
‘อนุทิน’ แจ้ง ‘ครม.’ ผลความสำเร็จ ‘โต เลิม’ ปธน.เวียดนาม เยือนไทย ตั้งเป้า เพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันสองประเทศอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ – ‘โฆษกรัฐบาล’ มอง ‘ไทย-เวียดนาม’ แข่งกันทุกเรื่องไม่ได้
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า โดยก่อนเริ่มวาระการประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้แจ้งให้ทราบถึงความสำเร็จในการต้อนรับ นายโต เลิม ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่มาเยือนอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 พ.ค. โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าในการหารือครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศที่ดีมาก ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าไทยและเวียดนามเป็นประเทศสำคัญของอาเซียน และมีศักยภาพที่จะร่วมมือกันได้อีกมาก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร เทคโนโลยี อุตสาหกรรมอนาคต รวมถึงความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งเมื่อเราได้ยกระดับความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน เราจึงได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากที่ปัจจุบันอยู่ที่ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
น.ส.รัชดากล่าวว่า นายกรัฐมนตรีย้ำว่า อยากให้ทุกกระทรวงมองการเยือนครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือไทย – เวียดนามจากความสัมพันธ์ที่ดีไปสู่ความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะหลังจากที่ครม.ได้เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการหุ้นส่วนรอบด้านไทย – เวียดนาม ปี 2569 – 2574 มากไปกว่านั้น นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงการตอบรับคำเชิญไปเยือนกรุงฮานอย รวมทั้งจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาค ASEAN Future Discussion board (AFF 2026) ในช่วงวันที่ 8-9 มิ.ย. 2569 จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งไปดูว่า ในส่วนของกระทรวงของท่านมีเรื่องใดที่สามารถต่อยอดกับเวียดนามได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มมูลค่าการค้า การส่งเสริมการลงทุน การเชื่อมโยงโลจิสติกส์ พลังงานสะอาด ความมั่นคงทางอาหาร หรือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
“นายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนท้ายว่า สิ่งสำคัญคือ อย่าให้ความร่วมมือจบอยู่แค่ในเอกสารหรือการประชุม แต่ต้องแปลงเป็นแผนงาน โครงการ และผลลัพธ์ที่ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศจับต้องได้ ดังนั้นขอให้ทุกกระทรวงช่วยกันเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วย”น.ส.รัชดากล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเชิงยุทธศาสตร์รัฐบาลไทยมองเวียดนามเป็นพันธมิตรหรือคู่แข่งทางการค้า น.ส.รัชดากล่าวว่า เรื่องอะไรที่แข่งก็ต้องแข่ง แต่เรื่องใดที่ไทยกับเวียดนามจับมือกันได้ก็ต้องจับมือ แข่งกันทุกเรื่องไม่ได้

@ รัชดา ธนาดิเรก @












