
21 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยืนยันแล้วว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา จะเดินทางเยือนจีนระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-2 เมษายนนี้ เพื่อพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมที่หลายฝ่ายตั้งตารอคอยระหว่างผู้นำของสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเดินทางครั้งนี้ประกาศขึ้นในขณะที่ศาลฎีกาได้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของทรัมป์
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ได้ออกมายืนยันการเดินทางดังกล่าวในวันศุกร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ก่อนที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ จะสร้างความพ่ายแพ้อย่างยับเยินแก่ทรัมป์ ด้วยการยกเลิกมาตรการภาษีหลายรายการที่เขาใช้ในสงครามการค้าระดับโลก รวมถึงบางมาตรการที่เรียกเก็บจากจีนคู่แข่ง
การเจรจาระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในระหว่างการเยือนปักกิ่งเป็นเวลานานนั้น คาดการณ์กันว่าจะมุ่งเน้นไปที่การขยายระยะเวลาสงบศึกทางการค้า ซึ่งทำให้ทั้งสองประเทศงดเว้นการขึ้นภาษีศุลกากรเพิ่มเติมต่อกัน
โดย ‘ทรัมป์' กล่าวกับผู้นำต่างประเทศที่มาเยือนกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เกี่ยวกับแผนการเยือนจีนของตนเองที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า “นั่นจะเป็นการเดินทางที่ดุเดือดมาก เราจะต้องจัดแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่พวกคุณเคยเห็นมาในประวัติศาสตร์จีน” ซึ่งเป็นคำพูดของ ทรัมป์ ก่อนที่จะรู้ผลวินิจฉัยของศาลสูงสุด
ทางด้านสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกำหนดการเดินทางดังกล่าว ขณะที่ปักกิ่งยังไม่ได้ยืนยันการเดินทางครั้งนี้
สำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า การกลับคำตัดสินของศาลสูงสุดต่อมาตรการภาษีทรัมป์ ได้ก่อให้เกิดคำถามใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งเพิ่งเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังจากทรัมป์ปรับลดภาษีสินค้าจีนบางส่วน แลกกับมาตรการจากปักกิ่ง เช่น การปราบปรามการลักลอบค้ายาเฟนทานิล และการระงับข้อจำกัดการส่งออกแร่ธาตุสำคัญ
การเดินทางเยือนจีนครั้งล่าสุดของ ‘ทรัมป์' เกิดขึ้นในปี 2017 และถือเป็นการเยือนประเทศจีนครั้งล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่ในการพบปะกันครั้งล่าสุดของ ‘ทรัมป์' กับ ‘สี จิ้นผิง' เกิดขึ้นในระหว่างการเยือนเกาหลีใต้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ซึ่งผู้นำทั้งสองได้หลีกเลี่ยงพูดคุยประเด็นไต้หวันที่จีนถือเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนเอง แต่ ‘สี จิ้นผิง' ได้หยิบยกประเด็นการขายอาวุธของสหรัฐให้แก่ไต้หวันขึ้นมาหารือในการสนทนาทางโทรศัพท์กับ ‘ทรัมป์'ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และยังกล่าวว่าเขาจะพิจารณาเพิ่มการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐอีกด้วย












