‘กลางแจ้ง Diary: แรงงานกลางแดดในวันโลกรวน'
สารคดีบันทึกชีวิตกลางแดดของแรงงาน ท่ามกลางวิกฤติโลกรวนที่ทำให้ฤดูร้อนมีอากาศร้อนจัด ซ้ำร้ายดูท่าจะร้อนยิ่งขึ้นไปอีกในทุก ๆ ปี ตามที่เหล่าผู้คนในสารคดีเล่าให้ฟังเป็นเสียงเดียวกัน ทั้งวินมอเตอร์ไซต์ คนงานก่อสร้าง พนักงานกวาด และไรเดอร์ส่งอาหาร ซึ่งเห็นตรงกันว่าปีนี้ร้อนที่สุดเท่าที่เคยเจอ
ขวบปีที่ผันผ่าน นอกจากความร้อนระอุที่พุ่งสูงขึ้น อายุของแต่ละคนก็มากขึ้นตาม ความทนทานต่อแสงแดดที่น้อยลงตามวัยก็ส่งผลต่อการทำงาน เช่น ‘นพ' วินมอเตอร์ไซค์วัย 60 ปี ซึ่งเคยผันตัวไปวิ่งแอพฯ สุดท้ายก็สู้แดดไม่ไหว จึงขอขับวินมอเตอร์ไซค์ตามเดิม
‘โอ๋' ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 40 ปี ก็รู้สึกว่าช่วงที่ผ่านมา ตนหมดแรงตั้งแต่บ่ายสอง ทั้งที่เมื่อก่อนวิ่งรถได้ถึงช่วงเย็น เดิมทีคิดว่าโรยราตามวัย แต่เมื่อขับรถตอนกลางคืน ก็วิ่งได้เหมือนช่วงแรก ๆ ที่หันมาประกอบอาชีพไรเดอร์ จึงคิดว่าทั้งอายุที่มากขึ้นและภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งที่มาพร้อมกัน จนทำให้ขีดจำกัดการทำงานตอนกลางวันน้อยกว่าปกติ
สำหรับ ‘เตี้ย' หัวหน้าช่างก่อสร้างวัย 50 ปี ที่ทำงานก่อสร้างมาทั้งชีวิต ก็เล่าว่าตั้งแต่ช่วงเมษายนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ต้องมีเวลาพักให้คนงานเพิ่มขึ้น และแดดระอุยังทำให้หงุดหงิดง่าย ตนจึงต้องคอยเตือนตัวเองให้ใจเย็น ไม่ใช้อารมณ์กับน้อง ๆ ผู้ใช้แรงงานเด็ดขาด
เหล่าพนักงานกวาดหญิงเขตยานนาวา ทั้ง ‘นก' (27 ปี) และ ‘จอย' (31 ปี) ที่อายุยังไม่มาก ก็รู้สึกว่าอากาศร้อนจัดเป็นปัญหาพอสมควร เพราะนกขี้ร้อน ซ้ำยังมีโรคประจำตัว และจอยก็รู้สึกว่าตนเริ่มปวดกล้ามเนื้อขาจากการเดินเยอะ แม้ตอนนี้ยังสู้แดดได้ แต่เธอก็คิดว่าอีกไม่กี่ปีคงไม่ไหวแล้ว
งานศึกษาของ ASEAN Centre for Energy ยังระบุว่าในอนาคต กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองหลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 38 องศาเซลเซียส และจะมีวันที่ร้อนจัดเกือบถึงเกณฑ์ร้อนสุดขั้วถึง 120 วันต่อปี ใน ค.ศ. 2050 (ปัจจุบันอยู่ที่ Forty five วัน) ซึ่งก้าวกระโดดมากกว่าเมืองอื่น เช่น โฮจิมินห์ซิตี้ สิงคโปร์
อากาศที่ร้อนขึ้น หมายถึงค่าใช้จ่ายแฝงที่มากขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันที่ย่อมเพิ่มขึ้นมาเพื่อจัดการกับความร้อน โลกรวนจึงไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังทับซ้อนกับปัญหาคุณภาพชีวิตแรงงานรากหญ้าด้วย











