
‘ก.ล.ต.’ ขอให้ ‘พนักงานอัยการ’ ฟ้อง ‘ยุพิน ชัยวิกรัย-นฤชิต โรจนยางกูร’ ต่อศาลแพ่ง คดีปั่นหุ้น TCC เรียกชำระเงินรวม 7.26 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย
………………………………
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอให้พนักงานอัยการฟ้องผู้กระทำความผิด 2 ราย กรณีสร้างราคาหรือปริมาณหลักทรัพย์ของบริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TCC) ได้แก่ หุ้น TCC และใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ รุ่น 3 รุ่น 4 และรุ่น 5 (TCC-W3 TCC-W4 และ TCC-W5) เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด
ตามที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดรวม 10 ราย กรณีสร้างราคาหรือปริมาณหลักทรัพย์ของ TCC โดยกำหนดให้ชำระเงินรวม 59,780,191 บาท (ค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด)
และกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 14 เดือน 20 เดือน หรือ 23 เดือน (แล้วแต่กรณี) และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นระยะเวลา 28 เดือน 40 เดือน หรือ 46 เดือน (แล้วแต่กรณี)
ทั้งนี้ คดีได้ยุติในชั้น ก.ล.ต. แล้ว 8 ราย ส่วนผู้กระทำความผิดอีก 2 ราย ได้แก่ นางสาวยุพิน ชัยวิกรัย และนายนฤชิต โรจนยางกูร ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ซึ่งพิจารณาได้ว่าผู้กระทำความผิด 2 รายดังกล่าวไม่ยินยอมที่จะระงับคดีในชั้น ก.ล.ต.
ดังนั้น ก.ล.ต. จึงมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิด 2 รายดังกล่าว เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง โดยให้ชำระเงินรวมทั้งสิ้น 7,268,810.30 บาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ
อนึ่ง ก.ล.ต. ได้นำส่งการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542













