
เท้ง ณัฐพงษ์ แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ เปิดทางพรรคอันดับหนึ่งตั้งรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน (ปชน.) นำทีมผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน แถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคเมื่อเวลา 21.Forty five น.
เขาเริ่มจากการขอบคุณคนไทยผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันนี้ ก่อนจะกล่าวยอมรับว่าจากผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่นับมาแล้วระยะหนึ่ง พรรค ปชน. อาจไม่ใช่พรรคที่ได้รับเลือกเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเขายืนยันในแนวทางของพรรคตามที่เคยหาเสียงไว้ว่าต้องเคารพในหลักการของรัฐสภา คือการให้พรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อน
“ถ้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แล้วเขาสามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ ยังไงเราก็ต้องทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว เพราะว่าอย่างที่บอก ผมได้เคยประกาศไปแล้วว่าไม่สามารถที่จะโหวตให้กับแคนดิเดตของพรรคภูมิใจไทยได้” หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าว พร้อมยืนยันว่า ปชน. จะไม่จัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรค ภท. และยังไม่ได้รับการทาบทามจากพรรคใด ซึ่งต่อให้พรรค ภท. จะมาทาบทามก็ร่วมรัฐบาลด้วยไม่ได้
เมื่อถูกถามให้ประเมินผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นมาจากการที่เคยยกมือโหวตเลือกนายกฯ จากภูมิใจไทยหรือไม่ ณัฐพงษ์บอกว่า “ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนเป็นคนตัดสิน”
เขาเน้นย้ำหลายครั้งในการแถลงข่าวว่ายอมรับผลการลงคะแนนของประชาชน ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร และขอไม่แสดงความเห็นในรายละเอียดว่าประเด็นใดที่ส่งผลต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นจากการโจมตี หรือจุดยืนของพรรคในอดีต
“ไม่อยากหยิบยกเหตุผลใดมาเป็นข้ออ้างให้ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่งได้” ณัฐพงษ์กล่าว ส่วนกรณีที่พบความผิดปกติในการเลือกตั้งบางจุดก็ว่ากันเป็นรายกรณีไป
ผู้นำพรรค ปชน. ยืนยันว่าที่ผ่านมาพรรคมีการประเมินพลังของบ้านใหญ่อยู่ตลอด และหลังจากนี้ก็พร้อมทำงานให้ดีขึ้น และเข้าถึงประชาชนให้มากยิ่งขึ้น เพื่อได้รับความไว้วางใจมากกว่านี้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
แคนดิเดตนายกฯ จาก ปชน. ยังกล่าวแสดงความยินดีกับคะแนนประชามติอย่างไม่เป็นทางการ ที่มีแนวโน้มสูงที่จะผ่านความเห็นชอบจากประชาชนในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยแม้ว่าขั้นตอนหลังผ่านประชามติไปจะต้องอาศัยเสียง สส. และ สว. ในสภา แต่เขาก็หวังว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่จะทำหน้าที่จะ “เดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนมากที่สุด”
“ช่วงระหว่างการเลือกตั้งที่ผ่านมา เราก็จะเห็นกรณีของแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทยเอง หรือแม้แต่คุณอนุทินที่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นเดี๋ยวรอดูว่าหลังผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว กระบวนการเดินหน้าในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สส. ในรัฐบาลชุดต่อไปจะลงมติอย่างไร” นายณัฐพงษ์กล่าว
ผู้นำพรรคประชาชนยังกล่าวกับโหวตเตอร์ผู้สนับสนุนพรรค ในช่วงหนึ่งของการแถลงข่าวว่า “อย่าพึ่งหยุดเชื่อ อย่าพึ่งหมดหวัง ผมเชื่อว่าในการเดินทางของพวกเรา 8 ปีที่ผ่านมา ทุกคนช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลงมาได้ไกลมากแล้ว”

ที่มาของภาพ : Thai Recordsdata Pix
ด่วน, “ภูมิใจไทยน่าจะมีจำนวน สส. ในวันนี้เป็นลำดับที่หนึ่ง” อนุทินแถลงท่าทีหลังนับคะแนนเลือกตั้ง
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ เปิดแถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรค เมื่อเวลา 22.20 น. กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ภูมิใจไทยมาทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร
“แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการประกาศรับรองจำนวน สส. ที่พรรคภูมิใจไทยจะได้รับ แต่จากการสังเกตการณ์ติดตามการนับคะแนนในพื้นที่ต่าง ๆ จากผู้สมัคร พอจะทราบได้ว่าภูมิใจไทยน่าจะมีจำนวน สส. ในวันนี้เป็นลำดับที่หนึ่ง” อนุทิน
อ่านรายละเอียดการแถลงในโพสต์ถัดไป
เพื่อไทยแถลง “ยอมรับในคำตัดสินของพี่น้องประชาชน” คาดได้ สส. 80-100 เสียง
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และแคนดิเดตนายกฯ อันดับสองของพรรค แถลงข่าวหลังการนับคะแนนดำเนินไปได้ราว 18% ซึ่งพรรค พท. ได้คะแนนรวมมาเป็นอันดับที่ 3 จุลพันธ์กล่าวว่า พท. ขอเคารพในระบอบประชาธิปไตยโดย พท. จะให้พรรคการเมืองอันดับหนึ่งเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล
“พรรคเพื่อไทย ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ระบอบรัฐสภา ก็คงจะเป็นภาระหน้าที่ของพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลต่อ” เขาบอก
จุลพันธ์กล่าวต่อไปว่าพรรค พท. พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ “ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใด” และขอ “ยอมรับในคำตัดสินของพี่น้องประชาชน ไม่มีอะไรมากกว่านี้”
หัวหน้าพรรค พท. ยอมรับด้วยว่า คะแนนเสียงของพรรคน่าจะลดลงมาอยู่ที่ราว 80-100 ที่นั่ง แต่เขาเสริมว่าแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่หนึ่งของพรรค ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ตอนนี้ยัง “กำลังใจดี” และ “จากคำปรามาสเราก็ยังสามารถยืนอย่างแข็งแรง”
อย่างไรก็ตาม พรรค พท. กล่าวถึงเงื่อนไขหากถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาลว่าขึ้นอยู่กับการพูดคุย อุดมการณ์และนโยบาย
เกี่ยวกับผลเลือกตั้งที่ออกมา หัวหน้าพรรค พท. ขอไม่วิเคราะห์ว่าความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และกระแสชาตินิยมทำให้พรรค พท. เสียเปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่ โดยบอกเพียงว่า “เรื่องกระแสมีหลายรูปแบบ เราคงไม่ต้องไปวิเคราะห์กัน” เขาบอก
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวในแถลงข่าวว่าต้องมีการถอดบทเรียนจากผลเลือกตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลา
“ในเรื่องการประเมิน คงต้องมีการถอดบทเรียน ผลการเลือกตั้ง แต่ขอเวลาเพราะผลการเลือกตั้งยังไม่ 100%”

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
ผลออกเสียงประชามติคืบ 20.09% เห็นชอบมากกว่าครึ่ง
จากผลการนับคะแนนออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการในเวลา 21.43 น. มีผู้เห็นชอบ 64.38% จำนวนผู้ออกเสียงประมาณ 5.47 ล้านคน ขณะที่ผู้เห็นชอบอยู่ที่ 35.17% จำนวนผู้ออกเสียงราว 2.96 ล้านคน
ในตอนนี้การออกเสียง “ไม่เห็นชอบ” ยกจังหวัดกระจุกตัวอยู่ในภาคใต้ทั้งหมด ได้แก่ ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ตรัง, และพัทลุง ส่วนภาคอีสานมี เขต 3 และ เขต 10 จ.บุรีรัมย์ ที่ส่วนใหญ่ออกเสียง “ไม่เห็นชอบ”

ผลการนับคะแนนออกเสียงประชามติในเวลา 21.Forty five น. ด่วน, แคนดิเดตนายกฯ พรรคสีส้ม ประกาศยอมรับ “ไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง”
เมื่อเวลา 21.Forty five น. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค เปิดแถลงข่าวที่พรรค โดยประกาศยอมรับความพ่ายแพ้เมื่อดูจากผลการนับคะแนนที่ออกมาล่าสุด
“ส่วนพรรคประชาชนเอง ดูจากผลการเลือกตั้ง ณ ตอนนี้ เราอาจจะไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง” ณัฐพงษ์ กล่าว
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรค ปชน. จะเปิดทางให้พรรคการเมืองอันดับหนึ่งได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน
เนื้อหาการแถลงจะรายงานในโพสต์ถัดไป

ที่มาของภาพ : Wasawat Lukharang/ BBC Thai
อนุทินไหว้ขอบคุณประชาชนเลือก ภท. คะแนนนำโด่ง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเมื่อเวลา 21:00 น. ท่ามกลางสื่อมวลชนที่รอคอยอย่างเนืองแน่น
เมื่อถามถึงผลคะแนนที่ ภท. กำลังนำมาเป็นอันดับหนึ่งแบบทิ้งห่างพรรคอื่น ๆ เขายกมือไหว้แล้วกล่าวว่า “สาธุ ขอบคุณประชาชน” พร้อมบอกว่า “อยากกราบผู้ลงคะแนนทุกคะแนน”
จากนั้นนายอนุทินก็ตรงไปยังร้านกาแฟในที่ทำการพรรคเพื่อยินดีร่วมกับภรรยา ก่อนเดินขึ้นไปยังชั้นบนของพรรคภูมิใจไทย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลการเลือกตั้ง เขาตอบว่า “รอแถลงทีเดียว อย่างน้อยรอผลคะแนนอย่างเป็นไม่ทางการก่อน”
ธรรมนัสลั่น ” ทุกพรรคก็คาดการณ์ว่าตัวเองจะเป็นรัฐบาล”
เวลา 21.10 น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวว่า พรรค กธ. น่าจะได้ สส. เกิน 60 คน ซึ่งเป็นการติดตามผลทางทีวีพร้อมสื่อมวลชน (นับคะแนนแล้ว 18%) เคยบอกแล้วว่า กธ. จะได้ สส. 50 ที่นั่งบวกลบ
ส่วนที่พรรค กธ. ทำยอด สส. ได้เข้าเป้า ร.อ.ธรรมนัสอธิบายว่าเป็นเพราะ “เราอยู่ในพื้นที่ตลอด ส่วนใหญ่ สส. เก่าเข้าเกือบ 100%”
ส่วนความเป็นไปได้ที่พรรค กธ. จะร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร.อ.ธรรมนัสบอกว่า “รอดูสรุปตัวเลขก่อน ตอนนี้ยังพูดอะไรมากไม่ได้ ทุกพรรคก็คาดการณ์ว่าตัวเองจะเป็นรัฐบาล”
เมื่อถูกถามว่า หากได้ร่วมรัฐบาล อยากนั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งปัจจุบันเป็น รมว.เกษตรฯ ตอบว่า รอให้นับคะแนน 80% ก่อนค่อยว่ากัน ตอนนี้ยังเร็วเกินไป ในทางการเมืองชิงพูดก่อนจะเสียเปรียบ
“ตรรกการเมือง ขึ้นกับว่า สส. มีเท่าไร ก็หารตามจำนวน 35” ร.อ.ธรรมนัสบอกหลังถูกถามถึงโควต้ารัฐมนตรี
ผู้นำพรรครายนี้ยังบอกด้วยว่า ตอนไปใช้สิทธิเลือกตั้งช่วงเช้า คิดอยู่แล้วว่า “กาเบอร์ 42 จงเจริญ กล้าธรรม”
อภิสิทธิ์ ขอบคุณคะแนนเสียง ประกาศwร้อม “เป็นฝ่ายค้าน”
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงข่าวขอบคุณคะแนนเสียงซึ่งทำให้ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเป็นไปตามที่ทางพรรคเคยคาดการณ์
เขาแสดงความมั่นใจว่าจะได้คะแนนในสัดส่วน สส.บัญชีรายชื่อ เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัวจากการเลือกตั้งครั้งก่อน โดยเฉพาะจากพื้นที่ภาคใต้ และพื้นที่อื่น ๆ เช่น จ.สุโขทัย แม้ขณะนี้การนับคะแนนจะยังไม่เสร็จสิ้น และคาดว่าพรรคอาจจะได้จำนวน สส. เพิ่มเติมอีกเมื่อการนับคะแนนเสร็จด้วย
ในการแถลงข่าว ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าพรรค “พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภา” หลังพิจารณาจากการประเมินของสื่อที่คาดการณ์ว่าพรรคจะได้ที่นั่ง สส. อยู่ที่ประมาณ 20 ที่นั่งบวกลบ เขาเน้นย้ำว่า สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในสภาจะเป็นหูเป็นตาและทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสุจริต
“เราคิดว่าด้วยขณะนี้ด้วยเสียงที่เรามีอยู่ เราสามารถทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านได้และพร้อมที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านครับ” อภิสิทธิ์กล่าว
“ผมคิดว่าเราจะเป็นรัฐบาลก็ต่อเมื่อมันมีสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการที่เราจะเข้าไปเป็น… ถ้าพูดตามตรงในเรื่องของนโยบาย ด้วยเสียงเท่านี้คงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก แต่ว่าถ้าสามารถทำให้เราสร้างเงื่อนไขตามที่เราประกาศกับประชาชนได้ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง” เขาระบุ
ส่วนผลการแข่งขันในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่าเป็นเรื่อง “ไม่ง่าย” ที่จะได้ที่นั่งในพื้นที่นี้ เพราะคะแนนเสียงของพรรคประชาชน (ปชป.) มีความแข็งแกร่งแกร่งมาก ซึ่งเขาได้พูดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว
ยุตินับคะแนนหน่วยเลือกตั้งที่ 3 ไชยสถาน จ.น่าน อาจต้องเลือกตั้งใหม่หลังเจ้าหน้าที่ฉีกบัตรเลือกตั้งผิด

ที่มาของภาพ : ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน
เมื่อเวลา 17.59 น. ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (การประปานครหลวง) ที่ 3 ต.ไชยสถาน อ.เมือง จ.น่าน สั่งยุติการนับคะแนน หลังพบบัตรเลือกตั้งที่มีปัญหาไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นบัตรดีหรือบัตร
ช่วงเช้าวันนี้มีรายงานว่า การประปานครหลวง ในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวฉีกบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตผิดแนวไปจำนวน 69 ใบ โดยฉีกตามรอยพับแทนรอยปรุ
ทั้งนี้ กกต. จังหวัดน่าน จะนำเรื่องเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป
หาก กกต.ส่วนกลาง พิจารณาแล้วเห็นควรให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ในหน่วยดังกล่าว คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
สำหรับหน่วยเลือกตั้งนี้ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 579 คน
ผลนับคะแนนไม่เป็นทางการ ภูมิใจไทย กวาด สส.เขตทะลุ 170 ที่นั่ง
ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจาก กกต. นับเสร็จแล้ว 31% ณ เวลา 21.05 น. คาดการณ์จำนวน สส.แบ่งเขต พบว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่งจำนวน 178 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคเพื่อไทย (พท.)
- ภูมิใจไทย 178 ที่นั่ง
- ประชาชน 70 ที่นั่ง
- เพื่อไทย 67 ที่นั่ง
- กล้าธรรม 59 ที่นั่ง
- ประชาธิปัตย์ 11 ที่นั่ง
- ไทรวมพลัง 5 ที่นั่ง
- พลังประชารัฐ 4 ที่นั่ง
- ประชาชาติ 4 ที่นั่ง

ระบบรายงานผล กกต. มีปัญหา หลายสื่อได้ผลคะแนนล่าช้า
ภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนที่รับข้อมูลผลการนับคะแนนจากสำนักงาน กกต. แจ้งว่า ได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบข้อมูลของ กกต. ในเวลา 20.00 น. โดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (การประปานครหลวง) ไม่สามารถรายงานข้อมูลผลการนับคะแนนที่แล้วเสร็จมายังส่วนกลางได้ ทำให้ระบบแสดงผลคะแนนล่าช้า และทางสำนักงาน กกต. กำลังเร่งแก้ไขอยู่
ณ เวลา 20.30 น. ผลการนับคะแนนของสื่อต่าง ๆ เช่น ไทยรัฐ นับคะแนน 4%, มติชนออนไลน์ นับคะแนน 9% ส่วนเนชั่น แสดงผลนับคะแนนแล้ว 10%
ในขณะที่นักการเมืองเปิดเผยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการแล้วหลายพื้นที่ เช่น จ.ชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีคะแนนกว่า 4 หมื่นคะแนน โดยอันดับ 2 มีคะแนนตามหลัง 6 พันคะแนน ซึ่งเป็นการนับคะแนนแล้ว 82% แต่ตัวเลขที่แสดงผลทางระบบรายงานผลของ กกต. เป็นการนับคะแนนแล้ว 0.59% โดยผู้สมัครที่มีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 ได้คะแนนเพียง 431 คะแนน
นักวิเคราะห์จับตา ปชน. จะรักษาเก้าอี้ สส.เชียงใหม่ ได้หรือไม่,

ที่มาของภาพ : Getty Images
พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ สส. แบบแบ่งเขตรวม 7 จากทั้งหมด 10 ที่นั่ง ใน จ.เชียงใหม่ ในการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ดร.ณพล จาตุศรีพิทักษ์ นักวิจัยแลกเปลี่ยน จากสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS Yusof-Ishak Institute) ในสิงคโปร์ บอกกับ.ว่าผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตครั้งนี้มีความน่าสนใจในหลายพื้นที่ เช่น จ.เชียงใหม่ ที่ในการเลือกตั้งปี 66 พรรคก้าวไกลชนะ 7 จากใน 10 เขตการเลือกตั้ง ที่เดิมเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีกระแสความไม่พอใจ สส.แบบแบ่งเขตของพรรคก้าวไกล ที่เมื่อหลังเลือกตั้งได้เข้าไปทำงานในฐานะ สส. กลับไม่ค่อยพบเจอหน้า นั่นอาจทำให้พรรคประชาชน สูญเสียฐานเสียงใน จ.เชียงใหม่ ไปได้
“ในหลายพื้นที่ที่ผมเดินทางไปดู มันมีกระแสในบางชุมชนว่าเขาเลือกคนของพรรคก้าวไกลเข้ามาแล้วแต่ว่าไม่เห็นหัว สส. ไม่มีการลงพื้นที่ ไม่มีการไปงานวัด งานบุญ งานบวช และไม่มีงบประมาณมาลงพื้นที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หน้าที่ของ สส. ก็จริง แต่ว่าเป็นสิ่งที่เชื่อว่าโหวตเตอร์ทั่วไปยังคาดหวังจากผู้สมัคร” ดร.ณพลบอก
ดังนั้น หากพรรคประชาชนสูญเสีย สส.เขตใน จ.เชียงใหม่ ก็อาจตีความได้ว่าประชาชนยังต้องการ สส. ที่มีความใกล้ชิดกับคนในพื้นที่มากกว่าการผลักดันนโยบายในระดับชาติ
“ถ้าพรรคส้มเสียพื้นที่ในเชียงใหม่กลับไปให้พรรคเพื่อไทย ผมว่าเราตีความตามนี้ได้เลยว่าโหวตเตอร์ยังต้องการการส่งมอบโครงการในระดับพื้นที่ มากกว่าพรรคการเมืองที่สามารถส่งนโยบายในระดับชาติได้” เขากล่าว
คาดอีสาน ภูมิใจไทย อาจยึดพื้นที่เพื่อไทยหลายจังหวัด

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ จังหวัดภูเก็ต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งปี 2569 ในภาคอีสาน ในรายการเกาะติดนับคะแนนเลือกตั้ง 69 และวิเคราะห์สูตรจัดตั้งรัฐบาล ของสำนักข่าวเดอะสแตนดาร์ด บอกว่าพื้นที่อีสานใต้ เช่น สุรินทร์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ และ อุบลราชธานี อาจถูกภูมิใจไทย (ภท.) “ยึด” แทนที่ฐานเสียงเก่าอย่างพรรคเพื่อไทย (พท.)
ส่วน จ.นครราชสีมา ฐานเสียงของพรรค พท. อาจยัง “แข็งแกร่ง” แต่ในเขตเมือง คือ เขตเลือกตั้ง 1-3 คาดว่า พรรคประชาชน (ปชน.) จะได้ สส. มาครอง แน่นอน
ในส่วนของอีสานตอนกลาง จ.ขอนแก่น ซึ่งเดิมเป็นฐานเสียงของพรรค พท. และถูกพรรค ปชน. เจาะ สส.ไปได้ 3 เขต ในการเลือกตั้งปี 2566 ต้องรอลุ้นว่าพรรค ปชน. จะสามารถขยายเป็น 4 เขตได้หรือไม่
แต่ รศ.ดร.พิชาย บอกว่าจังหวัดที่น่าสนใจคือ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคสีแดง และ พท. เองก็เคยเรียกว่าเป็น “เมืองหลวงประชาธิปไตย” แต่ในครั้งนี้ต้องติดตามว่า ชาวอุดรธานี “ยังเอาเพื่อไทยอยู่หรือเปล่า หลังแดงไปจับมือกับ 3 ป. ซึ่งคะแนนส่วนหนึ่งอาจไหลมาพรรคประชาชน” รศ.ดร.พิชาย บอก
เสียงจากโหวตเตอร์ 3 รุ่น กับความหวังที่พรรคสีส้ม
“ด้วยแนวคิดของพรรคประชาชน มันเป็นเรื่องของอนาคต แล้วเราก็มีลูก มีเยาวชน ก็เลยอยากจะสนับสนุน” จันทร์สม คำธร ผู้เป็นแม่วัย 50 ปี กับ. ขณะนั่งอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าตึกอนาคตใหม่ ที่ทำการของพรรคประชาชน (ปชน.) “ในอนาคตทุกคนควรมีสิทธิ และเสรีภาพในเรื่องความคิดเห็น สิทธิที่จะแสดงตันตนของตัวเองออกมาได้เต็มที่โดยไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น ซึ่งพี่เป็นแม่ พี่มีหน้าที่ในการสร้างสิ่งนี้ให้ลูกของพี่”ในมุมของของคนเจนเอ็กซ์ (Gen X) หรือผู้ที่มีอายุราว 44-59 ปี ในปัจจุบัน เธอบอกว่า เด็กรุ่นใหม่นั้นที่จริงแล้วพร้อมที่จะเปิดรับฟังข้อมูล และโลกของเด็กเจนซี (Gen Z) หรือผู้ที่มีอายุราว ๆ 13-29 ปี นั้นเปิดกว้างกว่าคนรุ่นก่อน ๆ มาก“ตอนนี้อายุ 50 แล้ว รู้สึกว่าเราต้องให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่ทำงาน อย่าดูถูกเด็กรุ่นใหม่ เขามีความคิดมากกว่าเรา”จันทร์สมบอกกับเราว่าเธอให้ความสำคัญเรื่องการรับฟังเสียงประชาชน และการเปิดโอกาสให้คนทุกคน ถ้าในอนาคตมีคนฟังว่าเด็กรุ่นใหม่เขาต้องการอะไร พร้อมกับเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ เหล่านี้ได้แสดงความสามารถออกมา นั่นก็คงจะเป็นโลกในอุดมคติของประเทศไทยที่เธออยากให้ลูกวัย 12 ปี ของตัวเองเติบโตขึ้นมา

ที่มาของภาพ : bbc thai
จันทร์สม คำธร โหวตเตอร์พรรคสีส้มวัย 50 ปี ถัดลงไป ณ แถวหลังสุดของที่นั่งบริเวณลานจอดรถของพรรคประชาชน พลกฤศณ์ สุทธิรัตนโศภพ วัย 34 ปี กำลังนั่งอยู่อย่างเงียบ ๆ กับภรรยาของเขา .เข้าไปพูดคุยกับคู่รักเจนวายคู่นี้ และเริ่มถามเขาว่าเหตุใดทั้งคู่จึงมองว่าพรรคประชาชนคือคำตอบสำหรับตัวเองพลกฤศณ์ ไม่ได้ตอบเราตรง ๆ ว่าเหตุผลคืออะไร แต่เขาแจกแจงให้เราฟังว่า ในมุมมองของตัวเอง การเมืองส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนคนหนึ่งอย่างไร “เป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นเรื่องของเราทุกคนเลย เพราะถ้าการเมืองดี ทุกอย่างมันก็จะดีไปหมด อันดับแรกเลยคืออากาศที่เราหายใจ แค่เราออกจากบ้าน เราก็อันตรายแล้ว แต่ถ้าการเมืองมันดี เขาแก้ปัญหาตรงนี้อย่างจริงจัง คือชีวิตเราหรือชีวิตลูกหลานเราก็จะปลอดภัยมากขึ้น”พลกฤศณ์เล่าว่าเขาเป็นผู้สนับสนุนพรรคมาตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่และยอมรับว่ามีท้อบ้างที่พรรคถูกยุบมาแล้วถึงสองครั้ง แต่ย้ำว่าเขา “จะมีความหวังตลอดไป มีความหวังเสมอ ถ้าเขา พรรคประชาชน ไม่ถอย ผมก็ไม่ถอย”

ที่มาของภาพ : BBC THAI
ไม่นานหลังปิดหีบลงคะแนน สภาพอากาศก็แปรเปลี่ยนจากแดดที่ออกแรงจัดเป็นฝนที่ถล่มลงมา ผู้คนที่นั่งอยู่บริเวณลานจอดรถ พากับย้ายตัวเองมาอยู่ฝั่งอาคารที่ทำการพรรค ในขณะนั้นเอง .ได้คุยกับหญิงสาวเจนซีคนหนึ่งที่เล่าความอัดอั้นของตัวเองออกมา “ก็อยากให้พรรคการเมืองที่ไม่เคยบริหารได้ลองบริหารดู เพราะเห็นว่าพรรคการเมืองอื่นได้บริหารแล้วเรารู้สึกว่าประเทศมันค่อนข้างจะเหมือนเดิม แล้วก็มีการคอร์รัปชัน เราอยากได้พรรคการเมืองที่โปร่งใส อยากให้ประชาชนตรวจสอบได้ และคุ้มกับเงินภาษี” วราภรณ์ พวงพลอย กล่าวหญิงสาววัย 27 ปี บอกกับเรา เธอชื่นชม สส.จากพรรคประชาชนที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องประกันสังคมซึ่งเธอยอมรับว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีการใช้เงิน เช่น การตัดสูทให้เจ้าหน้าที่การซื้อตึกหากครั้งนี้พรรคประชาชนไม่สามารถขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาลได้เธอจะรู้สึกอย่างไร วราภรณ์บอกว่าทุกอย่างน่าจะยากเหมือนเดิม และลำบากเหมือนเดิม ทั้งการใช้ชีวิต ค่าครองชีพ และค่าแรง

ที่มาของภาพ : BBC thai
“ชัยธวัช” เชื่อ ปชน. กวาดที่นั่ง สส.กรุงเทพฯ-ปริมณฑล
นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา แสดงความมั่นใจว่าพรรค ปชน. จะได้ที่นั่ง สส. ในกรุงเทพฯ ไม่ต่ำกว่า 30 เขต และจะสามารถรักษาแชมป์ในปริมณฑลไว้ได้
นอกจากนี้ เขาเชื่อว่าประชามติจะผ่านด้วย เพราะฐานเสียงของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยรวมกันแล้ว “น่าจะเกิน 50%”
เมื่อถูกถามถึงการทำงานของ กกต. ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เขากล่าวว่า “ข้อผิดพลาดเยอะ” พร้อมตั้งสังเกตว่าที่ผ่านมาเมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น กลับไม่มี กกต. คนใดต้องรับผิดชอบ ยกตัวอย่างเช่นในการเลือกตั้งปี 2566 ที่ กกต. ส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจากต่างประเทศมาช้า ทำให้ไม่ได้นับรวมผลและกระทบต่อผลการเลือกตั้ง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่มีผู้รับผิดชอบ
ส่วนกรณีที่ จ.พะเยา พบกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (การประปานครหลวง) เตรียมทุจริตโดยกาบัตรเลือกตั้งพรรค ปชน. เพิ่ม 7 ใบนั้น ชัยธวัชกล่าวว่าเขายังไม่ทราบข้อเท็จจริง และต้องฟังรายละเอียดจากทางทีมงานของพรรคก่อน แต่เชื่อว่าฝ่ายกฎหมายของพรรคน่าจะได้รับเรื่องจากผู้สมัคร สส.เขต มาเป็นระยะ ซึ่งหากมีความชัดเจนอย่างไรขึ้นมา “ผู้สมัครของพรรคก็ต้องต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมอย่างเต็มที่”

ที่มาของภาพ : Thai Recordsdata Pix
“ธรรมนัส” เผยผู้สมัครกล้าธรรม จ.พะเยา คะแนนนำขาด
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาและแคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางเข้าที่ทำการพรรคด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขากล่าวว่าในตอนนี้ที่ จ.พะเยา บ้านของเขา “นำขาดเกือบทุกเขต” แต่ยังต้องรอดูเมื่อนับคะแนนจบแล้วผลจะเป็นอย่างไร
เขาตอบคำถามสื่อกรณีที่พบกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (การประปานครหลวง) ใน จ.พะเยา ถูกจับได้ว่าเตรียมจะหย่อนบัตรเลือกตั้งเพิ่ม 7 ใบ อ้างว่าเขาทราบข้อมูลจากตำรวจว่าเจ้าหน้าที่ การประปานครหลวง แอบไปขโมยบัตรเลือกตั้งในช่วงพักเที่ยงรวม 14 ใบ โดยแบ่งเป็นบัตรเลือกตั้ง สส.เขต และบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ อย่างละ 7 ใบ
“ที่น่าสังเกต อันนี้ไม่ได้โทษพรรคไหนนะครับ บัตรปาร์ตี้ลิสต์กาเบอร์ 46 หมด บัตรเขตกาเบอร์ 1 หนึ่งใบ ที่เหลือกาเบอร์ 2 หมด ก็ไม่เกี่ยวกับพรรคเราเลย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว “ก็คือกาให้พรรคประชาชน อันนี้เรากำลังจะตรวจสอบ”
ส่วนคะแนนในจังหวัดอื่น ๆ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ที่ตอนนี้พบว่าพรรค กธ. มีคะแนนนำ อาทิ จ.สุราษฎร์ธานี 3 เขต, นราธิวาส 3 เขต, เชียงใหม่ 3 เขต และลำปาง 2 เขต
ส่วนคะแนนรวมจะได้ขั้นต่ำ 35 ที่นั่งตามผลโพลหรือไม่ เขาบอกว่า “ยังไม่ทราบ เดี๋ยวก็คอยดู” พร้อมบอกว่าให้อดใจรอดูผลจริง
ไชยชนก โวค่ายสีน้ำเงินชนะเลือกตั้งบุรีรัมย์ยกจังหวัด,
ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางมายังที่ทำการพรรคเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เขากล่าวกับสื่อว่าผลเลือกตั้งที่บุรีรัมย์ “ภูมิใจไทยชนะแล้ว” ก่อนเสริมว่า “ชนะตัวเองเมื่อครั้งที่แล้ว”
ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 19.20 น. ที่รายงานโดยอาสาสมัครภาคีเครือข่ายสื่อมวลชน พบว่าผลเลือกตั้งแบบรายเขตของ จ.บุรีรัมย์ พรรค ภท. นำอยู่ 8 เขต ขณะที่อีก 2 เขตยังไม่มีรายงานผลคะแนนเข้ามา
ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ไชยชนก ชิดชอบ ชนะเลือกตั้งเป็น สส.บุรีรัมย์ เขต 2 แต่ในการเลือกตั้ง 2569 เขาลงสมัครเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 ของพรรค

ที่มาของภาพ : thai news pix
กกต. แถลงขอบคุณผู้ใช้สิทธิฯ ยันผิดพลาดไม่ถึง 0.1%
นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต., ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร และ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. แถลงข่าวร่วมกันเมื่อเวลา 18.00 น. ภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง โดยกล่าวขอบคุณผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ก่อนตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน
การแถลงข่าวดังกล่าวมีการยืนยันจำนวนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งที่ร้องเรียนเข้ามาที่ กกต. มีทั้งหมด 111 สำนวน โดยร.ต.อ.ชนินทร์ เปิดเผยว่าจำนวนสูงสุดคือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้อิทธิพลลวงลวงขู่เข็ญ
รองลงมาคือการ “ให้หรือสัญญาว่าจะให้” และอันดับสามคือการสัญญาว่าจะให้เช่นกัน แต่เป็นการให้แบบส่วนรวม เช่น การให้ทรัพย์สินกับโรงเรียน
ด้าน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร รองเลขาธิการ กกต. ยืนยันว่าได้สั่งการให้ประสานผู้รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขในทุกเรื่องที่เป็นปัญหาของการเลือกตั้งวันนี้ พร้อมยืนยันว่าเรื่องที่เป็นการกระทำผิดพลาด ไม่ว่าจากเจ้าหน้าที่หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็มีการแจ้งความดำเนินคดี แต่กระบวนการบางอย่างยังต้องรอรายงานอย่างเป็นทางการจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณี จ.พะเยา ที่ต้องรอการสรุปข้อเท็จจริงจาก ผู้อำนวยการกกต.เขต และ ผู้อำนวยการกกต.จังหวัด ก่อนจะพิจารณาต่อว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่
ขณะที่ประธาน กกต. ยืนยัน “น้อมรับคำวิจารณ์แล้วก็จะนำมาปรับปรุงในส่วนที่บกพร่อง” เขากล่าวในการแถลงข่าวว่าได้ “เน้นย้ำมาตลอด” ว่าในการเลือกตั้งแต่ละครั้งใช้ การประปานครหลวง ซึ่งเป็นชาวบ้านผู้อาสาเข้ามา โดยมีจำนวนถึง 1.5 ล้านคน
“เราก็พยายามเน้นย้ำกับคนจำนวนมาก ส่วนที่ผิดท่านลองคำนวณดูว่ามันกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง 0.0 – 0.1% ด้วยซ้ำไป ข้อผิดพลาดต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ทำให้ผลของการเลือกตั้งเสียไป เราก็พยายามที่จะจัดการเลือกตั้งให้ออกมาดีที่สุด รวมทั้งวันนี้ด้วย ข้อกังวลต่าง ๆ ที่เราได้รับมาเราก็พยายามมาปรับ” นายณรงค์ กล่าว
“สังเกตดูนะครับว่าเราก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไรในวันนี้ ก็มีร้องเรียนอยู่บ้าง ซึ่งทางเราก็รับจะดำเนินการ แต่บางเรื่องมันอยู่ระหว่างการตรวจสอบ” เขาระบุ
ขั้นตอนหลังปิดหีบเลือกตั้งและกระบวนการนับคะแนน
หลังปิดหีบเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 8 ก.พ. จะเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนและรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการในทันที โดยประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (การประปานครหลวง) ที่ได้รับมอบหมาย จะต้องประกาศปิดการออกเสียงลงคะแนน
อย่างไรก็ดี หากในเวลานั้นมีผู้มีสิทธิมายังที่เลือกตั้งก่อนแล้ว แต่ยังไม่ได้แสดงตัวหรือรับบัตรลงคะแนน ยังสามารถใช้สิทธิได้ แต่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะต้องบันทึกลงในรายงาน
จากนั้นจะมีการนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยเปิดเผยต่อหน้าประชาชนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ก่อนที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (การประปานครหลวง) จะบันทึกผลและอัปโหลดเข้าสู่ระบบ ECT Sage 69 และส่งข้อมูลไปยังศูนย์รวมคะแนนอำเภอ
จากนั้น ศูนย์รวมคะแนนอำเภอ หรือ อนุ กกต. เขต จะทำการตรวจสอบความถูกต้อง และยืนยันข้อมูลเข้าระบบ
โดยข้อมูลคะแนน สส. ทั้งแบบแบ่งเขต, บัญชีรายชื่อ และคะแนนประชามติ จะไปแสดงผ่าน Dashboard บนเว็บไซต์ ectreport69.ect.spin.th และผ่านพันธมิตรสื่อที่รายงานผลแบบเรียลไทม์ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป

ที่มาของภาพ : thai news pix
บรรยากาศหลังปิดการลงคะแนน และนับคะแนนเสียงเลือกตั้งที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร นักวิชาการจุฬาฯ คาด สส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทย พุ่ง เพราะ “เดอะแบก” ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
ผศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับรายการพิเศษเกาะติดทุกสนามเลือกตั้งกับช่อง 3 เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อว่า จากผลสำรวจความเห็นของนิด้าโพลที่คาดการณ์ว่าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ สส.แบบบัญชีรายชื่อราว 19 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่พรรค ภท. ได้ สส.แบบบัญชีรายชื่อเพียง 3 ที่นั่งว่าเป็นผลจากการเปิดตัว “ทีมมืออาชีพ” คือ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ
“คุณศุภจีเป็นเดอะแบกเสียด้วยซ้ำ คือคนเดียวตอนหลัง ๆ ขึ้นทุกเวทีเลย ก็รู้สึกว่าได้ใจ (ประชาชน) มาก จะไปลองถามใครที่อยู่รอบข้างก็มีคนชื่นชอบเยอะมากพอสมควร… คนกรุงเทพฯ ที่เป็นวัยกลางคนจะค่อนข้างชอบ ฉะนั้นคิดว่าจะเข้ามาเป็นคะแนนที่ก้าวกระโดดได้ค่อนข้างมาก เหมือนเขา ภูมิใจไทย เข้ามาปักธงไว้ก่อน อาจจะเตรียมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป” ผศ.ดร.พรสันต์ กล่าว




























