
อนุทิน รุดดูจุดเกิดเหตุ สั่งดูแลผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตเต็มที่ ด้านขสมก.จ่ายเยียวยาสูงสุด 1.5 ล้านบาท/คน รับรถเมล์จอดคล่อมทางรถไฟ เพราะจราจรติดขัด ‘รถไฟ’ กางผลกระทบกับรถสินค้า 6 ขบวน พร้อมเยียวยาสูงสุด
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 22.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณทางรถไฟมักกะสัน หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเดินทางถึงจุดเกิดเหตุในเวลา 21.57 น. เพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด
ภายหลังเดินทางถึงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีได้ลงสำรวจจุดเกิดเหตุ พร้อมรับฟังรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายคมนาคม ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และเร่งกำชับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นายอนุทินกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเต็มกำลัง ต้องไม่ให้เกิดการสูญเสียเพิ่มเติม โดยได้กำชับหน่วยพยาบาลและหน่วยกู้ภัยให้ดูแลผู้บาดเจ็บทุกรายอย่างดีที่สุด
นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า สำหรับผู้เสียชีวิต ต้องเร่งดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์และส่งร่างคืนให้ครอบครัวโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ญาติสามารถนำไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเยียวยาทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเหมาะสมและทั่วถึง
ส่วนประเด็นสาเหตุของอุบัติเหตุ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องเร่งตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่องการจอดคร่อมทางรถไฟ ระบบแจ้งเตือน และมาตรการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งต้องหาคำตอบให้ชัดเจนว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นในครั้งนี้
นายอนุทินย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการติดตามเหตุการณ์ แต่เป็นการเข้ามาดูแลความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือ เยียวยา และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้สูญเสีย และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต
ด้านนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า จากรายงานเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตภายในรถโดยสารประจำทาง จำนวน 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 25 ราย ในฐานะ ผู้อำนวยการขสมก. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับเหตุการณ์ ที่บริเวณทางรถไฟมักกะสัน แยกอโศก ทางขสมก. จะเร่งรัดดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าวให้อย่างดีที่สุด ทั้งในด้านกฎหมาย และมนุษยธรรม สำหรับผู้ที่เสียชีวิตบนรถเมล์ เบื้องต้นได้มีการทำประกันภัย ประกันอุบัติเหตุไว้ โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาสูงสุดรายละ 1.5 ล้านบาท และ ขสมก. จะจ่ายสมทบให้อีกรายละ 3-5 หมื่นบาท บางส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก็จะต้องพิจารณาตามค่าใช้จ่ายค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริง
ส่วนกรณีที่รถเมล์จอดติดไฟแดงในลักษณะคร่อมทางรถไฟ เนื่องจากมีรถติดต่อเนื่องเป็นระยะทางยาว ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยทำให้รถเมล์ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ ในขณะที่รถไฟได้ผ่านเข้ามาพุ่งชนจนทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง
ขณะที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประชาสัมพันธ์ว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของการรถไฟฯ ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เกิดเหตุทันที โดยได้ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย (ดับเพลิง) และหน่วยกู้ภัยในการเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ พร้อมทั้งเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างสุดความสามารถ
ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเดินรถ ดังนี้
1. ขบวนรถธรรมดาที่ 277 กรุงเทพ (หัวลำโพง) – กบินทร์บุรี ถึงสถานีมักกะสัน เวลา 15.44 น. ตามเวลา รอเปิดทาง
2. ขบวนรถชานเมืองที่ 379 กรุงเทพ (หัวลำโพง) – ชุมทางฉะเชิงเทรา กำหนดออกจากกรุงเทพ เวลา 16.35 น. รอเปิดทาง
3. ขบวนรถพิเศษชานเมืองที่ 391 กรุงเทพ (หัวลำโพง) – ชุมทางฉะเชิงเทรา กำหนดออกจากกรุงเทพ เวลา 16.55 น. รอเปิดทาง
4. ขบวนรถธรรมดาที่ 282 กบินทร์บุรี – กรุงเทพ (หัวลำโพง) ถึงสถานีหัวหมาก เวลา 16.38 น. ช้า 6 นาที รอเปิดทาง
5. ขบวนรถธรรมดาที่ 284 จุกเสม็ด – กรุงเทพ (หัวลำโพง) ถึงสถานีหัวหมาก เวลา 17.36 น. ตามเวลา รอเปิดทาง
6.ขบวนรถชานเมืองที่ 371 กรุงเทพ (หัวลำโพง) – ปราจีนบุรี กำหนดออกจากกรุงเทพ 17.40 น. รอเปิดทาง
จากผลกระทบของเหตุการณ์ดังกล่าว อาจมีความจำเป็นต้องดำเนินการขนถ่ายผู้โดยสารในบางขบวน โดยประสานความร่วมมือกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถโดยสารรับส่งผู้โดยสารจากสถานีกรุงเทพ ไปยังสถานีหัวหมาก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางต่อไปยังปลายทาง โดยเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ จะดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการ
ขณะนี้ ศูนย์ความปลอดภัย การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน บัญชาการเหตุการณ์ และติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของอุบัติเหตุ สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ รวมถึงการประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ การรถไฟฯ พร้อมที่จะให้การดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามมาตรการสูงสุด
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการเดินรถในบางขบวน และอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการให้บริการ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบเวลาเดินรถและติดตามตำแหน่งขบวนรถแบบเรียลไทม์ได้ที่ https://ttsview.railway.co.th/v3 และสามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อศูนย์ความปลอดภัย การรถไฟแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0 2272 5068 และ 09 7070 1978 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
@หาสาเหตุอุบัติเหตุ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ติดตามอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 12-5641 กรุงเทพมหานคร รวมถึงรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของผู้สัญจรบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้โดยมีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับอาการบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิด บริเวณสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้เท่าที่ได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเพื่อที่จะยืนยันผู้เสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บมีประมาณ 32 คน กระจายอยู่บริเวณโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้ที่เรายืนยันได้คือ 8 ชีวิตซึ่งเสียชีวิตอยู่ในรถเมล์ เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บมีหลายกรณี บางกรณีกู้ภัยนำคนเจ็บไปส่งรพ. บางกรณีมีประชาชนพบเห็นและนำไปส่งโรงพยาบาล ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่าผู้บาดเจ็บทั้งหมดอยู่ในรถโดยสาร
เมื่อถามว่าทำไมไม้กั้นไม่ตีลงมา นายสิริพงศ์ กล่าวว่า โดยปกติไม้กั้นจะตีลงมา เมื่อไม้กั้นตีลงมาแล้วก็จะมีการให้สัญญาณรถจึงผ่านได้ หากไม้กั้นไม่ลงมาสัญญาณไม่ให้รถก็จะไม่สามารถผ่านได้ อย่างไรก็ดี ในกรณีนี้เราเห็นว่าไม้กั้นไม่สามารถพาดลงมาได้ ส่วนสาเหตุที่รถไฟเบรกไม่ทันเป็นเพราะอะไร ตอนนี้เราจะให้รฟท.เอากล่องดำไปดู ไปดูพฤติกรรมคนขับ เดี๋ยวตรงนี้สาเหตุก็จะทราบในภายหลัง
@นายกฯสั่งดูแลผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต
เวลา 17.00 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับรายงานเหตุรถไฟบรรทุกตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ชนกับรถโดยสารประจำทาง จนเกิดเพลิงลุกไหม้ บริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต อำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาล และตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แล้ว ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้บาดเจ็บ โดยสั่งการให้โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และโรงพยาบาลราชวิถี เตรียมศักยภาพรองรับทั้งห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้อง ICU และ Burn Unit พร้อมสำรองโลหิตอย่างเพียงพอ
เบื้องต้น โรงพยาบาลราชวิถีรับผู้บาดเจ็บอาการสีแดง 2 ราย และสีเหลือง 5 ราย ส่วนกรมสุขภาพจิตขอความร่วมมือประชาชนงดเผยแพร่หรือแชร์ภาพผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.35 น. เป็นกรณีที่ขบวนรถสินค้าที่ 2126 แหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถประจำทาง สาย 206 ที่จอดคร่อมทางรถไฟเนื่องจากติดสัญญาณไฟแดงแยกอโศก-เพชรบุรี บริเวณทางผ่านเสมอระดับแยกอโศก-ดินแดง (ช่วงระหว่างสถานีคลองตัน – สถานีมักกะสัน) ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงและมีเพลิงไหม้ลุกลามบริเวณจุดเกิดเหตุ จากรายงานเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตจำนวน 8 รายภายในรถโดยสารประจำทาง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 25 ราย โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งให้ความช่วยเหลือและนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล
@ปิดสถานีมักกะสันชั่วคราว
สำหรับผลกระทบต่อระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) มักกะสัน ซึ่งอยู่เหนือจุดเกิดเหตุนั้น ได้รับผลกระทบจากกลุ่มควันเพลิงไหม้ลอยตัวขึ้นมาปกคลุมชานชาลา เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร จึงได้มีการปิดสถานีมักกะสันชั่วคราวและให้ขบวนรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน โดยไม่จอด (Skip) ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะสามารถควบคุมเพลิงด้านล่างได้สำเร็จ และระบบรถไฟฟ้า ARL ได้กลับมาเปิดให้บริการสถานีมักกะสันตามปกติในเวลา 16.35 น.
ด้าน นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ได้นำทีมเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง สั่งการอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ พร้อมทั้งกำชับสั่งการให้ รฟท. อำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ ในการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวด โดยให้ รฟท. ร่วมกับ ขร. เร่งสอบสวนอุบัติเหตุ (Accident Investigation) และตรวจสอบหาข้อเท็จจริงของการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางผ่านเสมอระดับ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างเร่งด่วนที่สุด
กระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางราง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัย ดับเพลิง ตำรวจ และผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนที่สามารถระงับเหตุและให้การช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ จะพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยระบบขนส่งทางรางให้มีความรัดกุมสูงสุด เพื่อให้การเดินทางด้วยระบบรางเป็นไปอย่างมั่นคงและปลอดภัยในระยะยาว
















