
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อคณะผู้แทนระดับสูงจาก สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เพื่อเริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการภายใต้ข้อตกลงหยุดยิvชั่วคราว 14 วัน โดยมีรัฐบาลปากีสถานเป็นเจ้าภาพและตัวกลางหลัก
ความเคลื่อนไหวล่าสุดคณะผู้แทนมาครบพร้อมเปิดโต๊ะเจรจา รายงานระบุว่า คณะผู้แทนจากทั้งสองมหาอำนาจได้เดินทางถึงปากีสถานเรียบร้อยแล้ว โดยฝ่ายอิหร่านเดินทางถึงในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 11 เมษายน นำโดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 70 คน โดยมีกองทัพอากาศปากีสถานส่งเครื่องบินรบขึ้นบินประกบเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยระดับสูงสุด ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (JD Vance) พร้อมด้วย สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ มีกำหนดเริ่มหารือนัดแรกในรูปแบบ Proximity Structure หรือการเจรจาผ่านตัวกลางโดยไม่เผชิญหน้าโดยตรง ณ โรงแรมเซเรนา (Serena Resort) ซึ่งถูกสั่งปิดล้อมพื้นที่โดยกองกำลังความมั่นคงปากีสถาน

แฟ้มภาพ
ข้อเสนอ 10 ประการ vs เงื่อนไข “เปิดช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งการเจรจาครั้งนี้อยู่ภายใต้ความกดดันของ “เดดไลน์” วันที่ 21-22 เมษายน ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดการหยุดยิv โดยมีประเด็นสำคัญที่ยังตกลงกันไม่ได้
การเปิดเส้นทางน้ำโลก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเงื่อนไขให้มวลมนุษยชาติและเศรษฐกิจโลก คืออิหร่านต้องเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ทันทีและไม่มีเงื่อนไข เพื่อให้ราคาน้ำมันโลกกลับสู่สภาวะปกติ
เงื่อนไขเลบานอน อิหร่านยื่นข้อเสนอ 10 ประการ โดยมีจุดชี้ขาดคือ สหรัฐฯ ต้องสั่งให้ อิสราเอลหยุดการโจมตีในเลบานอน ทันที ซึ่งทางทำเนียบขาวยังคงมีท่าทีปฏิเสธ โดยอ้างว่าปฏิบัติการของอิสราเอลแยกส่วนจากข้อตกลงหยุดยิvครั้งนี้
ความน่าเชื่อถือ กาลิบาฟ ผู้นำฝ่ายอิหร่าน กล่าวทันทีที่ถึงพื้นดินปากีสถานว่า “อิหร่านมาด้วยความตั้งใจดี แต่ไม่มีความเชื่อใจในสหรัฐฯ”
.jpg)
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Vice President JD Vance












