(21 มี.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน BKK Be taught & Be taught Festiva| 2026 เทศกาลการอ่านและการเรียนรู้กรุงเทพมหานคร พร้อมแถลงข่าวโครงการ Next Be taught แพลตฟอร์มศูนย์รวมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ณ ลานนาฬิกาแดด (หลังศาลาภิรมย์ภักดี) สวนลุมพินี เขตปทุมวัน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว่า หัวใจของเมืองคือเราต้องเป็นสถานที่ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ให้มากที่สุด เพราะการเรียนรู้คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการคิดและการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้ เรื่องการอ่านและการเรียนรู้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เรารับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ เพราะฉะนั้น Skill ที่สำคัญที่สุดคือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต เราเรียนในชั้นเรียนอาจจะเหมาะสำหรับงานแรกของชีวิต แต่งานต่อ ๆ ไป เราต้องหาความรู้จากข้างนอก เชื่อว่าหากเรามีพื้นฐานเรื่องการอ่าน เรามีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม ก็จะทำให้เรารองรับอนาคตที่เปลี่ยนไปได้
สำหรับโครงการ Next Be taught เป็นโครงการที่สำคัญมาก ๆ เพราะโลกเปลี่ยนไป ทางเดียวที่จะรับมือกับเศรษฐกิจได้คือต้องปรับตัวเองให้ทันกับโลกอนาคต กรุงเทพมหานคร เราไม่มีเงินไปแจกให้พี่น้องประชาชน แต่เราแจกความรู้ได้ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ สามารถปรับตัวเองให้เข้ากับงานของอนาคตได้ เราจึงมีโครงการ Next Be taught ที่เป็นแพลตฟอร์มศูนย์รวมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ชาวกรุง เชื่อว่าจะช่วยให้เมืองเราก้าวไปและรองรับกับโลกอนาคตได้อย่างเท่าเทียมกัน
•เปิดตัว Next Be taught เรียน Next Skills “ทักษะแห่งอนาคต” 70 หลักสูตร พร้อม Next Jobs 118 หลักสูตร “เรียนจบ พร้อมจ้าง” ทันที
“ในโลกที่ผันผวน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคมสูงวัย และเทคโนโลยี AI Finding out Metropolis ไม่ใช่แค่ทางออก แต่เป็น ‘ทางรอดเดียว’ ของพวกเราทุกคน และไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กเท่านั้น แต่คือการเรียนรู้ตลอดชีวิตของพวกเราทุกคนจริงๆ” นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวนำถึงโครงการ Next Be taught
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวต่อไปว่า วิสัยทัศน์เมืองแห่งการเรียนรู้ (Finding out Metropolis) ณ ปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร ต่อยอดจากความสำเร็จจากการที่กรุงเทพฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับโลก UNESCO Global Community of Finding out Cities (GNLC) ในปี 2567 จากวิสัยทัศน์ “กรุงเทพฯ เมืองแห่งโอกาสเพื่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน”
กรุงเทพมหานคร จึงจับมือกับ กสศ. และเครือข่ายภาคี จัดทำเว็บไซต์ finding out.bangkok.walk.th ที่เป็นเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลการขับเคลื่อนนโยบายทั้งหมดด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตของกรุงเทพฯ ผ่านการขับเคลื่อน 4 ด้าน ได้แก่ การดูแลเด็กเล็ก การส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะอาชีพ และการส่งเสริมพื้นที่เรียนรู้ทั่วเมือง โดยมุ่งเน้น 3 แกนหลัก คือ
•Space (พื้นที่เรียนรู้) : รวบรวมสถานที่กว่า 1,700 แห่ง 16 ประเภทสถานที่ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ห้องสมุด ศูนย์นันทนาการ และร้านหนังสืออิสระ โดยมีระบบแผนที่ (Discipline-basically based mostly) ช่วยหาพื้นที่ใกล้บ้าน และระบบจองพื้นที่ออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม
•Creator (ผู้สร้างสรรค์) : เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากนอกระบบราชการเข้ามาเป็นวิทยากรและแบ่งปันความรู้
Exercise (กิจกรรม) : รวบรวมกิจกรรมการเรียนรู้คุณภาพที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ไว้ในปฏิทินกลาง
สำหรับโครงการ Next Be taught คือเว็บไซต์ที่รวบรวมหลักสูตรพัฒนาทักษะต่าง ๆ สำหรับคนกรุงเทพฯ เพื่อยกระดับทักษะและการจ้างงาน โครงการนี้เปรียบเสมือน One-End Service ที่เชื่อมต่อโรงเรียนฝึกอาชีพของ กรุงเทพมหานคร เข้ากับนวัตกรรมและภาคเอกชนระดับสากล เพื่อให้การเรียนรู้นำไปสู่การสร้างรายได้จริง แบ่งออกเป็น 2 หมวดหลัก คือ
Next Skill “ทักษะใหม่ โอกาสใหม่” 70 หลักสูตร กรุงเทพมหานคร อาศัยแนวคิด “ยืนบนไหล่ยักษ์” ด้วยพันธมิตรระดับโลกอย่าง Microsoft และ Google รวมถึงหน่วยงานอย่าง ETDA และ DiSDA มาสร้างหลักสูตรด้าน AI และเทคโนโลยีดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรด้านพลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ และการดูแลรถยนต์ EV ร่วมกับ MuvMi และ AION
Next Job “เรียนจบ พร้อมจ้าง” 118 หลักสูตรฝึกอาชีพที่พัฒนาร่วมกับ 13 ผู้ประกอบการที่เน้นการทำงานได้ทันที อาทิ MUVMI, Espresso club, โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ, ROYS, fastwork
“กรุงเทพมหานคร เราคงไม่มีความรู้เท่ากับเอกชนที่เชี่ยวชาญ เราจึงเลือก ‘ยืนบนไหล่ยักษ์’ ด้วยคนเก่ง ๆ จากทั่วโลกและภาคีเครือข่ายชั้นนำ มาร่วมสร้างหลักสูตรที่ตอบโจทย์อนาคต เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีทักษะที่เท่าทันโลก” รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าว
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ได้กล่าวทิ้งท้ายถึง 1 ล้านชั่วโมงแห่งการเรียนรู้ ว่า “เป้าหมายของเราคือการชวนทุกคนมาพัฒนาตัวเองสู่ทักษะใหม่ให้ครบ ‘1 ล้านชั่วโมง’ เริ่มนับตั้งแต่วันนี้ เพราะหัวใจสำคัญของ Next Be taught คือการเปลี่ยนทักษะให้กลายเป็นอาชีพ และเปลี่ยนการเรียนรู้ให้กลายเป็นรายได้ที่ยั่งยืน”
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนคนกรุงเทพฯ มาเรียนรู้เพื่อสะสมชั่วโมงให้ถึง 1,000,000 ชั่วโมงไปด้วยกันที่ finding out.bangkok.walk.th/nextlearn
•BKK Be taught & Be taught Festiva| 2026 ชวนคนทุกเจน “ต่างวัยไปเรียนรู้ด้วยกัน” ขนทัพเวิร์กชอป-เสวนา-เล่นอิสระ บุกสวนลุมฯ 21-22 มี.ค. นี้
สำหรับเทศกาลการอ่านและการเรียนรู้กรุงเทพมหานคร BKK Be taught & Be taught Festiva| 2026 เป็นกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเมืองที่กรุงเทพมหานครจัดร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ ปิดเทอมสร้างสรรค์ สสส. Finding out fest TK park และองค์กรอื่น ๆ อีกมากมาย โดยปีนี้มาภายใต้แนวคิด “ต่างวัยไปเรียนรู้ด้วยกัน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 22 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 – 19.00 น. ณ สวนลุมพินี (บริเวณลานนาฬิกาแดด ด้านหลังศาลาภิรมย์ภักดี)
ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน เปิดโลกแห่งหนังสือและจินตนาการผ่านสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เวทีเสวนาเรื่องการเรียนรู้ในวัยต่าง ๆ แลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองแบบไม่จำกัดอายุ การมอบรางวัลสุดยอดครอบครัวรักการอ่าน กิจกรรมผ่านการเล่นอิสระ สนุกไปกับการเรียนรู้ผ่านการเล่นและเวิร์กชอปที่น่าสนใจ รวมถึงกิจกรรมกับเครือข่ายโครงการ Next Be taught
นอกจากนี้ เทศกาลการอ่านและการเรียนรู้กรุงเทพฯ ยังมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่ว กรุงเทพมหานคร ตลอดเดือน มี.ค. – พ.ค. 69 สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก Bangkok Finding out Metropolis
ในการนี้ ผู้บริหารสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักพัฒนาสังคม นายนีนี ตาว ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา สำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ และสำนักงานเพื่อการประสานงานสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมงาน
#NextLearn
#BKKReadAndLearnFestival
มหกรรมแห่งการอ่านและการเรียนรู้
#BangkokLearningCity กทม
———
ที่มา : เว็บไซท์กรุงเทพมหานคร
———
www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย 🇹🇭