
เหตุใดการเปลี่ยนชื่อภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) เป็น PMOS จึงอาจช่วยผู้หญิงได้อีกหลายคน

ที่มาของภาพ : Rochelle Lewis
สำหรับโรเชลล์ ลูอิส เธอต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะยืนยันได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เธอมีอาการปวด มีขนขึ้นบนใบหน้ามากผิดปกติ รวมถึงมีอาการท้องอืด และเธอยัง “สะเทือนใจอย่างมาก” เมื่อพบว่าอาการเหล่านี้อาจทำให้เธอมีโอกาสในการเป็นแม่น้อยลง
เธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงมากกว่า 170 ล้านคนทั่วโลกที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ พีซีโอเอส (polycystic ovary syndrome: PCOS) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับฮอร์โมนบางชนิดสูงกว่าปกติ
ลูอิสได้รับการวินิจฉัยเมื่อเดือน ก.พ. ปีที่ผ่านมา ซึ่งเธอกล่าวว่าเป็นสิ่งที่เธอ “คาดการณ์มานาน” หลังจากมีอาการต่าง ๆ และเข้ารับการตรวจมาหลายปี
เธอได้รับแจ้งว่าการมีภาวะ PCOS อาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ ทำให้เธอรู้สึก “เหมือนกับโลกทั้งใบพังทลายลง”
“หนึ่งในสิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดในชีวิตคือการได้เป็นแม่” เธอกล่าว
“เมื่อคุณมีภาพตั้งแต่ยังเด็กว่าชีวิตของคนจะดำเนินไปในทางไหน แต่แล้วก็มีคนมาบอกว่า ‘จริง ๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณต้องการมากที่สุดมีแนวโน้มว่าจะไม่เกิดขึ้น' นั่นทำให้ใจสลายอย่างยิ่ง”
ลูอิสสามารถตั้งครรภ์ได้ในเวลาต่อมา และให้กำเนิดลูกชายซึ่งปัจจุบันมีอายุสามเดือนแล้ว เธอยังได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัวจนก่อตั้งธุรกิจด้านสุขภาพของตัวเองด้วย

ที่มาของภาพ : Getty Photos
เมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น กลุ่มอาการรังไข่และเมตาบอลิซึมผิดปกติ หรือ พีเอ็มโอเอส (Polyendocrine metabolic ovarian syndrome: PMOS) โดยเครือข่ายเฝ้าระวังภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบระหว่างประเทศ หวังว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยปรับปรุงความเข้าใจ และช่วยในด้านการรักษาและการวินิจฉัยได้ดีขึ้น
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุดCease of ได้รับความนิยมสูงสุด
สำหรับลูอิสซึ่งต้อง “ไป ๆ มา ๆ” เพื่อพบแพทย์ตั้งแต่อายุประมาณ 18 ปี เธอหวังว่าการเปลี่ยนชื่อจะ “เปิดประตู” ให้ผู้หญิงจำนวนมากได้รับการวินิจฉัยได้เร็วขึ้น แต่ก็ไม่ได้เชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง
“ฉันคิดว่าเรามักจะถูกบอกว่าคุณมีภาวะ PCOS แล้วก็ต้องรับมือกับมันเอง” หญิงวัย 31 ปีจากเบอร์มิงแฮมกล่าว
ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักรหรือเอ็นเอชเอส (NHS) ระบุว่าภาวะ PCOS พบได้บ่อย โดยส่งผลต่อผู้หญิงในสหราชอาณาจักรถึง 1 ใน 10 โดยผู้หญิงที่ประสบกับภาวะนี้จะมีประจำเดือนไม่ปกติ มีขนขึ้นตามร่างกายมากผิดปกติ รวมทั้งมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
เคท มอร์ริส จากองค์กรการกุศลเวริตี้ พีซีโอเอส (Verity PCOS) กล่าวว่าเธอหวังว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำมาสู่การที่ผู้หญิงจำนวนมากขึ้นจะได้รับการส่งต่อให้พบแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านระบบต่อมไร้ท่อและระบบเมตาบอลิซึมหรือการเผาผลาญ
“มันจะทำให้ผู้ป่วยสามารถพูดได้ว่า… ‘มันอยู่ในชื่อแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันเป็นเรื่องของระบบเผาผลาญและระบบต่อมไร้ท่อ'” เธอกล่าว
ข้อมูลจากสมาคมสร้างความตระหนักต่อภาวะ PCOS ระบุว่า ภาวะนี้เป็นความผิดปกติของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการมีระดับของฮอร์โมนแอนโดรเจนในร่างกายสูง ซึ่งฮอร์โมนนี้มักถูกเรียกว่า “ฮอร์โมนเพศชาย” (male-form hormones) และอาจส่งผลให้ตั้งครรภ์ได้ยาก โดยกลุ่มอาการนี้ไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด มีเพียงแต่การบรรเทาอาการบางอย่างได้เท่านั้น
NHS ระบุด้วยว่า ภาวะ PCOS หรือ PMOS ยังเกี่ยวข้องกับระดับอินซูลินที่สูง และยังเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในระยะยาวอีกด้วย

ที่มาของภาพ : Shireen Forster
ชีรีน ฟอร์สเตอร์ ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นถุงน้ำในรังไข่หลายใบ เมื่ออายุ 18 ปี หลังจากเริ่มมีอาการบ่งชี้จากการมีขนขึ้นตามร่างกายมากผิดปกติ การมีภาวะดังกล่าวได้เป็นแรงบันดาลใจให้เธอก่อตั้งคลินิกที่ชื่อว่า LaserMeOut ซึ่งมีสาขาในเบอร์มิงแฮมด้วย
เธอกล่าวว่าผู้หญิงจำนวนมากที่คลินิกของเธอต้องต่อสู้เพื่อให้ตนเองมีความมั่นใจ อันเนื่องมาจากการมีอาการของโรคที่สร้างความทุกข์ โดยเฉพาะการมีขนขึ้นมากผิดปกติซึ่งมักเกิดบนใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง
“มันทำลายความมั่นใจของพวกเธออย่างสิ้นเชิง” เธอกล่าว
หญิงวัย 33 ปีจากกรุงลอนดอนคนนี้สนับสนุนการเปลี่ยนชื่อดังกล่าว โดยระบุว่าชื่อใหม่สะท้อนลักษณะของภาวะนี้ได้ดีกว่าว่าเป็นปัญหาของร่างกาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงที่รังไข่เท่านั้น
“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของถุงน้ำในรังไข่ของผู้หญิง” เธอกล่าว
“นี่คือเรื่องของระบบเมตาบอลิซึม เป็นเรื่องของวิธีที่ร่างกายผลิตพลังงาน นี่คือเรื่องระบบต่อมไร้ท่อ… ระบบฮอร์โมนของคุณ ทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด”
ฟอร์สเตอร์ซึ่งคลอดลูกคนแรกเมื่อปีที่แล้ว กล่าวว่าเธอรู้สึก “ภูมิใจ” กับการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ และเชื่อว่าจะช่วยปรับความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวเพิ่มเติมว่ายังจำเป็นต้องมีการสนับสนุนจากผู้หญิงที่เผชิญกับภาวะนี้ และบอกว่าผู้หญิงต้องการโอกาสในการพบปะผู้อื่นที่มีภาวะเดียวกันและแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
“เราจำเป็นต้องมีความเป็นชุมชนมากกว่านี้ สิ่งที่พวกเธอต้องการคือการได้พบกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญสิ่งเดียวกัน เพื่อนั่งลงและพูดคุยกัน” เธอกล่าวเสริม

ที่มาของภาพ : Kate Morris
มูลนิธิ Verity PCOS ซึ่งมีเครือข่ายกลุ่มสนับสนุนที่ดำเนินงานโดยอาสาสมัครหลายแห่ง ทั้งในโคเวนทรี วอร์ริกเชียร์ สแตฟฟอร์ดเชียร์ และวอร์เชสเตอร์เชียร์ ได้รณรงค์ให้มีการเปลี่ยนชื่อมานานกว่าทศวรรษ
เคท มอร์ริส อาสาสมัครและอดีตกรรมการมูลนิธิจากเขตเมริเดนใกล้กับโคเวนทรี ได้รับการวินิจฉัยภาวะนี้เมื่ออายุ 19 ปี
หญิงวัย 59 ปีคนนี้เล่าว่าเธอพยายามให้ตนเองได้รับการวินิจฉัยในช่วงทศวรรษ 1980 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่เธอจะได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการหลังพบแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปชั่วคราว
“ฉันไม่มีความสุข ฉันรู้ว่าร่างกายของฉันทำงานผิดปกติ และฉันไม่ยอมที่จะต้องทนอยู่กับมัน” เธอกล่าว
“จากนั้นหมอก็บอกว่า ‘กลับมาอีกครั้งเมื่อคุณต้องการจะมีลูก' นั่นเป็นสิ่งที่คนมักได้ยินในตอนนั้น”
มอร์ริสซึ่งก่อตั้งกลุ่มสนับสนุนในโคเวนทรีและวอร์ริกเชียร์กล่าวว่า การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้เป็น “ก้าวสำคัญ” สำหรับผู้ที่มีภาวะนี้
เธอกล่าวว่าต้องการให้การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ช่วยให้ผู้หญิงจำนวนมากขึ้นได้รับการส่งต่อเพื่อรับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ ซึ่งเป็นการจัดการกับภาวะที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน
“เมื่อฉันพบผู้ป่วยคนใหม่ สิ่งแรก ๆ ที่ฉันทำคือบอกพวกเขาว่าชื่อนั้นไม่สมเหตุสมผล” มอร์ริสกล่าว
“ชื่อนั้นทำให้เข้าใจผิด มันไม่ใช่เรื่องของรังไข่ และนั่นคือหนึ่งในปัญหาใหญ่ของมัน”













