นาซาตั้งเป้า ส่งมนุษย์กลับไปโคจรรอบดวงจันทร์ต้นเดือน มี.ค.

ที่มาของภาพ : Shutterstock

นักบินอวกาศจะเริ่มการเดินทางของพวกเขาผ่านทางจรวดขนส่ง “สเปซลอนช์ซิสเตม” (nce Inaugurate Machine – SLS) ของนาซา
Article Recordsdata
    • Creator, รีเบคกา มอเรล,
    • Purpose, บรรณาธิการข่าววิทยาศาสตร์,
    • Creator, อลิสัน ฟรานซิส,
    • Purpose, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์อาวุโส
      และ
    • Creator, เกร็ก บรอสแนน,
    • Purpose, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์อาวุโส
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

นาซาตั้งเป้าไว้ว่าในช่วงต้นเดือน มี.ค. จะส่งนักบินอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ซึ่งจะเป็นการเดินทางในอวกาศที่ไกลที่สุดของมนุษยชาติ

ภารกิจอาร์ทิมิส 2 (Artemis II) จะประกอบไปด้วยนักบินอวกาศสี่คนที่ออกเดินทาง 10 วันรอบด้านที่อยู่ห่างไกลของดวงจันทร์และเดินทางกลับมายังโลก เพื่อปูทางสำหรับการลงเหยียบบนดวงจันทร์ในอนาคต

นาซากำหนดวันออกเดินทางที่เร็วที่สุดคือ 6 มี.ค. หลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบที่เรียกว่า “การทดสอบระบบเติมเชื้อเพลิงในสภาวะเยือกแข็ง (moist costume rehearsal)” ซึ่งเป็นการทดสอบก่อนการปล่อยจรวดที่สำคัญ โดยจะมีการบรรจุเชื้อเพลิงในจรวดและผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินการนับถอยหลัง

การทดสอบดังกล่าวเป็นความพยายามครั้งที่สองของทีมอาร์ทิมิส โดยมันเกิดขึ้นที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy nce Heart) ในมลรัฐฟลอริดา

“ทุกค่ำคืนที่ฉันแหงนหน้ามองดวงจันทร์และฉันเห็นมัน ฉันตื่นเต้นจริง ๆ นะ เพราะฉันรู้สึกได้ว่าเธอกำลังเรียกหาพวกเราและเราพร้อมแล้ว” ลอรี เกลซ ตัวแทนจากนาซา บอกในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์

“ความตื่นเต้นสำหรับภารกิจอาร์ทิมิส 2 เริ่มก่อตัวขึ้นจริง ๆ เราเริ่มรู้สึกถึงมันได้แล้ว มันกำลังมา”

ในการฝึกซ้อมครั้งแรกซึ่งเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน ก.พ. ต้องสิ้นสุดลงก่อนกำหนดเนื่องจากการรั่วไหลของเชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่แท่นปล่อยจรวด

เกลซบอกว่า ปัญหาทั้งเรื่องการอุดรูรั่วและตัวกรองได้รับการแก้ไขแล้ว

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue finding outได้รับความนิยมสูงสุด

Waste of ได้รับความนิยมสูงสุด

“เมื่อวานนี้เราสามารถเติมถังจรวด SLS จนเต็มได้ภายในระยะเวลาตามแผน… เรายังทดสอบการนับถอยหลังการปล่อยจรวดได้สำเร็จด้วย” เธอกล่าว

ชาวอเมริกันสามคน ได้แก่ รีด ไวส์แมน, วิกเตอร์ โกลเวอร์ และคริสตินา คอช และชาวแคนาดาหนึ่งคนคือ เจเรมี แฮนเซน จะเป็นลูกเรือในภารกิจอาร์ทิมิส 2 นี้

เกลซกล่าวว่าทีมลูกเรือมีความรู้สึกตื่นเต้นหลังการซักซ้อมประสบความสำเร็จ และพวกเขาจะเข้าสู่กระบวนการกักตัวในวันศุกร์

พวกเขาจะเริ่มต้นการเดินทางด้วยจรวดดวงจันทร์ขนาดใหญ่ของนาซา ซึ่งมีความสูง 98 เมตร ที่ชื่อว่า “สเปซลอนช์ซิสเตม” (nce Inaugurate Machine) หรือ SLS

มันเคยขึ้นบินเพียงครั้งเดียวก่อนหน้านี้ในเดือน พ.ย. 2022 สำหรับภารกิจอาร์ทิมิส 1 (Artemis I) แต่ขณะนั้นไม่มีคนอยู่บนจรวด

ในภารกิจครั้งใหม่นี้ ลูกเรือจะสวมสายนิรภัยรัดตัวอยู่ภายในแคปซูลโอเรียน (Orion capsule) ซึ่งจะอยู่ด้านบนสุดของจรวด

ด้านในยานอวกาศของพวกเขาจะมีขนาดประมาณรถมินิบัส และนั่นจะเป็นสถานที่ซึ่งพวกเขาสี่คนต้องใช้ชีวิต กินอาหาร ทำงาน และนอนหลับพักผ่อนตลอดระยะเวลา 10 วันของภารกิจ

วันแรกของการเดินทาง นักบินอวกาศจะอยู่บริเวณวงโคจรรอบโลกก่อน จากนั้นหากระบบทั้งหมดทำงานได้ดี พวกเขาจะมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์

การเดินทางใช้เวลาราวสี่วัน โดยลูกเรือจะเดินทางไปรอบด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นด้านที่เราไม่เคยเห็นจากบนโลก

พวกเขาจะอยู่ที่ระยะ 6,500 – 9,500 กม. เหนือพื้นผิวดวงจันทร์ และจะมีเวลาหลายชั่วโมงที่อุทิศให้กับการศึกษาและถ่ายภาพดวงจันทร์

จากนั้นเหล่านักบินอวกาศจะใช้เวลาอีกสี่วันในการเดินทางกลับโลก โดยพวกเขาจะสิ้นสุดภารกิจด้วยการแล่นลงน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก

ที่มาของภาพ : NASA

แฮร์ริสัน ชมิตต์ นักบินอวกาศในยานอะพอลโล 17 เดินทางไปเยือนดวงจันทร์ในปี 1972

ภารกิจครั้งนี้ หากสำเร็จจะเป็นการปูทางไปสู่ภารกิจอาร์ทิมิส 3 (Artemis III) ซึ่งเราจะได้เห็นนักบินอวกาศลงเหยียบบนพื้นผิวของดวงจันทร์

ครั้งสุดท้ายที่มนุษย์ไปเยือนดวงจันทร์คือในปี 1972 ในภารกิจอะพอลโล 17

นาซาบอกว่า การลงจอดบนดวงจันทร์ครั้งใหม่จะเกิดขึ้นในปี 2028 แต่นั่นเป็นการกำหนดกรอบเวลาที่ทะเยอทะยานมาก

บริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของอีลอน มัสก์ ได้สัญญาสร้างยานลงจอดดวงจันทร์สำหรับอาร์ทิมิส 3 ซึ่งจะถูกส่งขึ้นไปยังดวงจันทร์ด้วยจรวดสตาร์ชิป (Starship) ของสเปซเอ็กซ์ แต่ความล่าช้าของโครงการจรวดสตาร์ชิปทำให้นาซาขอให้สเปซเอ็กซ์วางแผนใหม่ที่ดีกว่านี้เพื่อเร่งระยะเวลาการจะกลับไปดวงจันทร์

นาซายังขอให้บริษัทคู่แข่งอย่างบลูออริจิน (Blue Starting keep) ซึ่งมี เจฟฟ์ เบซอส เป็นเจ้าของ ให้เขียนแผนการไปดวงจันทร์ให้เร็วขึ้นสำหรับโครงการอาร์ทิมิส 3 ส่งมา

ขณะที่มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีกำลังแข่งขันกัน สหรัฐฯ ก็กำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในการกลับสู่ดวงจันทร์ เมื่อจีนก็มีเป้าหมายในการไปเหยียบดวงจันทร์ให้ได้ในปี 2030 และกระบวนการในเรื่องนี้ก็คืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งสองประเทศวางแผนที่จะลงจอดบริเวณขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ และกำลังแข่งขันกันเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการสร้างฐานบนดวงจันทร์สำหรับประเทศของตัวเอง