
.
ภาพขณะทีมศัลยแพทย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ ฮิวโก้ (Hugo™ Robotic-Assisted Surgical operation (RAS) system) ทำการผ่าตัดตับกลีบซ้ายจากผู้บริจาคมีชีวิต เพื่อนำไปปลูกถ่ายแก่ผู้ป่วยโรคตับแข็งรายแรกของประเทศไทย
.
โดยมารดาวัย 40 ปี บริจาคตับเพื่อช่วยชีวิตบุตรสาววัย 9 ปี ที่มีภาวะท่อน้ำดีตีบตันแต่กำเนิด และเคยได้รับการผ่าตัดสร้างทางระบายน้ำดี ตั้งแต่วัยทารก ก่อนพัฒนา เป็นตับแข็งร่วมกับภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่ ความดันหลอดเลืoดตำพอร์ทัลสูง และกลุ่มอาการตับและปอด ซึ่งส่งผลต่อระบบหายใจ ทำให้ระดับออกซิเจนในเลืoดต่ำ จำเป็นต้องใช้ ออกซิเจนที่บ้าน และมีข้อบ่งชี้ในการปลูกถ่ายตับเพื่อเพิ่มโอกาสการมีชีวิตและคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทีมแพทย์ จึงวางแผนปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคมีชีวิต โดยมารดาได้เข้ารับการผ่าตัดด้วยการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตับกลีบซ้าย เพื่อไปปลูกถ่ายแก่บุตรสาวได้สำเร็จ ครั้งแรกประเทศและเป็นครั้งแรกของโลกในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
.
แพทย์ผู้ผ่าตัด ระบุว่าเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์กับการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนสูง และต้องอาศัยความละเอียดแม่นยำ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ทั้งผู้บริจาคและผู้รับการปลูกถ่ายตับ ที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้บริจาค เพราะเป็นผู้ที่มีสุขภาพ แข็งแรงและเข้ารับการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น การใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จะช่วยให้ศัลยแพทย์ทำงาน บริเวณขั้วตับได้ละเอียดมากขึ้น ขั้วตับเป็นบริเวณที่มีโครงสร้างสำคัญจำนวนมากอยู่ใกล้กัน ทั้งหลอดเลืoดแดง หลอดเลืoดดำพอร์ทัล หลอดเลืoดดำที่ออกจากดับ และท่อน้ำดี การที่มีภาพสามมิติที่มีความละเอียดสูง ช่วยให้ ศัลยแพทย์มองเห็นโครงสร้างขนาดเล็กได้ชัดเจนขึ้น ขณะที่เครื่องมือผ่าตัดที่ขยับได้หลายทิศทางคล้ายข้อมือมนุษย์ ช่วยให้การเลาะแยกเนื้อเยื่อในพื้นที่แคบและลึกทำได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำมากขึ้น
.
ความนิ่งของแขนกลและการควบคุมการเคลื่อนไหวที่ละเอียด ช่วยเพิ่มความประณีตในการเลาะหลอด เลืoดที่ไปเลี้ยงตับกลีบซ้าย โดยเฉพาะแขนงของหลอดเลืoดแดงที่ไปเลี้ยงตับ (Hepatic Artery) และหลอดเลืoด ดำที่นำเลืoดเข้าสู่ตับ (Portal Vein) ซึ่งมีขนาดเล็กและอยู่ใกล้โครงสร้างสำคัญอื่น ช่วยลดแรงกระตุก เพิ่มความ มั่นคงในการผ่าตัด จึงช่วยรักษาโครงสร้างสำคัญได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อคงคุณภาพของดับที่จะนำไปปลูกถ่าย และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริจาค”
.
กรณีที่สอง บุตรสาววัย 27 ปี บริจาคตับเพื่อช่วยชีวิตบิดาวัย 61 ปี ที่มีภาวะตับแข็งร่วมกับมะเร็งตับ (Hepatocellular Carcinoma; HCC) บนพื้นฐานโรคตับเรื้อรัง โดยมีรอยโรคมะเร็งบริเวณ segment 7 และผ่าน การประเมินเพื่อเข้ารับการปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคมีชีวิต ทีมศัลยแพทย์พิจารณาใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ ในการผ่าตัดตับกลีบซ้ายจากบุตรสาว เพื่อปลูกถ่ายให้กับบิดา จึงเป็นการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตับจากผู้ บริจาคมีชีวิต เพื่อมอบให้กับผู้ป่วยผู้ใหญ่รายแรกของประเทศไทย (Grownup to grownup residing donor liver transplantation)
.
รศ.นพ.สัณหวิชญ์ จันทร์รังสี อาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด กล่าวว่า “การผ่าตัดตับจากผู้ บริจาคมีชีวิตเป็นหัตถการ
.
รศ.นพ.วรกิตติ ลาภพิเศษพันธุ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และอาจารย์ประจำ หน่วยศัลยศาสตร์ระบบตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แพทย์ผู้ผ่าตัด กล่าวว่า “โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นับเป็นสถาบันการแพทย์ แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีศักยภาพและประสบการณ์ในการผ่าตัดปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคมีชีวิตให้กับผู้ใหญ่ (Grownup to grownup Living Donor r Transplantation) อย่างต่อเนื่อง และโดยทั่วไปแล้ว การผ่าตัดปลูกถ่าย ตับจากผู้บริจาคมีชีวิต มักใช้ตับกลีบขวา เนื่องจากมีขนาดใหญ่ และให้ปริมาตรดับมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในผู้ บริจาคที่ได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม ศัลยแพทย์สามารถนำดับกลีบซ้ายมาใช้ในการปลูกถ่ายได้อย่างปลอดภัย เช่นกัน การคงดับกลีบขวาไว้ และเลือกตัดดับกลีบซ้าย จะทำให้ตัดเนื้อตับออกน้อยกว่า ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบ จากการที่ตับลดปริมาตรลงหลังผ่าตัดในผู้บริจาคได้
.
ความสำเร็จครั้งนี้จึงมีความสำคัญ นอกจากจะเป็นการผ่าตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิตด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เป็นครั้งแรกในประเทศไทยแล้ว ยังนับเป็นความสำเร็จในการผ่าตัดตับโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ เป็น ครั้งแรกของโลกอีกด้วย เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของการผ่าตัดนำดับกลีบซ้ายของผู้บริจาคออก โดยใช้ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบ Hugo™ เพื่อปลูกถ่ายตับได้ทั้งในผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยผู้ใหญ่ โดยยังคงยึดหลักความ ปลอดภัยของผู้บริจาคเป็นสำคัญ”
.
อ.พญ.อัษรา เทพบัญชรชัย อาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์ระบบทางเดินน้ำดี ตับ และตับอ่อน ภาควิชา ศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า “การผ่า ตัดทั้ง 2 คู่ ผู้ให้และผู้รับดำเนินไปได้ตาม แผนการรักษาที่วางไว้ ผู้บริจาคทั้งสองรายปลอดภัย ฟื้นตัวดี และมีสุขภาพแข็งแรงหลังผ่าตัด ร้อยละ 28.3 ซึ่งรวมการผ่าตัดซับซ้อน เช่น การผ่าตัดตับ ตับอ่อน และการตัดตับจากผู้บริจาคมีชีวิตเพื่อปลูกถ่าย ขณะที่ศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง คิดเป็นร้อยละ 12.1 และมีการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดในสาขาอื่น เช่น ศัลยกรรมเด็ก และศัลยกรรมทางเดินอาหาร เป็นการขยายศักยภาพการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง
.
ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมของทีมแพทย์ศัลยกรรมตับ ตับอ่อน และ ทางเดินน้ำดีของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้กับการผ่าตัดที่ มีความซับซ้อนสูง และนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการศัลยกรรมปลูกถ่ายดับไทยและความก้าวหน้าทางการ แพทย์สู่ระดับสากล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังคงมุ่ง มั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็น “โรงเรียน แพทย์ในดวงใจ เพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะ ด้วยนวัตกรรม” และเป็นกำลังสำคัญในการ ยกระดับคุณภาพชีวิต ของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน”
ผ่าตัด ปลูกถ่ายตับ มช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ThaiPBS ThaiPBSNews เปิดประเด็นเป็นที่พึ่ง ศูนย์ข่าวภาคเหนือ ข่าวไทยพีบีเอส
( RSS) 2026-05-27 08:37:00———ข่าวอัพเดทจาก : เฟซบุ๊ค ThaiPBS North ———www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย











