
สช. ผนึกภาคีจี้รัฐรื้อโครงสร้างผูกขาด “พลังงาน-อาหาร” สกัดทุนใหญ่เก็งกำไรซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพ พบไทยพึ่ง LNG นำเข้าพุ่ง 70% เสี่ยงค่าไฟแพง จี้บรรจุสิทธิประชาชนคืนสู่รัฐธรรมนูญเพื่อทางรอดที่ยั่งยืน
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดเวที Policy Dialogue เรื่อง “นโยบายความมั่นคงด้านพลังงาน-อาหาร-สุขภาพ: โอกาสและทางรอดของไทยในวิกฤติโลก” เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และร่วมออกแบบแนวทางพัฒนานโยบายสาธารณะที่คุ้มครองสิทธิสุขภาพประชาชน ตามธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569
เตือนค่าไฟพุ่งเหตุพึ่ง LNG นำเข้า-จี้รื้อแผน PDP
ดร.ศุภวรรณ แซ่ลิ้ม หัวหน้าโครงการนโยบายพลังงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Agora Energiewende เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านพลังงานอย่างหนัก เนื่องจากปัจจุบันพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อผลิตไฟฟ้าสูงถึง 60-70% โดยพบสถิติที่น่ากังวลว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยนำเข้า LNG เพิ่มจากไม่ถึง 5% พุ่งสูงขึ้นกว่า 30% ในปัจจุบัน และคาดว่าในปี 2030 อาจต้องนำเข้าสูงถึง 50-60% ตามสัญญาผูกมัดระยะยาว 20-25 ปี
“วิกฤตการณ์โลกทำให้ราคา LNG พุ่งสูงกว่าเท่าตัว จากเดิม 10 ดอลลาร์ เป็นกว่า 20 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและค่าครองชีพประชาชนโดยตรง รัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนแผนกำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) โดยด่วน เพื่อลดการพึ่งพาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนในประเทศ เช่น โซลาร์ ลม และชีวมวล เพื่อสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน” ดร.ศุภวรรณ ระบุ
ชำแหละขบวนการเก็งกำไร ‘อาหาร-ปุ๋ย’ ทุนใหญ่กำไรพุ่ง 600%
ด้าน นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี กล่าวถึงวิกฤตด้านอาหารว่า ราคาปุ๋ยยูเรียพุ่งจากกระสอบละ 800 บาท เป็น 1,200 บาท ส่วนหนึ่งมาจากขบวนการเก็งกำไรของอุตสาหกรรมเกษตรยักษ์ใหญ่ โดยพบข้อมูลว่าในขณะที่เกษตรกรและผู้บริโภคแบกรับภาระหนัก แต่บริษัทปุ๋ยบางแห่งกลับมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 600%
“ประเทศไทยใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็นถึง 38.8% แต่กลับมีสต็อกปุ๋ยเพียง 25% ของความต้องการใช้จริง รัฐบาลต้องเร่งคุ้มครองประชาชนสกัดการแสวงหาผลประโยชน์เกินควร และต้องผลักดันเกษตรกรรมยั่งยืนให้เป็นรูปธรรมมากกว่า 5% ของพื้นที่ทั้งหมด หากเรานำมูลสัตว์ในประเทศมาผลิตปุ๋ยเอง จะสามารถทดแทนการนำเข้าได้มูลค่านับ 8-9 หมื่นล้านบาท” นายวิฑูรย์ กล่าว
ชี้รัฐธรรมนูญ 60 ทำสิทธิหาย-ทุนผูกขาดขวาง ‘ประชาธิปไตยพลังงาน’
นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างว่า ระบบพลังงานไทยถูกล็อคด้วยสัญญาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) ถึง 40% ทำให้รัฐขาดอำนาจต่อรองเมื่อเกิดวิกฤต ประกอบกับบทบาทของ กฟผ. ที่เป็นผู้ซื้อรายเดียว ขวางกั้นการเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภค (Prosumer) ของภาคประชาชน
นายนรเศรษฐ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ตัดสิทธิสำคัญหลายประการออกไป เช่น สิทธิชุมชน สิทธิเกษตรกร และสิทธิพลังงาน ทำให้ประชาชนขาด “หลังพิง” ทางกฎหมายในการเรียกร้องความเป็นธรรม ดังนั้นการคืนสิทธิเหล่านี้ลงในกฎหมายสูงสุดจึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อจำกัดอำนาจรัฐและคุ้มครองผลประโยชน์ประชาชนจากกลุ่มทุนผูกขาด
แนะสร้างภูมิคุ้มกัน ‘ยา-อาหาร’ พึ่งพาตนเอง
ขณะที่ ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ ระบุว่า ประเทศไทยนำเข้าวัตถุดิบยาสูงถึง 80% ทางรอดเดียวคือการฟื้นฟูองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทยเพื่อพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะการส่งเสริมสมุนไพรในครัวเรือนเพื่อรักษาโรคพื้นฐาน (NCDs) และการออกแบบระบบอาหารคนเมืองที่ลดการพึ่งพาสายพานการผลิต (Supply Chain) ที่เปราะบางต่อวิกฤตโลก













