
‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ' ถก ‘กกร.-ทีม Zero Corruption’ ร่วมแก้ปัญหาทุจริต ดันปรับปรุงกม.เอาผิด ‘นิติบุคคล' ติดสินบน พร้อมเร่งแก้ ‘พ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ’ เพิ่มฐานความผิด ‘ให้สินบน’ เจ้าหน้าที่รัฐของต่างประเทศ รองรับการเข้าเป็นสมาชิก OECD
……………………………
เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) ประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของประเทศ ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.): คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน เพื่อบูรณาการความร่วมมือต่อต้านการทุจริตระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยมีนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นประธานประชุม
นายสุชาติ กล่าวว่า สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เน้นการทำงานเชิงรุกด้านการป้องกัน มากกว่าการปราบปราม เพราะการปราบปรามคือการแก้ที่ปลายเหตุ ซึ่งการหารือในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นความร่วมมือที่ดีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาการทุจริตต่อไป
สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ระบุว่า ที่ผ่านมา สำนักงานฯร่วมกับภาคเอกชนขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญด้านการป้องกันและปราบปรามทุจริต และผลักดันประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD โดยมีการปรับปรุงฐานความผิดเรื่องการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ และฐานความผิดสำหรับนิติบุคคล ตามมาตรา 176 ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
โดยปัจจุบัน สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ อยู่ระหว่างแก้ไขปรับปรุงกฎหมายมาตรา 176 โดย OECD ได้ให้ความช่วยเหลือในการให้ข้อแนะนำและแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีในเรื่องดังกล่าวกับสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายเรื่องการชะลอการดำเนินคดีอาญาในชั้นไต่สวนสำหรับนิติบุคคล ซึ่งเป็นกลไกการยุติคดี โดยไม่ต้องใช้กระบวนการในชั้นศาล (non-trial resolutions) ประเภทหนึ่งตามหลักการสากล กฎหมายดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือในการดำเนินคดีกับนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความผิดในที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามปกติ
สำหรับผลการประชุมหารือครั้งนี้ คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ได้สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนที่ตื่นตัวและขับเคลื่อนการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง และเสนอแนวทางความร่วมมือ ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย
-การสนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายและมาตรการเอาผิดนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการติดสินบนรวมถึงการใช้มาตรการผ่อนผันโทษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย
-การร่วมสร้างสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล และไม่พึ่งพาการให้สินบน
-การสนับสนุนการทำงานเชิงรุกของสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เช่น ศูนย์ CDC ศูนย์ร้องเรียนของเอกชนผ่านระบบ “แช็ตฟ้องโกงทันใจ – Corruption Look” เพื่อให้การตอบสนองต่อข้อร้องเรียนเป็นไปอย่างรวดเร็วและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักลงทุน
-การติดตามความคืบหน้าคดีทุจริตและเสนอให้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินคดี (Timeframe) ที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
“การประชุมเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของประเทศครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการความร่วมมือกันของภาครัฐและภาคเอกชนของการยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศไทย เพราะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันไม่สามารถแก้ไขได้โดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว” สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติระบุ
อ่านประกอบ :
เปิดรับฟังฯ‘หลักการ’แก้‘กม.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ’ ชงเพิ่มฐานความผิดให้‘สินบน’เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ













