91 อยู่ที่ 20.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 จะอยู่ที่ 18.59 บาท คือถูกกว่า 1.50 บาท ตามถ้อยคำเชิญชวนขณะนั้นให้คนใช้เบนซินเปลี่ยนมาเติมแก๊สโซฮอล์ว่า “เติมโซฮอล์ ประหยัดทันทีลิตรละบาทห้าสิบ” ซึ่งรัฐบาลใช้กลไกเดียวกับแก๊สโซฮอล์ 95 คือใช้เงินกองทุนน้ำมันมาอุดหนุนลิตรละ 1.50 บาท

นโยบายเปลี่ยนทัศนคติของคนเรื่องการใช้พลังงานของรัฐบาลทักษิณได้ผลอย่างมาก เพราะน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลทั้งสองชนิดได้รับความนิยมอย่างมาก ประชาชนไม่กลัวเครื่องพัง บรรดาค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์เองก็ยืนยันว่าน้ำมันสูตรใหม่ทั้งสองชนิดนั้นใช้การได้ดี จน 1 มกราคม 2556 รัฐบาลไทยสมัย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ตัดสินใจยุติการขายเบนซิน 91 ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ

นโยบายเปลี่ยนระบบพลังงานนี้ ให้ผลทางอ้อมคือการประหยัด แต่ผลทางตรงอาจเรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแผนการใช้พลังงานระยะยาว เพราะเป็นการบีบให้รถยนต์และมอเตอร์ไซค์นับล้านต้องเปลี่ยนมาแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ แก๊สโซฮอล์ 95 แทนเกือบทั้งหมด ยกเว้นเบนซิน 95 ที่ยังมีขายในราคาแพงสำหรับรถหรูหรือรถเฉพาะทาง

ส่วนน้ำมันดีเซล ได้มีการนำแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเริ่มศึกษาเรื่องน้ำมันปาล์มมาตั้งแต่ปี 2526 มาพัฒนาเป็นนโยบายหลัก แทนที่จะพึ่งการพยุงราคาด้วยเงินจากกองทุนน้ำมันเพียงอย่างเดียว โดยหลังช่วงวิกฤตน้ำมัน ราวปี 2551 รัฐบาลเริ่มผสมไบโอดีเซล 2 เปอร์เซ็นต์ หรือ B2 เพื่อช่วยพยุงราคาปาล์มน้ำมันและลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากต่างประเทศ จนมาถึงทุกวันนี้ น้ำมันดีเซลมาตรฐานทั่วไปคือ ดีเซล B7 ที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7เปอร์เซ็นต์

นอกจากนโยบายเปลี่ยนไปใช้น้ำมันผสมเอทานอลเพื่อลดราคาน้ำมัน ลดการนำเข้าน้ำมันดิบ และส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง อีกหนึ่งแผนพลังงานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในวงกว้างยุคทักษิณคือ สนับสนุนให้รถ ‘ติดแก๊ส' เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสมัยแห่งพลังงานทางเลือกที่ตามมา

+ กำเนิดกระแสพลังงานทางเลือกใหม่สู้ราคาน้ำมันแพง

เมื่อเกิดปัญหาที่แต่ละฝ่ายต้องร่วมกันรับมือ ทุกคนจึงจำเป็นต้องหาทางปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ซึ่งในส่วนของภาคการขนส่งที่ต้องแบกภาระทั้งดีเซลและเบนซินจึงต้องหาทางเลือกใหม่ เป็นที่มาของกระแส ‘รถติดแก๊ส’ ที่เกิดขึ้นในยุคน้ำมันแพง 2547-2548 เช่นกัน

ในส่วนแรกคือ LPG หรือก๊าซหุงต้มที่ก่อนหน้านั้นเป็นที่นิยมในหมู่แท็กซี่อยู่บ้างแล้ว แต่เมื่อวิกฤตพลังงานมาถึง บรรดารถบ้านก็ไม่สามารถจ่ายค่าน้ำมันที่แพงขึ้นไปถึง 20-30 บาทได้ หลายคนจึงหันมาดัดแปลงรถให้ใช้แก๊ส LPG เพราะราคาถูกกว่าน้ำมัน (ราคาขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 9-10 บาทต่อลิตร) ทำให้เกิดอู่ดัดแปลงรถยนต์เพื่อติดแก๊สจำนวนมาก ส่วนมากจะใช้ถังโดนัทและถังแคปซูลบรรจุเชื้อเพลิงไว้ภายในกระโปรงหลังรถ จนทุกวันนี้ก็ยังมีรถหลายคนใช้แก๊ส LPG เป็นเชื้อเพลิงอยู่

จริงๆ แล้วรัฐบาลไม่ได้สนับสนุนให้รถยนต์ใช้ LPG อย่างจริงจัง เพราะเป็นการใช้งานที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ อาจกระทบต่อความต้องการใช้งานในครัวเรือนหรืออุตสาหกรรมได้ รัฐบาลจึงผลักดันเชื้อเพลิง NGV หรือก๊าซธรรมชาติอัด CNG ขึ้นมา เพราะไทยมีแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และมีความปลอดภัยมากกว่า LPG จึงสนับสนุนตั้งสถานีบริการก๊าซ NGV ทั่วประเทศ ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และขายในราคาต่ำกว่าน้ำมัน 50 เปอร์เซ็นต์

ก๊าซ NGV เป็นที่นิยมมากในบรรดารถชนส่งสาธารณะและแท็กซี่ ต่อมาในปี 2551 ค่ายรถยักษ์ใหญ่หลายค่ายก็เริ่มผลิตรถยนต์ที่ติดตั้งระบบรองรับ NGV มาตั้งแต่โรงงานโดยตรง ไม่ต้องมาดัดแปลงเอง แม่ทุกวันนี้รถยนต์ส่วนบุคคลจะไม่ค่อยใช้ NGV แล้ว แต่ตามบรรดาสถานีบริการก๊าซทุกวันนี้ก็ยังมีแท็กซี่ต่อคิวยาวเหยียดเหมือนเดิม

+ มรดกจากวิกฤต สู่วิถีพลังงานใหม่

วิกฤตครั้งนั้นจากสงครามตะวันออกกลางในยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร อาจไม่ได้มีวิธีการรับมือได้ดีที่สุด โดยมาตรการระยะสั้นก็ไม่ได้มีอะไีมากมายไปกว่าถอดสูท ลดอุณหภูมิแอร์ ปิดปั๊ม และการใช้เงินกองทุนน้ำมันมาอุดหนุนดีเซลจนรัฐขาดทุนมากมาย แต่ระหว่างทางที่เกิดวิกฤตนั้น มีแผนระยะยาวเกิดขึ้นหลายอย่าง และจำนวนไม่น้อยยังเป็นมรดกนวัตกรรมพลังงานอยู่จนถึงทุกวันนี้ และกลายเป็นจุดเป็นให้พลังงานทางเลือกเช่นแก๊สโซฮอล์เป็นพลังงานหลัก

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นมรดกของวิกฤตพลังงานโลกครั้งนั้นและกลายเป็นความปกติของทุกวันนี้คือ การเกิดขึ้นของ Eco Car

ก่อนหน้านั้น ความหมายของ Eco Car ในบริบทโลกอาจวัดที่มาตรฐานการปล่อยไอเสีย แต่รัฐบาลไทยนำคำนี้มาใช้เพื่อเป็นนโยบายสนับสนุนการลงทันของรัฐ

รัฐบาลทักษิณผลักดันยุทธศาสตร์ดีทรอยต์แห่งเอเชีย ที่ประสบความสำเร็จไม่น้อยกับการเป็นฐานผลิตรถกระบะ แต่เพื่อหาทางเลือกใหม่ รัฐบาลจึงมองหาโปรดักต์ตัวที่สอง นำมาสู่ยุคของรถประหยัดพลังงานที่เราเรียกว่า Eco Car ที่ประกาศเฟสแรกปี 2550 โดยม่ข้อกำหนดว่า ต้องมีอัตราสิ้นเปลืองไม่ต่ำกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร, ปล่อยไอเสียระดับ Euro 4, ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสากล, และความจุเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 ซีซี (เบนซิน) หรือ 1,500 ซีซี (ดีเซล) และรัฐบาลก็ให้สิทธิประโยชน์ภาษีสรรพสามิตต่ำพิเศษกับค่ายรถที่ยอมลงทุนผลิตรถตามเงื่อนไข 4 มาตรฐานข้างต้น

แม้รัฐบาลทักษิณจะสิ้นสุดลงจากการทำรัฐประหารในเดือนกันยายน 2549 แต่นโยบายนี้ก็ถูกสานต่อในรัฐบาลถัดมา และมาเห็นผลจริงในปี 2553 เมื่อประเทศไทยเปิดตัว Eco Car ชุดแรก คือ Nissan March ตามมาด้วย Honda Brio, Suzuki Swift, Mitsubishi Mirage และ Toyota Yaris นโยบายนี้จึงไม่เพียงแต่เปลี่ยนโฉมหน้าท้องถนนให้เต็มไปด้วยรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กเล็ก เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง แต่ยังช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้ และเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน Eco Car ของไทยกำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน โดยรถในเฟส 2 หลายรุ่นเริ่มปรับตัวเป็นระบบ Hybrid หรือ e-POWER เพื่อให้ผ่านมาตรฐานการปล่อยไอเสียที่เข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกัน นโยบายสนับสนุนของรัฐบาลชุดหลังๆ ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง เช่น ยุค พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เริ่มสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV อย่างเต็มตัว

บทเรียนจากปี 2547-2548 สอนให้รู้ว่า วิกฤตการณ์หนึ่งมักนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เสมอ ซึ่งวิกฤตพลังงานจากการบุกอิรักของสหรัฐฯ ในครั้งนั้นก็ทำให้ไทยเกิดความเปลี่ยนแปลงด้านแผนพลังงานขนานใหญ่

ปี 2569 ในวันที่สงครามตะวันออกกลางรอบใหม่กำลังดำเนินอยู่ นโยบายของรัฐบาลภูมิใจไทย ที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกุล มุ่งเน้นการอุ้มหรือตรึงราคาด้วยกองทุนน้ำมัน แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยขึ้นพรวดพราด หรือการขอความร่วมมือแบบฉาบฉวย บวกกับความไม่โปร่งใสไม่ชอบมาพากล ยิ่งทำให้เห็นชัดว่าแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นสับสน หรืออาจเป็นการวางแผนแก้หน้ารายวัน จนคนหมดความเชื่อมั่น

แม้ยังไม่มีความชัดเจนถึงมาตรการระยะยาวจากรัฐบาล ลองมองโลกในแง่ดี สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นอาจจะอยู่ที่การใช้วิกฤตครั้งนี้มาสร้างโอกาสด้านพลังงานใหม่ๆ ที่ยั่งยืนกว่าเดิม เหมือนที่วิกฤต 2547-2548 เคยทำให้แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล รถใช้แก๊ส และ Eco Car ได้แจ้งเกิด เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ความมั่นคงทางพลังงานที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่มาตรการชั่วคราว แต่อยู่ที่การวางแผนระยะยาว ซึ่งอาจรวมถึงการหาทางเลือกใหม่ๆ ให้ประเทศไทยพึ่งพาน้ำมันน้อยลงก็เป็นได่

ที่มา ประชาไท ( prachatai.com )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ในท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจที่รุมเร้าประเทศไทย ทั้งวิกฤตพลังงานท

🚨 ทช. จับกุมลักลอบใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย กลางทะเลสมุทรส

อุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ ชนประสานงากั 2026-04-02 20:01:00

ดีเซลขึ้นอีก 3.51 บาท/ลิตร ทำราคาพุ่งถึง 47.74 บ. ส่วนเบนซินรอลุ้นพรุ่งนี้

ล่าฆาตกรทุบหัว "เจ้าอาวาส" มรณภาพหน้าพระประธาน |ลุยชนข่าว |2เม.ย.69

ปลัด ก.ท่องเที่ยว ร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิ 2026-04-01 17:04:00

gettgo-บางจาก ขยายช่องทางประกันรถยนต์ออนไลน์ เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถทั่วประเทศ

*ข่าวประชาสัมพันธ์* เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเจอกัน! 🌤️ ชวน

2 เม.ย.69 สรุปการทำงานของทีมอากาศยาน ฮ.ปภ.32 ทั้ง 2 ลำ ว

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/8fqq2x 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. -𝙉𝙚𝙬𝙨-𝙍𝙚𝙘𝙖𝙥-:-นายกฯ-มอบหมาย-รมวทส.สุชาติ-ลงพื้นที่เชียงใหม 🎥 𝙉𝙚𝙬𝙨 𝙍𝙚𝙘𝙖𝙥 : นายกฯ มอบหมาย รมว.ทส.สุชาติ ลงพื้นที่เชียงใหม
  2. เปรียบเทียบให้ชัด-เครื่องวัดความดันโลหิตที่บ้านเป็นของปลอมหร เปรียบเทียบให้ชัด เครื่องวัดความดันโลหิตที่บ้านเป็นของปลอมหร
  3. ๒-เมษายน-๒๕๖๙-วันคล้ายวันพระราชสมภพ-สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ๒ เมษายน ๒๕๖๙ วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
  4. -สแกนโลกออนไลน์-วิเคราะห์ความกังวล-น้ำมันแพง-เมื่อคนเช็กรา ⛽ สแกนโลกออนไลน์ วิเคราะห์ความกังวล น้ำมันแพง เมื่อคนเช็กรา
  5. กำหนดการเกณฑ์ทหาร-จ.อุดรธานี-2569-🪖กำหนดการตรวจเลือกทหารกอง ✅กำหนดการเกณฑ์ทหาร จ.อุดรธานี 2569 🪖กำหนดการตรวจเลือกทหารกอง
  6. ไฟไหม้กองไม้พาเลท-ริมถนนทางหลวงหมายเลข-304-ในพื้นที่กบินทร์บ-|-2026-04-01-18:08:00 ไฟไหม้กองไม้พาเลท ริมถนนทางหลวงหมายเลข 304 ในพื้นที่กบินทร์บ 2026-04-01 18:08:00
  7. รวบแล้ว รวบแล้ว
  8. สำรวจราคาไข่ไก่ ยังไม่ปรับขึ้น | ข่าวค่ำ 2 เม.ย. 69 สำรวจราคาไข่ไก่ ยังไม่ปรับขึ้น | ข่าวค่ำ 2 เม.ย. 69
  9. วันที่-2-เมษายน-2569-เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา-เผยแพร่-ประกาศ วันที่ 2 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ
  10. การสร้างศรัทธาความเชื่อถือในงานที่ทำ-เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ การสร้างศรัทธาความเชื่อถือในงานที่ทำ เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Share via
Click to Hide Advanced Floating Content
×

มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

ไปกันเล้ยยย
Send this to a friend
ล่าสุด
×