
‘ดีเอสไอ’ ส่งสำนวนสั่งฟ้อง 8 ผู้ต้องหา คดีแชร์ลูกโซ่ ‘พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ กรุ๊ป’ ยึดอายัดทรัพย์สินกว่า 250 ล้านบาท พร้อมส่งสำนวนสั่งฟ้อง 2 ผู้ต้องหา คดีลวงลงทุน ‘รีสอร์ต-ขายเครื่องสำอาง’
……………………………………….
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มอบหมายให้ ร.ต.อ.หญิง อัศนีย์ รอดน้อย ผู้อำนวยการส่วนคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ 3 และคณะพนักงานสอบสวน นำส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 290/2565 จำนวน 161 แฟ้ม กรณี บริษัท พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ กรุ๊ป จำกัด กับพวก ได้ร่วมกันลวงลวง ชักชวนประชาชนให้เข้าร่วมลงทุนทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (Crypto forex) และทำเหมืองขุดบิตคอยน์ (Bitcoin) โดยเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนในอัตรา ร้อยละ 69 – 419 ต่อปี มีความเห็นสั่งฟ้อง บริษัท พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ กรุ๊ป จำกัด กับพวก รวม 8 ราย
โดยผู้ต้องหา 5 ราย ได้หลบหนีและศาลได้อนุมัติหมายจับและประกาศ สืบจับไว้แล้ว ในความผิดฐาน “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยลวงลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไปส่งมอบให้แก่พนักงานอัยการพิเศษ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อให้พนักงานอัยการมีความเห็นทางคดีต่อไป
สำหรับคดีนี้ ได้มีการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหาไว้ หลายรายการ อาทิ เงินฝากในบัญชีธนาคาร สินทรัพย์ดิจิทัล กรมธรรม์ประกันชีวิต บ้าน ที่ดินตามโฉนด ห้องชุด รถยนต์หรูหลายยี่ห้อ เช่น BENTLEY, PORSCHE, FERRARI, LAMBORGHINI, BMW รถจักรยานยนต์หรูยี่ห้อ HARLEY DAVIDSON, INDIAN ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย.229/2568 และที่ ย.263/2568 ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว เพื่อดำเนินการมาตรการทางแพ่งเพื่อเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย รวมจำนวนทั้งสิ้น 264 รายการ รวมมูลค่ากว่า 250 ล้านบาท
วันเดียวกัน (17 เม.ย.) พ.ต.ท.อานนท์ ยังมอบหมายให้ ร.ต.อ.หญิง อัศนีย์ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 261/2565 กรณี การประกาศ โฆษณา แก่ประชาชน หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปในลักษณะปากต่อปากให้นำเงินมาร่วมลงทุนในธุรกิจหลายประเภท เช่น ทำรีสอร์ต ขายเครื่องสำอาง และการให้นำเงินมาให้กับผู้ต้องหากู้ยืม
โดยเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนในอัตราร้อยละ 30 ต่อเดือน ซึ่งสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มูลค่าความเสียหายกว่า 90 ล้านบาท จำนวน 20 แฟ้ม มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 2 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ไปส่งมอบให้แก่พนักงานอัยการพิเศษ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อให้พนักงานอัยการมีความเห็นทางคดีต่อไป













