
‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ’สนธิกำลัง ‘ป.ป.ท.-บก.ปปป.-DSI’ เปิดปฏิบัติการ ‘ตัดบัตรกรุงเก่า’ บุกจับ ‘ปลัดอำเภอวังน้อย-กลุ่มนายหน้า’ ทุจริตออก ‘บัตรประจำตัวบุคคล’ ให้ ‘คนไม่มีสัญชาติไทย
……………………………………
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งช่าติ ( ป.ป.ช. ) ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ นายปริญญา วิกุลศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับกรมการปกครอง กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงาน ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ “ตัดบัตรกรุงเก่า” ปราบปรามขบวนการทุจริต ทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
โดยร่วมกันจับกุมปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมพวก ณ ที่ว่าการอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน/เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมีความผิดฐานผู้ใด ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่น มีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50
สืบเนื่องจาก บก.ปปป. ได้ส่งรายงานการตรวจสอบในชั้นต้นมายังคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกรณีได้รับประสานจากสำนักงาน ป.ป.ท. เกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เป็นจำนวนมากอย่างผิดปกติในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้บูรณาการร่วมกับสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรมการปกครอง บก.ปปป. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดสำนักทะเบียนอำเภอวังน้อย
โดยพบว่ามีบุคคล ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้าได้นำพากลุ่มคนต่างด้าวภายนอกพื้นที่เข้ามาจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองเดินทางมาให้การรับรองการจัดทำบัตร โดยกลุ่มนายหน้าได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอวังน้อยและบุคคลซึ่งเป็นเจ้าบ้านยินยอมให้เพิ่มชื่อคนต่างด้าวเข้าในทะเบียนบ้านของตน และให้การรับรองอันเป็นเท็จว่ามีถิ่นที่อยู่ในพื้นที่อำเภอวังน้อย
นอกจากนั้น ยังพบว่าบ้านบางหลังมีสภาพเป็นบ้านร้างไม่มีการพักอาศัยอยู่จริง ภายหลังเมื่อได้รับบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยแล้ว กลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวจะย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านทันที และออกนอกพื้นที่เพื่อไปประกอบอาชีพในพื้นที่อื่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาเพื่อทำบัตรเท่านั้น
จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเจ้าบ้านที่ยินยอมให้ใช้ทะเบียนบ้านจะได้รับแจ้งจากปลัดอำเภอหรือลูกจ้างของสำนักทะเบียนอำเภอวังน้อย ให้ไปลงลายมือชื่อในเอกสารและจะได้รับค่าตอบแทนจำนวน 1,000 – 3,000 บาท ต่อราย โดยในคดีนี้ คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้มีมติส่งเรื่องคืนให้ บก.ปปป. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ซึ่งต่อมาได้บูรณาการสืบสวนขยายผลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนนำไปสู่การอนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอวังน้อย กลุ่มนายหน้า และบุคคลที่เป็นเจ้าบ้าน รวมจำนวน 6 ราย ในวันนี้
ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อนึ่ง ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด













