
“โต๋ ศุภโชติ” ปรามรัฐบาลอย่าเพ่งโทษประชาชน เหตุชาวบ้านเร่งซื้อน้ำมัน เพราะขาดแคลนหาซื้อไม่ได้ รัฐบาลทำหน้าที่ตรวจสอบหรือยังว่าไม่มีผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ รายไหน ชะลอการขายหรือตั้งใจกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งราคา
16 มีนาคม 2569 นายศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสถานการณ์ปั๊มน้ำมันหลังจากที่มีประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมากจากการหาซื้อน้ำมันตามปั๊มไม่ได้ โดยระบุว่านอกจากข้อเสนอที่ตนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเรื่อง การสื่อสารข้อมูลกับประชาชนและการกระจายน้ำมันไปยังพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว
นายศุภโชติ กล่าวว่า ตนมาลงพื้นที่พร้อมนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยกล่าวว่า ตนคิดว่าสิ่งสำคัญรัฐบาลไม่ควรโทษประชาชนว่าสถานการณ์กักตุนน้ำมันที่เกิดขึ้นมาจากความตื่นตระหนกของประชาชน แต่รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่าได้ทำหน้าที่ของตนเองได้ดีหรือยัง รัฐบาลตรวจสอบหรือยังว่ามีผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่บางรายกำลังกักตุนหรือชะลอการขายเพื่อรอราคาปรับขึ้นหรือไม่ หากมีจริง นั่นหมายความว่า รัฐกำลังปล่อยให้มีการฉวยโอกาสจากวิกฤตพลังงานของประชาชนหรือเปล่า
นายศุภโชติ กล่าวต่อว่า มีข้อสงสัยจากหลายฝ่ายว่า การที่ปั๊มน้ำมันหลายแห่งถูกลดโควตาการเบิกน้ำมันจากคลังต่อวัน อาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของผู้ประกอบการบางรายที่พยายาม กักตุนหรือชะลอการจำหน่ายน้ำมัน เพื่อรอราคาปรับขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่ มาตรการตรึงราคาน้ำมันกำลังจะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้
ในสถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลที่ได้ตรวจสอบมาอย่างละเอียดและโปร่งใส เพื่อคลายข้อสงสัยของสังคม ดังนี้
1. คลังน้ำมันแต่ละแห่งกำหนดโควตาการจ่ายน้ำมันให้ปั๊มอย่างไร?
2. ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งออกจากคลังไปยังปั๊มทั่วประเทศในแต่ละวันมีเท่าไร
3. มีการตรวจสอบหรือไม่ว่า ปั๊มน้ำมันหรือผู้ค้ารายใหญ่บางแห่งชะลอการขายหรือกักตุนเพื่อรอราคาปรับขึ้น?
นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า การเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถป้องกันการฉวยโอกาสจากผู้ประกอบการที่ต้องการทำกำไรจากวิกฤตพลังงานของประเทศ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้มากขึ้น
ในช่วงเวลาที่ประชาชนจำนวนมากกำลังกังวลว่าจะสามารถหาน้ำมันเติมได้หรือไม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความโปร่งใสของข้อมูล การทำงานของหน่วยงานภาครัฐในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และความรวดเร็วในการสื่อสารของรัฐบาล เพราะหากประชาชนได้รับข้อมูลที่ชัดเจนความตื่นตระหนกก็จะลดลง และสถานการณ์ก็จะถูกบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น












