“ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ”
ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของประชากรโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 พันล้านคนในอีก 30 ปีข้างหน้า (United Countries, 2022) หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหารทั้งโลก นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและอาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น ปัญหาเหล่านี้ทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารในอนาคตต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งมีศักยภาพในการช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียทรัพยากร และสนับสนุนการผลิตอาหารที่ยั่งยืน
.
จากการศึกษาของ McKinsey & Firm (2023) พบว่า AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอาหารได้ถึง 20% โดยการใช้เทคโนโลยีนี้ในกระบวนการจัดการทรัพยากร การคาดการณ์ความต้องการของตลาด และการพัฒนาอาหารทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น โปรตีนจากแหล่งทางเลือกที่ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติในปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ AI จะเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหาร แต่ในประเทศไทยยังถือว่าเทคโนโลยีนี้ยังใหม่และยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ในวงกว้างเท่าที่ควร
.
เพื่อสร้างความเข้าใจและเปิดโอกาสในการนำ AI มาใช้ในการผลิตอาหารที่ยั่งยืน งาน Future Food Leader Summit 2025: Regenerative Food for the Future จึงจัดกิจกรรม Workshop ขึ้นเพื่อรวบรวมแนวคิดและไอเดียจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา รวมถึงการแชร์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจในอุตสาหกรรมอาหาร โดยงานนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI, นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร ผู้ประกอบการ รวมไปถึงนักศึกษา และผู้ที่สนใจ เพื่อมาร่วมพูดคุยถึงบทบาทของ AI ในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้นภายใต้หัวข้อ Regenerative, Symbiotic Enhance, AI with Future Food
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://ngthai.com/sustainability/77288/future-food-ai/
.
#NationalGeographicThailand AI อาหารแห่งอนาคต
RSS)
ที่มา : National Geographic Thailand's