รายงานโดย มูฮำหมัด ดือราแม
มูฮัมมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ จาก Projek Sama Sama ตั้งคำถามชวนคิด ถึงอนาคตการเมืองเชิงอัตลักษณ์ “พรรคประชาชาติ” เป็น “ปาตีกีตอ” ของคน “มลายูอิสลามปาตานี” ยังได้อีกไหม เมื่อคะแนนนิยมลดลงเกือบครึ่ง จำนวน สส.หายไปหลายคน คะแนนหายไปไหน หายไปได้อย่างไร
พรรคการเมืองที่ถูกเคลมว่า “พรรคของเรา” หรือ “ปาตีกีตอ” มากที่สุดในพื้นที่ปาตานี/ชายแดนใต้ คือ “พรรคประชาชาติ” ในความหมายที่ว่า “พรรคของคนมลายูมุสลิมปาตานี”
ทว่า จำนวน สส.ในการเลือกตั้งล่าสุด ลดเหลือแค่ 5 คน อาจถึงขั้นหายไปจากนิยามการเมืองเชิงอัตลักษณ์มลายูมุสลิมของพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในอนาคตหรือไม่ ?
หากย้อนกลับไปดูบรรยากาศในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา ผู้สมัครของพรรคประชาชาติมักใช้วาทะความเป็นมลายูและศาสนาอิสลามมาใช้ปราศรัยหาเสียงอย่างดุเดือดเข้มข้น จนบางประโยคกลายเป็นไวรัลที่คนติดตามการเมืองในพื้นที่ได้วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส
แต่ทว่า ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุด วาทกรรมที่อิงศาสนาอย่าง เรือโนอา หรือเวาะห์ซือแบะ (ลูกประคำ) ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรมาก ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอล่าง คะแนนเสียงของพรรคประชาชาติจึงได้น้อยลงกว่าเดิมมาก
พรรคประชาชาติ ก่อตั้งเมื่อปี 2561 มีวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อปี 2562 พรรคประชาชาติ ได้ สส.รวม 7 คน เป็นแบบแบ่งเขต 6 คน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้(จากทั้งหมด 12 เขต) และได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ก็คือ อาจารย์วันนอร์เอง
ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชาติได้ สส.รวม 9 คน จาก สส.เขต 7 คน (จากทั้งหมด 13 เขต) จากแบบบัญชีรายชื่อ 2 คน แต่เมื่ออาจารย์วันนอร์ ได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค
ที่ประชุมใหญ่ของพรรคเมื่อเดือนสิงหาคมปีเดียวัน (2566) มีมติเลือก พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง อดีตเลขาธิการพรรคขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค และซูการ์โน มะทา น้องชายของอาจารย์วันนอร์ เป็นเลขาธิการพรรค
มาถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 8 ก.พ. 2569 พรรคประชาชาติได้ สส. ลดลงเหลือ 5 คน เป็นแบบเขต 4 คน (จากทั้งหมด 13 เขต) และแบบบัญชีรายชื่อ 1 คน
คะแนนนิยมที่หายไปไหนและหายไปได้อย่างไร
อันที่จริง ความนิยมของพรรคประชาชาติน่าจะเริ่มหดหายไปหลังปี 2567 ตามการสำรวจของ Projek Sama Sama ซึ่งเป็นเพจของกลุ่มติดตามการเมืองในพื้นที่ปาตานี/ชายแดนใต้ (รวม 4 อำเภอของสงขลา)
มูฮัมมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ จาก Projek Sama Sama เปิดเผยว่า ทุกๆ ปลายปี Projek Sama Sama จะสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ปาตานีหรือชายแดนภาคใต้ต่อพรรคการเมือง และ สส. ในพื้นที่ในรูปแบบออนไลน์โดยทำ Google make แล้วแชร์ไปยังเครือข่ายในทุกอำเภอ (ไม่ได้อิงหลักวิชาการ)
มูฮัมมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ
การสำรวจล่าสุดปี 2568 ระหว่างวันที่ 21-27 ธันวาคม 2568 ก่อนการรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตครั้งล่าสุด มี 3คำถามหลักคือ 1) ถ้ามีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ คุณจะเลือก สส.เขตของพรรคไหน 2) ใครสมควรได้เป็นนายกรัฐมนตรี และ 3)จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่
ที่น่าสนใจคือ คำตอบข้อแรก เรื่อง สส.เขต ปรากฏว่าไม่มีใครในดวงใจราว ๆ 40% อันดับ 2 พรรคประชาชน 27% และพรรคประชาชาติ 18%
“เมื่อนำไปเทียบกับผลสำรวจของปลายปี 2567 เห็นได้ชัดเจนว่า พรรคประชาชาติคะแนนนิยมลดลงจาก 30% เหลือ 18% ในขณะที่คะแนนนิยมของพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นแค่ 2% เท่านั้น”
คำถามคือ คะแนนนิยมของพรรคประชาชาติหายไปไหนและหายไปได้อย่างไร จาก 30% ลดเหลือ 18% คนจะหันไปเลือกพรรคประชาชนก็ไม่น่าจะใช่ เพราะคะแนนนิยมของพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นแค่ 2%
เรื่องนี้ทางทีมงาน Projek Sama Sama มีการวิเคราะห์ภายในว่า มีสาเหตุมาจาก
- ช่วงที่พรรคประชาชาติเป็นฝ่ายรัฐบาลและหัวหน้าพรรคเป็นรัฐมนตรี ล่อยให้คดีตากใบหมดอายุความ
- ไม่สามารถนำตัวเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตากใบมาขึ้นศาลได้ และ
- กรณีที่รัฐบาลส่งชาวมุสลิมอุยกูร์กลับไปยังประเทศต้นทาง
ส่วนสาเหตุอื่นๆ ซึ่งอาจจะมี แต่ทางทีมงานไม่ได้วิเคราะห์เพิ่ม
ความนิยมลดเมื่อเปลี่ยน “วันนอร์” เป็น “ทวี สอดส่อง”
อีกคำถามที่น่าสนใจกรณีพรรคประชาชาติ คือ คำตอบว่าใครสมควรเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย ปรากฏว่า มีคนเลือก พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติแค่ 4.5% ยังแพ้กัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ซะอีกที่ได้ถึง 9%
ส่วนอันดับ 1 ตอนนั้น คือ ยังไม่มีใครเหมาะสม 40.7% รองลงมา คือ ‘เท้ง' ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน 33%
แต่เมื่อย้อนกลับไปในช่วงก่อนเลือกตั้ง สส.ปี 2566 ผลสำรวจตอนนั้นปรากฏว่า อันดับ 1 ที่คนในพื้นที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด คือ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ อันดับ 2 คือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อันดับ 3 ไม่มีใครเหมาะสม
นั่นแสดงให้ถึงความนิยมชมชอบอาจารย์วันนอร์ของคนปาตานี/ชายแดนใต้มีสูงมาก แม้ในความเป็นจริงหลังเลือกตั้ง จำนวน สส.ของพรรคประชาชาติที่ได้ ไม่พอจะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็ตาม
ดังนั้น การเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคไปเป็น พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ก็ถือว่ามีผลต่อพรรคมากพอสมควร ยังไม่นับปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ด้วย
ส่วนกัณวีร์ สืบแสง ที่มีคนเลือกมากกว่า พันตำรวจเอกทวี ก็น่าจะมาจากการที่เขาได้พูดถึงประเด็นปาตานีน่าจะเยอะสุดในสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งบทบาทการอภิปรายเรื่องสิทธิมนุษยชน หรือกรณีตากใบ แม้มีตัวคนเดียวแต่ก็พูดเยอะกว่า สส.ในปาตานีเสียอีก

ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย คะแนนนิยมจะลดลงอีกไหม ?
ปรากฏการณ์ล่าสุด ที่อาจทำให้พรรคประชาชาติมีคะแนนนิยมลดลงไปได้อีก คือการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ของ สส.พรรคประชาชาติ
ซึ่งมูฮัมมัดอัณวัร ระบุว่า 1 วันก่อน สส.พรรประชาชาติจะประกาศเข้าร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ตนเองได้โพสต์ถามความเห็นของคนในพื้นที่ว่าเห็นด้วยหรือไม่ เพราะอะไร ปรากฏว่ามีคอมเมนต์เยอะมากๆ แบ่งได้ 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มแรก คือ เห็นด้วย น่าจะเป็น FC ของพรรคประชาชาติ เพราะถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่สามารถแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ คำถามคือ แล้วตอนร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยท่านทำอะไรบ้าง พันตำรวจเอกทวี ก็เป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม มีหลายประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ ปัจจุบันก็ยังไม่เคลียร์
ยิ่งครั้งนี้ สส.พรรคประชาชาติเหลือ 5 คน ซึ่งจำนวนเท่านี้คงไม่สามารถต่อรองเอาเก้าอี้รัฐมนตรีได้ หรืออาจจะได้รัฐมนตรีช่วย แต่ก็น่าจะยากอยู่
กลุ่มที่ 2 ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคที่ตัวเองเคยโจมตีมาก่อนถึง 2 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกัญชาในการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ยังโจมตีพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมด้วย แล้วจะอธิบายสังคมยังไง จะทำงานร่วมกันยังไง
ล่าสุด ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติก็ออกมาอธิบายว่า นโยบายใดที่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม พรรคประชาชาติไม่เห็นด้วย ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของพรรคแม้จะร่วมรัฐบาลก็ตาม
คนที่ไม่เห็นด้วยเชื่อว่า การเข้าร่วมรัฐบาลนี้จะทำให้คะแนนของพรรคประชาชาติยิ่งลดลงแน่นอน เลือกตั้งครั้งหน้าไม่รู้จะเหลือเท่าไหร่ ถ้างั้นรอดูอีก 1 ปีข้างหน้า Projek Sama Sama จะสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่า คะแนนนิยมพรรคประชาชาติจะลดลงหรือเพิ่มขึ้น
กลุ่มที่ 3 คนที่อยู่กลางๆ แต่มีคำถามว่า แล้วเจตจำนงของประชาชนที่เลือกพรรคของท่านจะตอบสนองได้จริงไหม ถ้าทำงานจริง การเลือกตั้งรอบหน้าก็อาจจะได้ สส.เพิ่มขึ้น
ดังนั้น พรรคการเมืองเชิงอัตลักษณ์มลายูมุสลิม อย่างพรรคประชาชาติหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
พรรคการเมืองอัตลักษณ์มลายูมุสลิม จะเป็นอย่างไรต่อไป
คำถามนี้ มูฮัมมัดอัณวัร อธิบายว่า Projek Sama Sama สำรวจความคิดเห็นทั้ง 15 เขต คือรวมเขต 7 และเขต 8 ของสงขลาด้วย ก็จะได้ตัวเลข สส. 6 – 5 – 4 คือ พรรคภูมิใจไทย 6 คน พรรคกล้าธรรม 5 คน และ พรรคประชาชาติ 4 คน ซึ่ง 6 กับ 4 เข้าร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคกล้าธรรมยังไม่เข้าไปรอบนี้
“คิดว่า พรรคประชาชาติก็จะยังคงชูอัตลักษณ์ความเป็นมาลายู และอิสลามต่อไป ซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วยถ้าจะยกเลิก เพราะยังไงพรรคประชาชาติก็ยังต้องอาศัยเครื่องมือทางอัตลักษณ์และศาสนาอยู่ดี”
ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า พรรคประชาชาติอยู่รอดได้ด้วยการใช้ 2 วลีสำคัญ คือ อิสลามกับมลายู แต่ความเข้มข้นน่าจะน้อยลงเพราะตัวบุคคลเริ่มน้อยลง
แล้วถ้า สส.พรรคอื่นชูความเป็นอัตลักษณ์มลายูและความเป็นอิสลามด้วยจะเป็นอย่างไร จะกลายเป็น “ปาตีกีตอ” แทนพรรคประชาชาติหรือไม่
เพราะ สส.พรรคอื่นก็เป็นมุสลิมเหมือนกัน เช่น ถ้า สส. พรรคภูมิใจไทย อยากชูความเป็นมลายูมุสลิมในการลงพื้นที่ และในการปราศรัยหรือตั้งกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎร จะส่งผลอย่างไร
สุดท้าย การเมืองเชิงอัตลักษณ์ยังใช้ได้ผลในพื้นที่ปาตานีหรือไม่ ความเป็น “พรรคของเรา” หรือ “ปาตี กีตอ” ของพรรคประชาชาติยังสำคัญพอไหม ถ้า สส. พรรคอื่นก็มีความเข้มข้นในการพูดคุยเรื่องอัตลักษณ์และศาสนามากขึ้น
คำถามชวนคิด ‘ประชาชาติ' จะเป็น ‘ปาตีกีตอ' ของคนมาลายูอิสลามปาตานีได้อีกไหม
มูฮัมมัดอัณวัร ตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า ทั้ง 2 อัตลักษณ์นี้ คือ ความเป็นมลายูและอิสลาม ยังใช้หากินในทางการเมืองได้อีกหรือไม่ ในเมื่อพรรคประชาชาติได้ สส.ลดลง
พรรคประชาชาติจะยอมรับตัวเองว่าเป็นพรรคของคนในพื้นที่ (ปาตีกีตอ) ได้อีกหรือไม่ ถ้า สส.พรรคอื่นๆ ทั้งพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคกล้าธรรม ยกประเด็นอัตลักษณ์ขึ้นมาเหมือนพรรคประชาชาติด้วย เช่น สวมชุดมลายูไปร่วมงานมาลายูรายอ ไปร่วมกับพวก Pemuda ในหมู่บ้าน พูดเรื่องศาสนาอิสลามเหมือนกัน
พรรคการเมืองของ สส.พวกนั้น จะเป็น “ปาตีกีตอ” ของคนปาตานี ได้หรือไม่ เมื่อสรรพกำลังน่าจะเพียบพร้อมกว่าพรรคประชาชาติมากในตอนนี้
สุดท้าย พรรคประชาชาติยังมีความชอบธรรมที่อ้างตนว่าเป็นพรรคของคนที่นี่ เป็นพรรคที่จะปกป้องอัตลักษณ์ของที่นี่ จะผูกขาดว่าเป็น “ปาตีกีตอ” ของคนมาลายูอิสลามปาตานียังได้อีกไหม
หากจะมีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ คะแนนนิยมจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง และพรรคจะต้องทำอะไร ไม่ให้ความเป็น “ปาตีกีตอ” หายไปตลอดกาล










