
6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีที่นายอับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตจากเตหะราน ได้เดินทางเยือนจีน ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยการเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ของ ‘อารักชี' เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทางการทูต เพื่อหาทางยุติสงคราม
อีกด้านนายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนแจ้งโดยตรงต่อรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน นายอับบาส อารักชี ซึ่งเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ว่าการก่อความไม่สงบในช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่องจะทำให้เตหะราน “ถูกปล่อยโดดเดี่ยวในระดับโลก”
นายมาร์โก รูบิโอ กล่าวว่า ผมหวังว่าจีนจะบอกเขาในสิ่งที่เขาจำเป็นต้องรู้ และนั่นก็คือสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ในช่องแคบนั้นกำลังทำให้คุณถูกปล่อยให้โดดเดี่ยวในระดับโลก คุณเป็นฝ่ายผิดในเรื่องนี้ พวกคุณไม่ควรsะเบิดเรือ คุณไม่ควรวางทุ่นsะเบิด พร้อมกล่าวหาอิหร่านว่า “พยายามควบคุมเศรษฐกิจโลก”
การเยือนจีนของ อารักชี เกิดขึ้นก่อนการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสัปดาห์หน้า จากมุมมองด้านการค้า รูบิโอ แย้งว่า จีนและสหรัฐฯ ต่างได้รับประโยชน์ร่วมกันจากการหยุดยั้งอิหร่าน
“เห็นได้ชัดว่าจีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยการส่งออก นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องพึ่งพาประเทศอื่นๆ ในการซื้อสินค้าจากพวกเขา คุณไม่สามารถซื้อสินค้าจากพวกเขาได้หากคุณไม่สามารถขนส่งสินค้าไปที่นั่นได้ และคุณไม่สามารถซื้อสินค้าจากพวกเขาได้หากเศรษฐกิจของคุณกำลังถูกทำลายจากการกระทำของอิหร่าน การที่อิหร่านหยุดปิดช่องแคบเป็นผลดีต่อจีนเช่นกัน เพราะมันกำลังสร้างความเสียหายให้กับจีน” รูบิโอ กล่าว
แม้ว่า รูบิโอ จะขอให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เป็นผู้ตอบคำถามเกี่ยวกับการคว่ำบาตร แต่เขาก็เตือนว่าจีนจะต้องรับผลที่ตามมาหากเพิกเฉยต่อมาตรการเหล่านั้น











