
นายกฯ ชี้เหตุการณ์กัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมชี้แจงอยู่แล้ว ก่อนเปิดข้อสั่งการเร่ง ‘กลาโหม’ แก้ปัญหาเงินเยียวยาตกค้างของทหาร
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีปรากฏข่าวนาย ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา บอกว่าเตรียมประท้วงไทย โดยอ้างว่าไทยเข้ามารุกรานดินแดนของกัมพูชานั้น เบื้องต้น ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ประเทศไทยเรายืนยันว่า เราก็ยืนอยู่บนอธิปไตยของเรา ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ติดตามข่าวสารอยู่แล้ว พอมีประเด็นอะไรก็มีหน้าที่ไปชี้แจงต่อองค์กรที่มีข้อสงสัย ตนเองเคยให้ข่าวไปแล้วว่าขณะนี้มีข้อตกลงหยุดยิvที่ลงนามร่วมกับกัมพูชา เงื่อนไขก็อยู่ในบันทึกข้อตกลง ไม่น่ามีอะไรที่เป็นข้อสงสัยใด ๆ
“เราอย่าเป็นฝ่ายผิดข้อตกลง ซึ่งเราก็ดำรงตนตรงนี้มาตลอด เราถึงสามารถกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ให้เป็นที่พึงพอใจของเราได้” นายอนุทินกล่าว
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้กำชับกับคณะรัฐมนตรีว่า แม้เป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง แต่ภารกิจหน้าที่ความเป็นคณะรัฐมนตรี จะต้องบริหารราชการด้วยความพร้อมและเต็มประสิทธิภาพ จนกว่าจะมีการถวายสัตย์ จึงขอให้คณะรัฐมนตรีทุกคนติดตามภาระหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลอยู่อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปีถือเป็นวันทหารผ่านศึก โดยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นตัวแทนวางพวงมาลา ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และในวันนี้มีกิจกรรมพิเศษที่จัดโดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ พิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จำนวน 42 นาย ซึ่งได้รับการบรรจุในหอเกียรติยศภายในอนุสาวรีย์ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรม/การดำเนินการหนึ่งที่รัฐบาล โดยกระทรวงกลาโหมได้คำนึงถึงวีรกรรมทหารที่เสียชีวิตปกป้องอธิปไตย โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณกระทรวงกลาโหมที่ได้จัดกิจกรรมอย่างสมเกียรติ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวของทหารที่ยังไม่ได้รับค่าเยียวยาในส่วนต่างๆ ซึ่งแต่ละครอบครัวอาจจะมีข้อจำกัดหรืออุปสรรคต่างๆ กัน โดยขอให้กระทรวงกลาโหมสั่งการไปยังหัวหน้าหน่วยต่างๆ ให้ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ หรือเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยปัญหา ให้ได้รับเงินเยียวยาโดยเร็วและครบถ้วน และให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยกำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอที่ครอบครัวอาศัยอยู่ เร่งสรุปดำเนินการเงินเยียวยาโดยเร็วเช่นกัน













