
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ชี้มูลความผิด อดีตรองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.สามควายเผือก จังหวัดนครปฐม กับพวก รวม 8 คน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ฯ เรียกรับเงินนายจ้าง 15,000 บาท แลกไม่ดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 21 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) เผยแพร่ข่าวสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่า คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของ ร.ต.อ.นที พงษ์หาญพาณิชย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ด.ต.ชัยพฤกษ์ ผุยรอด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ด.ต.ประสูตร สายพร้อมญาติ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ด.ต.ณรงค์ ห่อทอง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จ.ส.ต.โรจน์ศักดิ์ คุ้มครอง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 ส.ต.อ.ชัยวัฒน์ ตุ้มฉิม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ส.ต.ต.วุฒิชัย ศรีพูนพันธ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 และ ส.ต.ต.นันทวัฒน์ เอี่ยมจร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่xขืxใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 และมาตรา 157
ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ตามมาตรา 128 ประกอบมาตรา 169 และมาตรา 172
และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่น ได้รับประโยชน์ที่มิควรได้หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 112 (1) และ (6)
สำหรับความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้มีคำสั่งที่ 602/2567 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ลงโทษไล่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย ออกจากราชการ เป็นการเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (2) และมาตรา 98 อีก ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย ทราบ
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ ร.ต.อ.นที พงษ์หาญพาณิชย์ ด.ต.ชัยพฤกษ์ ผุยรอด ด.ต.ประสูตร สายพร้อมญาติ ด.ต.ณรงค์ ห่อทอง จ.ส.ต.โรจน์ศักดิ์ คุ้มครอง ส.ต.อ.ชัยวัฒน์ ตุ้มฉิม ส.ต.ต.วุฒิชัย ศรีพูนพันธ์ และ ส.ต.ต.นันทวัฒน์ เอี่ยมจร ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) ต่อไป
ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด













