
‘ครม.’ เห็นชอบโอนงานตรวจสอบคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ฯ ขอขึ้นทะเบียน ‘บัญชีนวัตกรรมไทย’ ให้ ‘สนช.’ ทำหน้าที่แทน ‘สวทช.’ เพื่อความคล่องตัว-โปร่งใส มีผล 1 ต.ค.นี้
………………………………….
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการทบทวนการมอบหมายหน่วยงานจัดทำ ‘บัญชีนวัตกรรมไทย’ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ
โดยกำหนดให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย แทนสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป พร้อมทั้งมอบหมายให้ สวทช. สนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงเทคนิคแก่ สนช. อย่างต่อเนื่อง
“การปรับบทบาทในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการบัญชีนวัตกรรมไทย ให้มีความคล่องตัว โปร่งใส และสอดคล้องกับระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังคงอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก สวทช. ในการสนับสนุนด้านเทคนิค เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบมีมาตรฐานและความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่อง” ร.อ.หญิง กล่าว
ก่อนหน้านี้ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 22 ก.ย.2558 ได้มอบหมายให้ สวทช. เป็นหน่วยตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย และให้สำนักงบประมาณเป็นหน่วยตรวจสอบราคาและประกาศบัญชีนวัตกรรมไทย โดยที่ผ่านมา สวทช.ได้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานและขับเคลื่อนระบบบัญชีนวัตกรรมไทยมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้โครงสร้างการดำเนินงานมีความเหมาะสมกับภารกิจด้านการส่งเสริมและต่อยอดนวัตกรรมเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น กระทรวง อว. จึงได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเห็นว่า สนช. ซึ่งมีภารกิจหลักด้านการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ รวมถึงการผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม มีความเหมาะสมในการทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย
ทั้งนี้ บัญชีนวัตกรรมไทยถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการและนวัตกรรมไทย โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐสามารถจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขึ้นทะเบียนได้โดยตรง ในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของความต้องการใช้งานทั้งหมดของหน่วยงาน ซึ่งผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสูงสุด 8 ปี เพื่อส่งเสริมให้นวัตกรรมไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตบนฐานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ดี สำนักงบประมาณยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบราคาและประกาศขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยตามเดิม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด













