
สองลูกน้องคนสนิท เข้าแจ้งความตำรวจกองปราบ เอาผิด “บิ๊กโจ๊ก” แฉถูกตบแก้วหูขาด ด่าทอบุพการี ขู่จะเล่นงานให้หนักหากกลับไปรับราชการ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranewsorg) รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2569 ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พันตำรวจเอกอาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ สองลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีต รอง ผบ.ตำรวจ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ณภัส นิลผึ้ง รอง สว.(สอบฮวน) กก.1 บกป.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเอาผิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”
โดยคำให้การของ พ.ต.ท.คริษฐ์ และ พันตำรวจเอกอาริศ อ้างว่า ในช่วงระหว่างที่ทั้งสอง ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นนายตำรวจติดตาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือ บิ๊กโจ๊ก มักจะถูกอดีตผู้บังคับบัญชาทำร้ายร่างกาย และ ใช้คำพูด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงเป็นประจำ หากไม่พอใจการทำงาน ซึ่งเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ถนนพญาไท รวมถึง บ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่อยู่ภายในซอยวิภาวดี 60 และ บ้านพักใน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี รวมไปถึงห้องทำงานสำนักงานรัชดาวัน
โดยในกรณีของ พ.ต.ท.คริษฐ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2560 หลังถูก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายด้วยการใช้มือขวาตบเข้าที่กกหูซ้ายอย่างรุนแรงติดต่อกัน 4-5 ครั้ง ก่อนที่ภายหลังต่อมาประมาณวันที่ 23 ก.พ. 2560 พ.ต.ท.คริษฐ์ เริ่มมีอาการปวดหูและศรีษะอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการถูกทำร้าย จึงตัดสินใจเดินทางไป รพ.กรุงเทพ เพื่อตรวจรักษา ก่อน แพทย์ จะวินิจัยว่า “แก้วหูซ้ายทะลุ ฉีกขาดเป็นรูขนาดกลาง”
ขณะที่ในส่วนกรณีของ พันตำรวจเอกอาริศ ส่วนใหญ่จะเป็นการถูก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย เปรียบเปรยว่าเป็นควาย บางครั้งหนักถึงขั้นด่าบุพการี โดยถูกกระทำเช่นนี้เป็นประจำ นอกจากนี้ยังถูกบังคับให้ไปทำงานที่สำนักงานหนายความ ตึกรัชดาวัน โดยตลอดไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เช้าจนเย็น รวมถึงยังมักพูดถูกข่มขู่หากขัดคำสั่งหรือไม่ยอมทำตาม “จะเล่นงานให้หนักถ้าได้กลับไปรับราชการ” จนทำให้ พันตำรวจเอกอาริศ เกิดความกลัวและความเครียดสะสมจนถึงขั้นนอนไม่หลับ ต้องไปพบจิตแพทย์ที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อรักษาเยียวยาสภาพจิตใจ













