
“ตะคร้อ” (Ceylon oak) ไม้ป่ายืนต้นขนาดใหญ่ที่พบได้เกือบทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดดเด่นด้วยสรรพคุณทางอาหารและเป็นแหล่งพลังงานคุณภาพสูง พร้อมเผยลักษณะเฉพาะตัวที่ทำให้นักพฤกษศาสตร์ทั่วโลกให้ความสนใจ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์:
ตะคร้อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Schleichera oleosa (Lour.) Oken จัดอยู่ในวงศ์ Sapindaceae เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ที่สามารถมีความสูงได้ถึง 40 เมตร จุดเด่นที่สังเกตได้ชัดคือ
▪️ ใบ: เป็นใบประกอบปลายคู่ ใบอ่อนจะมีสีน้ำตาลแดงหรืออมม่วงดูสวยงาม
▪️ ดอก: มีขนาดเล็ก สีขาวอมเขียว ออกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง โดยดอกเพศผู้และเพศเมียจะแยกกัน
▪️ผล: มีลักษณะรูปรีเกือบกลม ปลายผลมีติ่งแหลม ภายในมีเมล็ดที่มีเยื่อหุ้มสีเหลืองอมน้ำตาล รสชาติเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์
.
ตะคร้อเป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดครอบคลุมตั้งแต่ประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า และภูมิภาคอินโดจีน สำหรับในประเทศไทย สามารถพบตะคร้อได้ในแทบทุกภูมิภาค (ยกเว้นภาคใต้) โดยมักขึ้นกระจายตัวอยู่ในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ภูมิปัญญาและการใช้ประโยชน์
จากข้อมูลระบุว่า “ตะคร้อ” เป็นต้นไม้ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตชาวบ้านมาอย่างยาวนาน โดยมีการนำมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน
▪️ด้านอาหาร: ผลตะคร้อที่มีรสเปรี้ยวสามารถนำมารับประทานได้ ส่วนใบอ่อนนิยมนำมาใช้เป็นผักสดจิ้มน้ำพริก
▪️ด้านพลังงาน: เนื้อไม้ของตะคร้อขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง นิยมนำมาทำเป็นฟืนและถ่าน ซึ่งให้คุณภาพความร้อนสูง
▪️ชื่อเรียกขานตามท้องถิ่น: ตะคร้อมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น มะโจ้ก หรือ มะเคาะ (ภาคเหนือ), ปันรัว หรือ ปั้นโรง (ภาษาเขมร), และ กาซ้อ (กะเหรี่ยง)
🌿เกร็ดน่ารู้
ชื่อสกุล Schleichera ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Johann Christoph Schleicher นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน โดยในสกุลนี้มีเพียง “ตะคร้อ” ชนิดเดียวเท่านั้น (Monotypic genus) ถือเป็นพันธุ์ไม้ที่มีความเฉพาะตัวสูงและควรค่าแก่การอนุรักษ์
ชื่ออื่น
กาซ้อ, กาซ้อง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ค้อ (กาญจนบุรี), คอส้ม (เลย), คุ้ย (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), เคาะ (พิษณุโลก, นครพนม), เคาะจ้ก (ภาคเหนือ) ซะอู่เสก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ตะคร้อ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), ตะคร้อไข่ (ภาคกลาง, ภาคตะวันตกเฉียงใต้), ปันรัว (เขมร-สุรินทร์), ปั้นโรง (เขมร-บุรีรัมย์), มะเคาะ, มะโจ้ก (ภาคเหนือ)
แดง ช่อดอกคล้ายช่อกระจุกไม่แยกแขนง ไม่มีกลีบดอก ผลสด รูปรีเกือบกลม ปลายมีติ่งแหลม (ภาพ: สุคนธ์ทิพย์ ศิริมงคล, ปรีชา การะเกตุ)
เอกสารอ้างอิง
Iwasa, S. (1997). Schleichera oleosa (Lour.) Oken. In Plant Sources of South-East Asia 11. Auxiliary vegetation. Backhuys Publishers, Leiden, The Netherlands.
van Welzen, P.C. (1999). Sapindaceae. In Vegetation of Thailand Vol. 7(1): 241.


RSS) ——— ที่มา : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ——— www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย 🇹🇭













