
‘ครม.’รับทราบความคืบหน้างานโยธาไฮสปีด‘กรุงเทพ-โคราช’ 14 สัญญา คืบหน้าแล้ว forty five.53% มีสัญญาที่ยังอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง 2 สัญญา เผยจ้าง 2 ‘รัฐวิสาหกิจจีน’ เป็น ‘ที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง'
……………………………..
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ครม.มีมติรับทราบรายงานความก้าวหน้าโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย และผลการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 32 ตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอ
สำหรับความก้าวหน้าโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย มีดังนี้
1.โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา
โครงการมีสถานีทั้งหมด 5 สถานี ประกอบด้วย สถานีกลางบางซื่อ สถานีดอนเมือง สถานีอยุธยา สถานีสระบุรี สถานีปากช่อง และสถานีนครราชสีมา แบ่งสัญญางานโยธาเป็น 14 สัญญา ระยะทางประมาณ 253 กิโลเมตร งบประมาณลงทุน 179,412.21 ล้านบาท นั้น จากข้อมูล ณ วันที่ 25 ก.ย.2568 การก่อสร้างมีความก้าวหน้าโดยรวม ร้อยละ forty five.53 ประกอบด้วย
สัญญาที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ มี 2 สัญญา ได้แก่ สัญญา 1-1 กลางดง-ปางอโศก และสัญญา 2-1 สีคิ้ว-กุดจิก
สัญญาที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง มี 10 สัญญา ได้แก่ สัญญา 3-1 แก่งคอย-กลางดง และปางอโศก-บันไดม้า (ความก้าวหน้าร้อยละ 20.07) ,สัญญา 3-2 อุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง (ความก้าวหน้าร้อยละ 98.22) ,สัญญา 3-3 บันไดม้า-ลำตะคอง (ความก้าวหน้าร้อยละ 58.78) ,สัญญา 3-4 ลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด (ความก้าวหน้า ร้อยละ ninety nine.10) , สัญญา 3-5 โคกกรวด-นครราชสีมา (ความก้าวหน้าร้อยละ 15.39)
สัญญา 4-2 ดอนเมือง-นวนคร (ความก้าวหน้าร้อยละ 6.86) ,สัญญา 4-3 นวนคร-บ้านโพ (ความก้าวหน้าร้อยละ 60.60) ,สัญญา 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย (ความก้าวหน้าร้อยละ 48.71) ,สัญญา 4-6 พระแก้ว-สระบุรี (ความก้าวหน้าร้อยละ 14.65) และสัญญา 4-7 สระบุรี-แก่งคอย (ความก้าวหน้าร้อยละ 66.89)
สัญญาที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง มี 2 สัญญา ได้แก่ สัญญา 4-1 บางซื่อ-ดอนเมือง และสัญญา 4-5 บ้านโพ-พระแก้ว
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร ประกอบด้วย ทางยกระดับ 188.68 กิโลเมตร ทางระดับพื้น 54.09 กิโลเมตร อุโมงค์รวม 4 กิโลเมตร มีศูนย์ซ่อมบำรุงและควบคุมการเดินรถตั้งอยู่ที่บริเวณเชียงรากน้อย ระบบรถไฟใช้ประเภทรถโดยสาร EMU (Electric A pair of Unit) กำลังขับเคลื่อนสูงสุด 5,200 กิโลวัตต์ มีความจุของขบวนรถ 600 ที่นั่งต่อขบวน ที่ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางจาก กรุงเทพถึงนครราชสีมา 1 ชั่วโมง 30 นาที

@จ้าง 2 รัฐวิสาหกิจจีน‘CRDC-CRIC’เป็น‘ที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง’
ในส่วนงานจ้างออกแบบรายละเอียด (สัญญา 2.1) นั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ลงนามสัญญา 2.1 กับรัฐวิสาหกิจจีน (China Railway Glean Company : CRDC และ China Railway World : CRIC) เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2560 วงเงิน 1,706.7 ล้านบาท โดยผู้รับจ้างฝ่ายจีนได้ออกแบบแล้วเสร็จ
ด้าน งานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานการก่อสร้าง (สัญญา 2.2) รฟท.ลงนามสัญญา 2.2 กับรัฐวิสาหกิจจีน (CRDC และ CRIC) เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2560 วงเงิน 3,500 ล้านบาท (สิ้นสุดสัญญาปี 2564 ประกันผลงาน 2 ปี ) ต่อมา รฟท. และผู้รับจ้างฝ่ายจีนได้ร่วมกันจัดทำร่างบันทึกแนบท้ายสัญญา 2.2 เพื่อรองรับการจ่ายค่าจ้างที่ปรึกษา ในการควบคุมการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและสัญญาที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
โดยได้มีการลงนามบันทึกแนบท้ายสัญญา (Supplemental Settlement No.1) ของสัญญา 2.2 เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2565 ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ปัจจุบันผู้รับจ้างอยู่ระหว่างดำเนินงานควบคุมการก่อสร้าง
ขณะที่งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟ และจัดฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา 2.3) รฟท. ได้ลงนามสัญญา 2.3 กับรัฐวิสาหกิจจีน (CRDC และ CRIC) เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2563 วงเงิน 50,633.5 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินงาน 64 เดือน แบ่งงานออกเป็น 3 ช่วง
ได้แก่ 1)งานออกแบบระบบรถไฟความเร็วสูง และออกแบบระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนออกแบบขบวนรถไฟ 2) งานฝึกอบรมบุคลากรเพื่อการเดินรถและการซ่อมบำรุงและการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ 3) งานก่อสร้างติดตั้งระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ระบบรถไฟความเร็วสูงที่เกี่ยวข้อง
โดยผู้รับจ้างได้จัดทำแบบร่างแบบรายละเอียดงานระบบ (Draft Detailed Glean) เรียบร้อยแล้ว และ รฟท.ได้ตรวจรับงานเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2567 และผู้รับจ้างอยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์งานระบบ โดยมีความคืบหน้าในภาพรวมของสัญญา 2.3 ร้อยละ 0.95
ในขณะที่การจัดตั้งองค์กรพิเศษเพื่อกำกับการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงนั้น ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการศึกษาแนวทางและจัดตั้งองค์กรพิเศษเพื่อกำกับการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงแล้วเสร็จ ซึ่งจากผลการศึกษาได้เสนอแยกภารกิจโครงการรถไฟความเร็วสูงออกเป็นหน่วยงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และหน่วยงานบริหารจัดการ บำรุงรักษาและเดินรถ
โดย ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2568 อนุมัติในหลักการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดแรงกดดันทางการเงินการคลังของประเทศในภาพรวม ให้กระทรวงคมนาคม (การรถไฟแห่งประเทศไทย) พิจารณาศึกษาความเหมาะสมของการดำเนินงานด้านต่างๆ ภายใต้โครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ระยะที่ 2
เช่น การลงทุนระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล การลงทุนเครื่องมือ/อุปกรณ์ และรถจักร ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้านาทา เป็นต้น ในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน ตามความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2568 รวมทั้งข้อสังเกตของกระทรวงการคลังก่อนดำเนินการต่อไป
โดยกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ รฟท. ศึกษารูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการจัดตั้งองค์กรพิเศษฯ เพื่อให้การพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย ดำเนินการให้ทันกับกำหนดการเปิดให้บริการโครงการ และมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยนำผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
@รฟท.ศึกษารูปแบบเปิดเอกชนร่วมทุนไฮสปีด‘นครราชสีมา-หนองคาย’
2.โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย
โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย เป็นส่วนต่อขยายของโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา รวมระยะทางประมาณ 356.01 กิโลเมตร ขนาดทาง 1.435 เมตร มีสถานีทั้งหมด 5 สถานี ได้แก่ สถานีบัวใหญ่ สถานีบ้านไผ่ สถานีขอนแก่น สถานีอุดรธานี และสถานีหนองคาย มีศูนย์ซ่อมบำรุงเบาและที่จอดรถไฟที่นาทา และศูนย์ซ่อมบำรุงหนักที่เชียงรากน้อย มีศูนย์ซ่อมบำรุงทาง 4 แห่ง ได้แก่ บ้านมะค่า หนองเม็ก โนนสะอาด และนาทา รวมถึงย่านกองเก็บตู้สินค้า และย่านเปลี่ยนถ่ายสินค้า 1 แห่งที่นาทา
สถานะดำเนินการล่าสุด รฟท. ได้ออกแบบรายละเอียดงานโยธาแล้วเสร็จ ส่วนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Evaluate : EIA) คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางบกและทางอากาศ ครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2567 ได้มีมติให้ความเห็นชอบรายงาน EIA ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2567 และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบรายงาน EIA แล้ว เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2567 ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำขอบเขตของงานและราคากลาง
ต่อมา ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2568 อนุมัติในหลักการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย) และให้กระทรวงคมนาคม (รฟท.) ดำเนินการในส่วนของการจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สินและการก่อสร้างงานโยธาภายในกรอบวงเงิน ดังนี้ ค่าจัดสรรกรรมสิทธิ์ ที่ดินและชดเชยทรัพย์สิน 12,418.61 ล้านบาท ,ค่างานก่อสร้างโยธา วงเงิน 232,454.86 ล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้างโยธา วงเงิน 6,530.01 ล้านบาท
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดแรงกดดันทางการเงินการคลังของประเทศในภาพรวม ให้กระทรวงคมนาคม (รฟท.) พิจารณาศึกษาความเหมาะสมของการดำเนินงานด้านต่างๆ ภายใต้โครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ระยะที่ 2 เช่น การลงทุนระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล การลงทุนเครื่องมือ/อุปกรณ์ และรถจักร ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้านาทา เป็นต้น ในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน ตามความเห็นของ สศช. เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2568 รวมทั้งข้อสังเกตของกระทรวงการคลัง ก่อนดำเนินการต่อไป
โดย รฟท.อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษารูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคายตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ปัจจุบัน รฟท.ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัท KU Consortium ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการศึกษา วงเงิน 26.86 ล้านบาท บาท ระยะเวลา 4 เดือน ลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 4 พ.ค.2568













