- ประมวลภาพบรรยากาศ และการปราศรัย อดีตแกนนำ นปช. จัดงานครบรอบ 16 ปี รำลึก วีรชนคนเสื้อแดง 10 เมษา'Fifty three ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา และหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา
- ตัวแทนพรรคประชาชน เตรียมยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ทำให้ทหารที่ทำผิดอาญาต่อประชาชน ขึ้นศาลพลเรือน และแก้ไขกฎหมายยกเลิกอายุความคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐหลบหนีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก่อนเดดไลน์คดีหมดอายุความอีก 4 ปีข้างหน้า ‘วิโรจน์’ ขอประชาชน-พรรคการเมืองเพื่อนบ้านที่ร่วมต่อสู้ ปชต. ให้การสนับสนุน
- ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยย้อนรอยชัยชนะทางการเมือง และคดีความคนเสื้อแดง ตั้งแต่คดีชายชุดดำ ก่อการร้าย และเผาห้างสรรพสินค้า จนตอนนี้คดีความยกฟ้องหมดแล้ว และปัจจุบัน กำลังทำเว็บไซต์-สื่อโซเชียลมีเดีย เก็บประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนเสื้อแดง หวังเปิดตัว 19 พ.ค.นี้ ยืนยันคนเสื้อแดงสำหรับเขา อยู่ตรงไหนก็เป็น ‘เพื่อน’ กันเสมอ
10 เม.ย. 2569 เพจเฟซบุ๊ก ‘ยูดีดี นิวส์’ รายงานวันนี้ (10 เม.ย.) ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา บริเวณสี่แยกคอกวัว ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นมา มีงานรำลึกและสดุดีวีรชน #16ปีเมษาพฤษภา53 “นิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนเสียชีวิต” นับถอยหลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ ซึ่งจัดโดยคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช. Fifty three)

คลิกลูกศรซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูรูปภาพ
สำหรับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม ซึ่งถูกเรียกว่า “ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่” บริเวณสะพานผ่านฟ้าถึงสี่แยกคอกวัว จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับความยุติธรรม โดยวันนี้นับว่าครบรอบ 16 ปีของเหตุการณ์ดังกล่าว และเหลืออีก 4 ปีก่อนคดีจะหมดอายุความลง
บรรยากาศการทำกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. มีการเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการภาพประวัติศาสตร์การสลายการชุมนุมปี 2553 และการขับเคลื่อนทวงความยุติธรรมของ คปช. Fifty three ภายในงานมีการแจกอาหาร เครื่องดื่ม และจำหน่ายหนังสือ รวมถึงซุ้มกิจกรรมขององค์กรต่าง ๆ อาทิ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดรดน้ำวีรชนและเพนต์รูปสัญลักษณ์ประชาธิปไตย ไอลอว์เปิดบูทจำหน่ายสินค้า และการแสดงดนตรี นำโดยอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร ‘พอร์ท ไฟเย็น' ‘หนวดริมทาง' และ บุ๊ค Elevenfinger
จากนั้น 15.00 น. มีการจัดพิธีสงฆ์ทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 4 รูป จากนั้น มีการวางพวงหรีดและช่อดอกไม้ พร้อมกล่าวไว้อาลัยและสดุดีวีรชน นำโดย ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำ นปช., นพ.เหวง โตจิราการ, ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สหัสวัต คุ้มคง, เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ จากพรรคประชาชน, เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา, สุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา, กีรดิต โยงราช ผู้ลงสมัครนายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พรรคธรรมปณิธาน และตัวแทนโมกหลวงริมน้ำ
ร้อง ปชน. เร่งยื่น กม.นำทหารขึ้นศาลพลเรือน
แถลงการณ์จากคณะ คปช. Fifty three ระบุว่า สืบเนื่องจากการล้อมปราบคนเสื้อแดงในช่วง เม.ย. จนถึง พ.ค. 2553 นำมาซึ่งความสูญเสียของคนเสื้อแดงจำนวนนับร้อยคน และบาดเจ็บ 1,283 รายเท่าที่สืบทราบได้ และยังมีผู้เสียชีวิตต่อมาอีกจำนวนหนึ่งหลังเดือน พ.ค. เป็นต้นมา เป็นผลให้ทางธิดา ถาวรเศรษฐ ตั้ง “คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553” เพื่อทวงความยุติธรรมทั้งจากต้นทางที่ตำรวจ DSI ระหว่างทางคืออัยการ และปลายทางคือศาลยุติธรรม โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา จนได้ตัวเลขที่นำไปสู่การวินิจฉัยของศาลในการไต่สวนคดีการเสียชีวิตที่ผิดปกติตามมาตรา 150(3) มีคดีจำนวนหนึ่งที่ศาลวินิจฉัยว่ากระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ 17 รายก่อนรัฐประหาร และไม่ทราบว่าใครลงมือทำ 15 ราย (หลังรัฐประหาร)
อย่างไรก็ตาม หลังการทำรัฐประหารปี 2557 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี, สุเทพ เทือกสุบรรณ ลอยนวลพ้นผิดจากคดีสังหารคนเสื้อแดง เนื่องจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไม่ยอมส่งคดีที่ศาลวินิจฉัยแล้วว่า กระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ทหารต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนนายทหารชั้นผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ลอยนวลพ้นผิด โดยอัยการทหารสั่งไม่ฟ้อง
มีจำนวน 62 คดี ที่ DSI ยุติการชันสูตรพลิกศw เพื่อไต่สวนตามประมวลวิอาญามาตรา 150(3) กลับไปปิดคดีโดยการชันสูตรพลิกศwตาม มาตรา 150(1) โดยถือเป็นการเสียชีวิตปกติ ทั้งที่ชัดเจนว่าถูกยิvจากทหาร ทั้งที่แยกคอกวัว และบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา
แม้ว่า หลังการทำรัฐประหารเป็นต้นมา คปช. Fifty three พยายามยื่นข้อเสนอโดยการทวงความยุติธรรมตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง ผ่านพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ปี 2565 สมัยเป็นฝ่ายค้าน จนมาเป็นรัฐบาลปี 2566 แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง และถูกขัดขวางเมื่อเรื่องเข้าสู่ กมธ.พัฒนาการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการการทหาร โดยเฉพาะเรื่องการนำทหารที่ทำผิดอาญาต่อประชาชน ขึ้นสู่ศาลพลเรือนตามข้อเสนอของ คปช. Fifty three
จนกระทั่ง พรรคประชาชน ได้นำข้อเสนอของ คปช.Fifty three มาบรรจุในชุดนโยบายของพรรคฯ ทำให้เริ่มเห็นหนทางทวงความยุติธรรม โดยข้อเรียกร้องก็คือ
- แก้ไขกฎหมายให้คดีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดอาญาต่อประชาชน ต้องไม่มีอายุความ
- ให้มีร่าง พ.ร.ป.แก้ไขเพิ่มเติมวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้คดีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่กระทำความผิดอาญาต่อประชาชน ไม่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 โดยแก้มาตรา 14 ในคดีที่ทหารกระทำความผิดทางอาญาต่อพลเรือน ให้ขึ้นต่อศาลยุติธรรมพลเรือน
นอกจากนั้น คปช.Fifty three ได้เรียกร้องให้คดีความที่ค้างคา, ไม่ดำเนินตามกฎหมายที่มี, การเสียชีวิตผิดปกติ ต้องได้ถูกชันสูตรพลิกศwตาม ป.วิอาญา มาตรา 150(3) ไม่ใช่ยุติไปเฉยๆ โดยอ้างว่าชันสูตรพลิกศwแล้วแบบการเสียชีวิตปกติ แม้แต่ทหารที่เสียชีวิตก็ยังไม่ได้รับการสืบสวนและชันสูตรพลิกศwตามมาตรา 150(3)
แถลงการณ์ระบุทิ้งท้ายว่า เนื่องด้วยอายุความของคดีจะเหลือเพียง 4 ปี จึงขอให้พรรคประชาชนเร่งยื่นร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสภาฯ และขอให้พรรคการเมืองต่างๆ และสมาชิกผู้แทนราษฎรที่มีใจรักประชาชน และประชาธิปไตย ร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย และทำให้บรรลุผลโดยเร็ว เพราะความยุติธรรมสำหรับประชาชน คือปราการด่านสุดท้ายของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย
ปชน.เตรียมยื่นแก้ กม.ยุติอายุความเจ้าหน้าที่หนีกระบวนการยุติธรรม
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน กล่าวว่า วันนี้เขามาเป็นตัวแทนของหัวหน้าพรรค ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ซึ่งติดภารกิจประชุมรัฐสภา กล่าวรำลึกวีรชนคนเสื้อแดง และอยากจะกราบเรียนทุกท่านว่า เราไม่ได้หลงลืม และไม่ได้ละเลยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีที่แล้ว
กรรมการบริหารพรรคประชาชน ระบุว่า วันนี้เขาไม่ได้จะมาหาเสียง หรือหาคะแนนนิยม แต่อยากให้ประเทศไทยดีขึ้น และมองว่าเหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553 ที่รัฐใช้อำนาจเข่นฆ่-าประชาชน หากเราไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ เหตุการณ์เล่านี้จะวนกลับมาอีกครั้ง และพรรคประชาชน ในฐานะพรรคที่ยืนยันว่าอำนาจสูงสุดในประเทศนี้เป็นของประชาชน เราจะปล่อยให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้
พิจารณ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนมีการเสนอกฎหมายแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร มากไปกว่านั้น สส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ร่วมกับ สส.รอมฎอน ปันจอร์ และอีกหลายท่าน ยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 เพื่อหยุดเข็มนาฬิกาของอายุความ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งการ เจ้าหน้าที่รัฐหลบหนีไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อายุความต้องสิ้นสุดหยุดลง สส.คณะทำงานยื่นไปแล้วในสภาฯ ชุดที่ 26 แต่ยังไม่ถูกการพิจารณา
นอกจากนี้ พรรคประชาชน ได้มีนโยบายที่จะหยุดวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล ก็คือการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา แก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร แก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นี่เป็นอีกหนึ่งกฎหมายสำคัญที่เราต้องการคืนสิทธิให้กับประชาชน ให้เราสามารถฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐ ฟ้องร้องผู้ที่มีอำนาจโดยตรง ไปที่ศาลอาญา ศาลยุติธรรมได้ โดยไม่ต้องผ่านองค์กรอิสระ
‘วิโรจน์' ขอพรรคการเมือง-ประชาชนหนุนร่างแก้ พ.ร.บ. ลากทหารขึ้นศาลพลเรือน
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.พรรคประชาชน กล่าวรำลึกถึงคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ล้อมปราบตั้งแต่ 10 เม.ย. จนถึง 19 พ.ค. 2553 และได้เล่าบทสนทนาระหว่างเขากับเพื่อนที่ไต่ถามว่า “เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว จะฟื้นฟอยหาตะเข็บทำไม” ซึ่งเขามองว่า หากสามารถยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดเจ้าหน้าที่รัฐ หรือทหาร มันจะทำให้ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบผลของการกระทำ และเป็นบทเรียนให้ผู้มีอำนาจได้รับรู้ว่าต่อให้เบื้องหลังของเขาจะเป็นใครที่ให้คำมั่นกับคุณว่า ฆ่-าไปเถอะ สังหารไปเถอะ ทำไปเถอะ ยังไงก็คุณก็ไม่โดนอะไร คุณก็จะไม่เชื่อคนหลังม่านเหล่านั้น เพราะคุณเห็นบทเรียนของผู้ที่มีอำนาจที่ต้องรับผิดตามกฎหมายไปแล้ว ซึ่งนี่คือนิติรัฐ หรือที่หลายคนเรียกว่า “บ้านเมืองที่มีขื่อมีแป” ทำให้ประชาชนอยู่ได้อย่างสบายใจ เพราะรู้สึกว่ากฎหมายจะคุ้มครองเขาเวลาที่ได้รับความอยุติธรรม
วิโรจน์ กล่าวว่า ตอนนี้มีการพิสูจน์แล้วว่า คดีชายชุดดำ ไม่มีอยู่จริง และเราพิสูจน์ได้อย่างน้อยส่วนหนึ่งว่า กระสุนถูกยิvจากเจ้าหน้าที่รัฐ และเรื่องราวที่น่าหดหู่ที่สุดคือเหตุการณ์ในวัดปทุมฯ คือมีภาพปรากฏของคนที่ซุ่มยิvถืออาวุธ แต่ปรากฏว่าจับมือใครดมไม่ได้ นี่คือสิ่งที่สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้อำนวยความยุติธรรมให้มันเกิดขึ้นในสังคมเลย มากไปกว่านั้น ยังมีกระบวนการปลุกปั่นให้คนอีกกลุ่มหนึ่งรู้สึกชิงชังเกลียดชังว่า คนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเข่นฆ่-าทำลายยังไงก็ได้ นี่คือความร้ายกาจที่เกิดขึ้นในปี 2553
วิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า ที่เลวร้ายที่สุดคือการสร้างผังล้มเจ้ากำมะลอ ที่คนทำเองก็ยอมรับกับศาลแล้วว่าทำขึ้นมาเอง ไม่มีที่มาที่ไป เอาประชาชนตามจินตนาการมาใส่ในผังแล้วโยงใย กล่าวหาว่าประชาชนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่คือสิ่งที่ชั่วช้าสามานย์ สร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนโดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือ แต่คนกลุ่มนั้นก็ยังลอยหน้าลอยตามีชีวิตที่ผาสุกอยู่ได้ ทั้งที่การกระทำนี้คือภัยร้ายของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่แท้จริง
วิโรจน์ ระบุว่า ล่าสุดเพิ่งคุยกับเอกราช อุดมอำนวย สส.พรรคประชาชน ว่าจะขอยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เข้าไปในเร็ววันนี้ และคงจะต้องขอความกรุณาของประชาชนที่นี่ เพราะลำพังเสียงพรรคประชาชน 120 เสียงมันไม่เพียงพอจะผ่านวาระที่ 1 หรือต่อให้เพียงพอ ก็ไม่มั่นใจว่าจะผ่านวาระที่ 2 หรือ 3 ดังนั้น วิธีการเดียวกันก็คือการขอความร่วมมือจากพรรคเพื่อนบ้านที่เคยต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยกันมา เชื่อว่าถ้ามีคะแนนเสียงเพียงพอจากพรรคการเมืองจำนวนหนึ่ง ที่เกินกว่าครึ่งหนึ่งของสภาฯ ก็จะสามารถผ่านร่างกฎหมายได้
ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร คือ คดีอาญาที่ทหารกระทำกับประชาชน ไม่ต้องขึ้นศาลทหาร แต่ให้ขึ้นศาลยุติธรรม และคดีทุจริตทั้งปวง ไม่ต้องขึ้นศาลทหาร และขึ้นศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบแทน
“ถ้าเราทำเช่นนั้นได้ ความยุติธรรมบังเกิด มันจะเป็นบทเรียนให้ทหารรุ่นใหม่ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะคิดใช้อาวุธที่ซื้อมาโดยภาษีของประชาชน หันปลายกระบอกปืนใส่กระสุน แล้วเล็ง แล้วลั่นไกไปที่ประชาชนอีก” อดีต สส.พรรคประชาชน กล่าว
สำหรับประเด็นที่ว่าทำไมต้องโฟกัส พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร วิโรจน์ กล่าวว่า เพราะทุกครั้งตั้งแต่ 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ หรือเหตุการณ์ 10 เมษา พฤษภา’Fifty three ก็ดี อาวุธที่ทำให้ประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเป็นอาวุธสงครามทั้งสิ้น และคนที่ใช้คือทหารโจรใช่หรือไม่ ทหารดีก็ได้แต่ทำตาปริบๆ จะห้ามก็ไม่ได้ เพราะมีระบบรุ่นพี่รุ่นน้องต้องทำให้เกิดกระบวนการพ้นผิด ง่ายที่สุดคือไปศาลยุติธรรม และศาลอาญาทุจริตฯ และเราจะหยุดกงล้อของความหฤโหดไว้ได้
“ต้องขอความกรุณาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจะต้องยื่นหนังสือกับพรรคการเมืองอื่น ผมคิดเหมือนกันว่าใครจะเคลมความสำเร็จ เคลมได้เลย ใครจะเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เป็นไปได้เลย จะเอาร่างใครเป็นร่างหลัก เอาได้เลย ขอให้มันผ่านสภาฯ และมีนัยยะสำคัญแค่มาตราเดียวก็พอ คือคดีที่ทหารทำร้ายประชาชน หรือคดีที่ทหารทำทุจริตขึ้นศาลยุติธรรมและขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ …เพราะเป้าหมายของพวกผมคือไม่ต้องการเห็นความหฤโหดเกิดขึ้นซ้ำอีกแล้วเท่านั้นเอง” วิโรจน์ ทิ้งท้าย
หลังจากนี้ มีกิจกรรมจุดเทียนรำลึกและวางดอกไม้เพื่ออธิษฐานจิตต่อดวงวิญญาณวีรชนเมษา-พฤษภา Fifty three ปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีและแร็ปจาก “บุ๊ค” ธนายุทธ Elevenfinger – OLDNEW ก่อนยุติกิจกรรมในเวลาประมาณ 19.20 น.
คนเสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด
ในวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก สำนักข่าวราษฎร ถ่ายทอดสดออนไลน์เมื่อเวลา 17.00 น. หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการจัดงาน “รำลึก 16 ปี เหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 เสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด”

คลิกซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูภาพ
ภายในงานมีแกนนำและบุคคลสำคัญของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอดีต รมช.พาณิชย์ จักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ จิราพร สินธุไพร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ สส.ร้อยเอ็ด ชญาภา สินธุไพร อดีต สส.ร้อยเอ็ด ขัตติยา สวัสดิผล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเพื่อไทย และประชาชนจำนวนมาก
โดยพิธีเริ่มต้นด้วยการประกอบพิธีสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ก่อนที่จักรภพ ในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทย จะนำวางพวงหรีดในนามพรรค พร้อมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที เพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้ล่วงลับ จากนั้น ญาติวีรชนและมวลชนคนเสื้อแดงได้ร่วมกันวางพวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง
ขัตติยา สวัสดิผล สส.พรรคเพื่อไทย ลูกสาวของพลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ได้กล่าวขอแสดงความเสียใจคนเสื้อแดงผู้เสียสละทุกคน และอยากขอบคุณทุกคนที่ยังจดจำพ่อของเธอได้ แม้ว่าจะผ่านไปมากกว่า 10 ปีแล้ว ขอบคุณที่ยังมีเสธ.แดงอยู่ในใจ และเชื่อว่าทุกดวงวิญญาณยังคงเฝ้าดูและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน และขอให้ทุกคนอยู่กันแบบนี้ตลอดไปและเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน
หลังจากนั้น บรรยากาศการทำกิจกรรมฝั่งหน้าโรงเรียนสตรีวิทยามีการผลัดกันขึ้นปราศรัยของอดีตแกนนำ นปช. เช่น ก่อแก้ว พิกุลทอง จักรภพ เพ็ญแข และหนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่สุดคือการปราศรัยของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
ณัฐวุฒิ เริ่มจากการกล่าวถึงประวัติการจัดงานรำลึก 10 เมษา’Fifty three ตั้งแต่ปี 2554 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และในปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่มีการจัดรำลึก 2 สถานที่แต่ในวันเดียวกันคือ ที่สี่แยกคอกวัว และหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ตรงข้ามอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
“เราควรรู้สึกอย่างไรกับมัน ผมก็ตอบว่าให้รู้สึกว่ามันธรรมดา ไม่มีอะไรตั้งอยู่เหนือความเปลี่ยนแปลง และในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ถ้าเรายังแน่ใจว่าเราคือคนเสื้อแดง ถ้าเรายังภาคภูมิใจในการต่อสู้คนเสื้อแดง ถ้าเรายังยืนหยัดในจิตวิญญาณและอุดมการณ์ของคนเสื้อแดง เราก็มาร่วมชุมนุมและจัดกิจกรรมรำลึกได้ตลอดเวลาทุกปี มันไม่ได้อยู่ที่ตัวคนจัด มันไม่ได้อยู่ที่มุมไหนของถนน มันอยู่ที่ในใจของทุกคนว่ายังเป็นคนเสื้อแดงรึเปล่าเท่านั้นเอง” ณัฐวุฒิ กล่าว
ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เขาคุยกับทีมงานเรื่องการจัดกิจกรรมรำลึก 16 ปี ปีนี้ เราจะตั้งชื่องานว่า “16 ปี 10 เมษา Fifty three คนเสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด” แม้ว่าการชุมนุมจะหยุดลงแล้ว แต่การต่อสู้ไม่เคยหยุด หัวใจของคนยังมีการต่อสู้อยู่ และหัวใจของคนยังบอกว่าแม้ไม่มีการรวมตัวรวมพลัง แต่เรายังเติมพลังให้ตัวเองตลอดเวลา
16 ปี ชัยชนะทางการการเมือง และคดีความของคนเสื้อแดง
ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า 16 ปีไม่ใช่น้อยๆ และอยากเล่าให้ฟังว่าวันนี้เขาได้รับสายจากลูกชาย บอกว่าวันที่ 10 เมษา เขาอยากมาร่วมคารวะคนเสื้อแดงด้วย เขาเชื่อว่าไม่ได้มีแต่ลูกชายผมที่รู้สึกแบบนี้ ลูกหลานหลายคนก็รู้สึกแบบนี้ ถ้าเขาได้เห็นพ่อแม่ เห็นปู่ย่าไปร่วมชุมนุมคนเสื้อแดง ไปหลายวัน กลับดึกๆ ดื่นๆ ถูกไล่ยิv ถูกจับขัง แต่ตอนได้รับการปล่อยตัวออกมายังใส่เสื้อแดง เขาก็จะเคารพคนเสื้อแดง เพราะเขารู้จัก เข้าใจ และภาคภูมิใจกับมัน
ต่อมา อดีตแกนนำ นปช. กล่าวถึงการต่อสู้ในคดีความ และกระบวนการยุติธรรมของคนเสื้อแดง รวมถึงการต่อสู้เพื่อความชอบธรรมของคนเสื้อแดง ซึ่งเขาอยากชี้ให้เห็นว่า 16 ปีนี้ คนเสื้อแดงเราชนะมาหลายครั้ง และจะชนะต่อไปจนมีบรรทัดประวัติศาสตร์ชัดเจนบนพื้นที่ทางการเมืองไทย
- พรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้ง เมื่อ 3 ก.ค. 2554 โดยที่สุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และ ผู้อำนวยการศอฉ. ให้สัมภาษณ์สื่อในวันที่ผลการเลือกตั้งออกว่า เขาพ่ายแพ้ให้กับพลังจัดตั้งคนเสื้อแดงที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยทิ้งห่างพรรค ปชป. จำนวน 100 กว่าที่นั่ง
- แกนนำ นปช. และมวลชน ศาลพิพากษาถึงที่สุด ชนะคดีก่อการร้าย จากการชุมนุมปี 2553
- ปี 2553 ข้อกล่าวหาว่าขบวนการคนเสื้อแดง มีชายชุดดำ มีกองกำลังติดอาวุธ มีหน่วยไล่ล่า คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ และฆ่-าประชาชนด้วยกัน มีการจับกุมคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชายชุดดำเกือบ 20 รายไปดำเนินคดี บัดนี้ผู้ต้องหาคดีชายชุดดำชนะคดี คำพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องไม่มีความผิด
- เมื่อ 16 ปีที่แล้ว มีการกล่าวหาว่า คนเสื้อแดง ยิvปืน M79 และทำให้พันเอกร่มเกล้า ธุวธรรม เสียชีวิตนั้น มีการจับกุมคน 3-4 รายที่มาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงไปดำเนินคดี แต่ผลพิสูจน์ปรากฏออกมาว่า สาเหตุการเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับปืน M79 แต่เกี่ยวกับsะเบิดมือแบบขว้าง ซึ่งไม่มีในกลุ่มผู้ชุมนุม และเมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องจำเลยทุกคน ไม่มีความผิด
- คดีเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้า เมื่อค่ำของวันที่ 19 พ.ค. 2553 มีการดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่ในที่ชุมนุม 2 คน และศาลพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องไม่มีความผิด ในคำเบิกความของหน่วยผจญเพลิงที่ดูแลอาคารอยู่ พูดชัดว่าคนก่อเหตุเป็นคนจากที่ไหนก็ไม่รู้ แต่เป็นคนเสื้อแดงแน่ๆ เราใช้เวลา 16 ปี ต่อสู้กับเรื่องเหล่านี้ พิสูจน์ข้อกล้าวหาเช่นนี้ และเราก็ชนะในกระบวนการยุติธรรมเรื่อยมา และนี่คือคนเสื้อแดง
- ท้ายที่สุด เมื่อสายธารการต่อสู้ไหลมาถึงคนหนุ่มสาวและนักศึกษาเมื่อปี 2563 ปรากฏว่าในรั้วมหาวิทยาลัย มีคนกลุ่มเดียวที่พวกเขาเรียกหา มีคนกลุ่มเดียวที่พวกเขาประกาศว่าเห็นใจ และอยากให้มาเคียงข้างกันคือคนเสื้อแดงเท่านั้น เขาไม่ได้เรียกหาพลังอื่นๆ เขาไม่ได้เรียกหาตัวบุคคลหรือแกนนำ เขาเรียกหาพลังนั้น ปรากฏการณ์นั้น เขาเรียกหาประชาชนคนบ้านๆ อย่างพวกเรา ที่ไม่เคยปรากฏในพื้นที่ทางการเมืองมาก่อน ถ้าจะบอกว่านี่เป็นอีกชัยชนะหนึ่งของคนเสื้อแดง เราก็พูดได้ นี่คือชัยชนะทางการเมือง นี่คือชัยชนะที่พลังนี้ได้ประกาศเอาไว้และได้รับการโอบรับจากคนรุ่นต่อไป
ผุดไอเดียทำเพจเฟซบุ๊ก-เว็บไซต์รวบรวม ปวศ.คนเสื้อแดง
อดีตแกนนำ นปช. เผยว่า ขอให้ประชาชนได้รับรู้ว่าปีถัดๆ ไปจะยังคงมีกิจกรรมรำลึก ส่วนภาระหน้าที่ในการติดตามทวงถามความยุติธรรม พูดแล้วพูดอีกก็ต้องยอมรับว่ายิ่งพูดมันก็ยิ่งช้ำ เพราะว่ายากลำบากเหลือเกินที่จะเดินไปข้างหน้า
นอกจากนี้ ณัฐวุฒิ เผยว่า เขาได้คุยกับทีมงานว่าจะเริ่มทำเว็บไซต์ และเพจเฟซบุ๊ก รวบรวมประวัติศาสตร์ของคนเสื้อแดงทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน จะมีเรื่องราว คำปราศรัย บทสัมภาษณ์ แกนนำเครือข่าย มีแนวรบวัฒนธรรม เรื่องเพลง ข้าวของการต่อสู้ของคนเสื้อแดง ซึ่งตอนนี้กำลังเริ่มดำเนินการ และเมื่อพร้อมเสนอต่อสาธารณะจะขอบอกกล่าวอีกที โดยเขาหวังว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ พื้นที่รำลึก ศึกษาวัฒนธรรมการแสดงออกการต่อสู้ของคนเสื้อแดงได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะพวกเขาเท่านั้น แต่รวมถึงคนหนุ่มคนสาวคนรุ่นหลัง ถ้าใครสนใจเหตุการณ์ตอนไหน หรืออย่างไร สามารถเข้าไปดูเองได้ ซึ่งหวังว่าจะสามารถเปิดตัวให้ทันวันที่ 19 พ.ค. 2569
ณัฐวุฒิ ได้กล่าวว่า มีคำถามจากประชาชนเสมอว่า มีโอกาสที่จะเห็นคนเสื้อแดงที่กระจายไปตามพรรคการเมืองต่างๆ กลับมารวมตัวกันอีกไหม ซึ่งเขาตอบไม่ได้ เพราะว่ามันมีเงื่อนไขความคิดทางการเมือง ไม่เหมือนวงดนตรีที่จะกลับมารวมตัวกันร้องเพลงเล่นคอนเสิร์ต แต่เอาเป็นว่าปล่อยให้เป็นเงื่อนไขของวันเวลา
“หัวใจผมมิตรก็คือมิตร เพื่อนก็คือเพื่อน และสำหรับผม เพื่อนเสียชีวิตของผมจำนวนมหาศาลมันเกิดขึ้นในการต่อสู้เมื่อ 16 ปีที่แล้วนั้น ความเป็นเพื่อนสำหรับผม มันอยู่ตรงนั้น เดินมาจนถึงวันนี้ แม้ยืนกันอยู่คนละที่ แต่สำหรับผม ผมไม่คิดจะไปโค่นไปรอนมิตรภาพที่ผ่านมา เพราะผมถือว่ามิตรภาพในท่ามกลางการต่อสู้ของคนเสื้อแดง มันมีคุณค่า มันมีความหมาย มันมีพลังสำหรับชีวิตผม” ณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย
หลังจากนี้มีกิจกรรมจุดเทียนเพื่อรำลึกความสูญเสีย และผู้เสียชีวิตในวันที่ 10 เม.ย. 2553












