
รวม 5 วิธีง่าย ๆ ในการลดพุง เพื่อช่วยให้คุณห่างไกลจากไขมันหน้าท้องที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ที่มาของภาพ : Getty Photography
- Author, สุมีรัน พรีท กอร์
- Position, ผู้สื่อข่าวบีบีซี
- เวลาอ่าน: 5 นาที
พวกเราหลายคนไปออกกำลังกายที่ยิมเพื่อลดไขมันหน้าท้อง ทว่า บางคนก็อาจไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก
ส่วนในบรรดาคนหนุ่มสาวที่ใส่ใจในรูปร่างหน้าตาและสุขภาพของตนเอง ไขมันที่สะสมอยู่รอบเอว ทำให้พวกเขาไม่สามารถสวมใส่เสื้อผ้าที่สบายและพอดีตัวได้อีกต่อไป
แต่ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเรื่องการสวมใส่เสื้อผ้าที่ถูกใจเท่านั้น ไขมันหน้าท้องยังสามารถเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้อีกด้วย เพราะมันสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงมากมาย เช่น ความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลืoดสูง และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคอเลสเตอรอล
ภาวะเหล่านี้เกิดจากไขมันที่สะสมอยู่บริเวณหน้าท้อง นอกจากนี้มันยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจได้อีกด้วย

ที่มาของภาพ : Getty Photography
งานวิจัยที่ตีพิมพ์โดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยว่า โปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไซโตไคน์ (Cytokines) จะถูกผลิตขึ้นในปริมาณที่มากขึ้นเมื่อมีไขมันสะสมในบริเวณหน้าท้อง โปรตีนชนิดนี้ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย
ไขมันหน้าท้องยังผลิตโปรตีนอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แองจิโอเทนซิน (angiotensin) โปรตีนชนิดนี้สามารถทำให้หลอดเลืoดตีบตันและทำให้ความดันโลหิตสูง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม โรคหอบหืด และมะเร็งบางชนิด
โดยไขมันหน้าท้องอันตรายกว่าไขมันที่สะสมในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ตามคำอธิบายของ ดร.ชิว กุมาร์ ชูดรี แพทย์โรคหัวใจ จากโรงพยาบาลฟอร์ติส เอสคอร์ทส์ ในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย
“เมื่อเซลล์ไขมันหน้าท้องแตกตัว สารพิษจำนวนมากจะถูกปล่อยออกมา สารเหล่านี้ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลืoดในหัวใจ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังนำไปสู่ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน” เขากล่าว

ที่มาของภาพ : Getty Photography
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มีหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง เช่น ปัจจัยด้านพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อายุ น้ำหนักเกิน และ ภาวะหมดประจำเดือน
วิถีชีวิตที่ไม่สมดุลและการรับประทานอาหารบางชนิดที่ไม่เพียงพอก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดไขมันบริเวณหน้าท้องเช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพบอกด้วยว่าไขมันหน้าท้องสามารถลดได้ด้วยการรับประทานอาหารที่สมดุล การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน และการมีวินัยในการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ
แล้วมีวิธีการใดบ้างที่สามารถช่วยให้เราลดไขมันบริเวณหน้าท้องได้ ?

ที่มาของภาพ : Getty Photography
1. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารก่อนเวลาเข้านอน
ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้รับประทานอาหารระหว่างสองถึงสามชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะแคลอรี่จากอาหารที่รับประทานในระหว่างวันจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน
แต่อาหารที่รับประทานในเวลากลางคืนจะไม่ทำงานในลักษณะเดียวกัน จึงทำให้แคลอรี่เหล่านั้นเริ่มสะสมในร่างกายส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น
2. รับประทานอาหารให้สมดุล
หากคุณรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง คุณจะไม่รู้สึกหิวเร็ว
โดยอาหารที่มีใยอาหารสูงจะทำให้การเคลื่อนตัวของอาหารจากกระเพาะไปยังลำไส้ช้าลง ช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น

ที่มาของภาพ : Getty Photography
การเพิ่มโปรตีนลงในอาหารของคุณจะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้นและลดความอยากอาหารได้
โปรตีนจะช่วยลดระดับฮอร์โมนเกรลิน (ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นความหิว จึงช่วยป้องกันความอยากอาหารของคุณได้
นอกจากที่โปรตีนจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแล้ว มันยังช่วยเร่งการเผาผลาญด้วยการเพิ่มความสามารถในการเผาผลาญแคลอรี่อีกด้วย
ดังนั้น คุณจึงควรเพิ่มอาหารที่มีโปรตีนสูงลงในอาหารประจำวันของคุณ เช่น ไข่ ถั่วเลนทิล นม ชีส โยเกิร์ต ปลา เนื้อไก่ และถั่วเหลือง เป็นต้น
3. หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารขัดสีที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง
อาหารจำพวกขนมปังธรรมดา มันฝรั่งทอด และขนมขบเคี้ยวรสเค็ม ซึ่งมีใยอาหารต่ำหรือมีน้อยมาก จะถูกย่อยอย่างรวดเร็วและอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลืoดพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
เมื่อระดับน้ำตาลในเลืoดผันผวนอย่างรุนแรงเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ความหิวจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงน้ำหนักตัวและโอกาสการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นด้วย

ที่มาของภาพ : Getty Photography
แทนที่จะเลือกอาหารแปรรูปเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ขนมปังโฮลวีต ขนมอบ หรือของทอดเบา ๆ ผลไม้ และถั่ว รวมถึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและแคลอรี่สูง ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่ด้วย
4.การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
หากคุณนอนหลับไม่เพียงพอ นั่นอาจส่งผลต่อฮอร์โมนความหิวและทำให้คุณอยากกินมากขึ้น
จากการวิจัยของนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในนครลอสแอนเจลิส พบว่า ฮอร์โมนเกรลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ผลิตโดยกระเพาะอาหารและกระตุ้นความหิว จะเพิ่มขึ้นเมื่อคุณภาพการนอนหลับไม่ดี
เป็นเรื่องที่กล่าวกันว่า เราควรหลีกเลี่ยงและจัดการกับความเครียด เพราะเมื่อคุณเครียดระดับของคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด จะเพิ่มขึ้นในกระแสเลืoด
นอกจากนี้ เมื่อเรามีความเครียด เราก็มักจะไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เรากิน แต่จะกินอาหารอะไรก็ได้ที่มีอยู่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเครียด
5. หมั่นออกกำลังกาย
การออกกำลังกายหรือการฝึกการใช้กำลังประเภทใดก็ตามจะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ซึ่งส่งผลให้ไขมันในร่างกายลดลง โดยเฉพาะไขมันที่สะสมอยู่รอบเอว
กิจกรรมประจำวัน เช่น การเดินเร็ว การวิ่ง การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำ หรือการฝึกโยคะ ไม่เพียงแต่ช่วยลดไขมันในร่างกาย แต่ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญอีกด้วย
การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและรักษาสุขภาพหัวใจ เมื่อไขมันหน้าท้องลดลง ความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และความเสี่ยงโรคหัวใจก็จะลดลงเช่นกัน




































