
.
บทความหนึ่งในเว็ปไซต์ Newsweek รายงานข่าวเรื่อง นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยี Karlsruhe (KIT) ได้พัฒนาแบบจำลองเพื่อคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำบาดาลทั่วโลกจนถึงปี 2100 ซึ่งมีผลระบุว่า อุณหภูมิของน้ำใต้ดินมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพน้ำ โดยส่งผลต่อกระบวนการทางเคมี ชีวภาพ และกายภาพ
.
ดร.รัตนา ธีรฐิติธรรม นักอุทกธรณีวิทยา อธิบายว่า แม้อุณหภูมิของน้ำจะเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 1–2 องศาเซลเซียส ก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงได้ เพราะความร้อนที่สูงขึ้นสามารถรบกวนสมดุลของออกซิเจนในน้ำ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตราย และยังทำให้โลหะหนัก เช่น สารหนู แมงกานีส และฟอสฟอรัส ถูกละลายออกมาปะปนในแหล่งน้ำได้มากขึ้น
.
การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิยังส่งผลต่อกระบวนการสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปฏิกิริยาทางเคมีในน้ำบาดาล การชะล้างโลหะ รวมถึงกิจกรรมของจุลินทรีย์ ซึ่งล้วนมีผลต่อคุณภาพน้ำโดยรวม นอกจากนี้ แม่น้ำหลายสายยังต้องอาศัยน้ำบาดาลในการหล่อเลี้ยงระบบนิเวศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง เมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น ปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยู่จะลดลง ส่งผลให้สัตว์น้ำ เช่น ปลา อาจไม่สามารถดำรงชีวิตได้ และหากอุณหภูมิยังเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง น้ำบาดาลก็อาจมีความเสี่ยงจนไม่เหมาะสำหรับการบริโภคอีกต่อไป
.
อ่านต่อที่ https://ngthai.com/ambiance/81191/climate-commerce-groundwater/
.
#NationalGeographicThailand
RSS) ที่มา : Nationwide Geographic Thailand's











