
‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ-ตำรวจภูธรภาค 4’ บุกจับ ‘พล.ต.นันทภพ วรมิศร์’ อดีตผู้อำนวยการฯ กองบัญชาการกองทัพไทย หลังจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน
………………………………..
เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4
เปิดปฏิบัติการจับกุม พลตรีนันทภพ วรมิศร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารสิ่งอุปกรณ์ กรมส่งกำลังบำรุงทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ 57/2568 ลงวันที่ 21 ต.ค.2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167
สืบเนื่องจาก พลตรีนันทภพฯ เมื่อเกษียณจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหารสิ่งอุปกรณ์ กรมส่งกำลังบำรุงทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ในข่ายต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบตามประกาศคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องกำหนดตำแหน่งของเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 103 พ.ศ. 2561 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561
อย่างไรก็ตาม พลตรีนันทภพฯ มิได้ดำเนินการยื่นบัญชีดังกล่าวภายในกำหนดเวลา สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้มีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมคำชี้แจงเหตุผลการยื่นล่าช้า ผลปรากฏว่า ภายหลังจากพลตรีนันทภพฯ ลงนามรับหนังสือด้วยตนเองแล้ว ยังมิได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน อีกทั้งมิได้ชี้แจงเหตุผลใดต่อสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงได้ออกหนังสือแจ้งให้พลตรีนันทภพฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงและรับทราบข้อกล่าวหา จำนวน 3 ครั้ง แต่ไม่ปรากฏว่ามีผู้รับหนังสือดังกล่าว สำนักคดีจึงยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เพื่อขออนุมัติออกหมายจับ ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับตามหมายจับที่ 57/2568 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2568
ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับ สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษได้ลงพื้นที่สืบสวนติดตาม จนพบว่าพลตรีนันทภพฯ พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลผานกเค้า อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเลย เพื่อขอหมายค้น ที่ ค492/2568 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568
จากนั้น สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ได้วางแผนปฏิบัติการและนำไปสู่การจับกุม พลตรี นันทภพ วรมิศร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับฯ เพื่อดำเนินการกฎหมายต่อไป
อนึ่ง ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด












