
ทนายความ และครอบครัวของนายสมพร ลังเดช และผู้ต้องหาอีก 2 คน คือ นายอลาวี อาแว และนายสุนทร พรหมภักดี เดินทางมาที่ศาลจังหวัดนราธิวาส ระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลจังหวัดนราธิวาส ในคดียิvรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ จังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยหนึ่งในทีมทนายความของนายสมพร กล่าวกับสื่อมวลชนเพียงสั้นๆว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ประกันตัวแล้ว หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่ก็ต้องรอศาลพิจารณาอีกครั้ง
ขณะที่เมื่อวานนี้(6 เม.ย.69) แม้ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า และหน่วยงานด้านความมั่นคง จะออกมาแถลงถึงความคืบหน้าคดี ซึ่งได้ได้ออกหมายจับไปแล้ว 5 คน แต่ยังมีมือปืน 2 คนที่ยังหลบหนี และนายสมพร ซึ่งเป็น 1 ใน ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัว ที่เป็นทั้งผู้รับงานและเตรียมการ ทั้งการหาอาวุธปืน และจัดหามือปืน ยังไม่รับสารภาพในชั้นสอบสวน จึงยังไม่สามารถสาวไปถึงมูลเหตุจูงใจ หรือผู้ที่บงการจ้างวานได้
อย่างไรก็ตาม หลังการแถลงข่าว มีการตั้งข้อสังเกตที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติม เช่นการตรวจสอบประวัติของ 1 ใน มือปืน คือ เรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของนาวาเอกมนตรี โตประเสริฐ ที่ยังคงเป็นนายทหารในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้เบิกรถของทาง กอ.รมน.และอ้างว่าให้ยืมใช้งาน โดยไม่ทราบว่า เพื่อนรุ่นพี่จะนำไปก่อเหตุ
แต่จุดนี้ก็น่าสังเกตว่า สาเหตุที่เลือกรถของทางราชการมาก่อเหตุเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นบริเวณด่านตรวจหรือไม่
และหากผลการสอบสวนนาวาเอกมนตรี สิ้นสุดลงแค่ว่า ไม่ทราบว่าเพื่อนำรถไปก่อเหตุ ก็อาจถูกตัดตอนเหลือ เพียงการสอบสวนความผิดทางวินัยในการเบิกราชการผิดระเบียบ
ซึ่งในเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะหลังก่อเหตุได้มีการแจ้งหายในอีก 3 วัน แต่ไม่ได้ชี้ชัดว่า ได้พยายามติดต่อเพื่อนหรือไม่
และล่าสุดมีรายงาน ว่า น.อ. มนตรี ถูกเรียกตัวกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ส่วนกลางในกรุงเทพมหานคร เพื่อไม่ให้ยุ่งเหยิvกับคดี
ส่วนการตรวจสอบประวัติของเรือเอกวิโรจน์ 1 ใน มือปืน จากเว๊บไซต์ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ พบว่า เคยรับการฝึกอบรมกับหลักสูตรนายทหารนาวิกโยธินของสหรัฐอเมริกา และเคยเข้ารับการฝึกหลักสูตรรบพิเศษของนาวิกโยธินไทย รวมถึงเคยทำงานกับองค์การสหประชาชาติในหลายประเทศ ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานค่อนข้างดี ทำให้เกิดคำถามคาใจหลายคน ถึงสาเหตุที่ทำลงมือก่อเหตุครั้งนี้
รวมถึงผู้ต้องหาคนอื่นที่ไม่เคยมีคดีติดตัว ยกเว้นนายสมพร ที่เคยต้องคดีจ้างวานฆ่-าผู้อื่น 2 ศwในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
อีกหนึ่งข้อสงสัยที่ยังไม่ชัด คือ อู่ซ่อมรถของนายสุนทร พรหมภักดี ที่รับรถที่ก่อเหตุเสร็จมาชำแหละ ซึ่งแม้นายสุนทร จะรับสารภาพว่า รับรถมาจากนายสมพร เพราะรู้จักกัน แต่การไหว้วานให้ชำแหละทันที และขอให้มีการลบเลขคลัชซีเครื่องออก ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติ แต่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแจ้งว่า ยังไม่พบประวัติว่าอู่ซ่อมรถแห่งนี้เคยพฤติกรรมรับซื้อของโจร หรือรับชำแหละรถลักษณะนี้มาก่อน
อีกประเด็นที่ยังคลุมเครือ และต้องรอผลการตรวจสอบให้แน่ชัด คือ คำรับสารภาพของนายอลาวี อาแว คนขับรถคันก่อเหตุ ที่อ้างว่าได้รับงานจากนายสมพร และมานั่งเฝ้ารอติดตามนายกมลศักดิ์ตั้งแต่สนามบินหาดใหญ่ จนกระทั่ง แวะรับกลุ่มมือปืน ที่อยู่รอใกล้บ้านนายกมลศักดิ์ ทำให้เห็นการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนล่วงหน้า จึงน่าจะมีผู้บงการจ้างวานอยู่เบื้องหลัง
ข่าวใต้แลได้ที่เรา ThaiPBS
( RSS) 2026-04-07 09:03:00———ข่าวอัพเดทจาก : เฟซบุ๊ค Thai PBS ศูนย์ข่าวภาคใต้ ———www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย












