แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/0we7jr 📋 | ดู : 10 ครั้ง
การนับถอยหลังวันหมดอายุความของคดีสลายชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไต

การนับถอยหลังวันหมดอายุความของคดีสลายชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) หรือคนเสื้อแดงเมื่อ เม.ย.-พ.ค. 2553 เดินมาถึงปีที่ 16 แล้วและอีกเพียง 4 ปีคดีก็จะหมดอายุความ และด้วยความเชื่องช้าที่ไม่เห็นความคืบหน้าทางคดีมา 12 ปีนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.2557

แม้ภายหลังรัฐประหารจะมีกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่บ้าง อย่างการเกี่ยงโยนกันไปมาระหว่างศาลยุติธรรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช. ) และศาลทหาร แต่คงไม่สามารถนับเรื่องเหล่านี้ได้ว่าเป็นความคืบหน้าอะไร เพราะสำนวนคดีก็แทบจะอยู่ที่เดิมคือการโยนรับส่งไปมาระหว่างอัยการกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ที่ถูกใส่เข้ามาตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ให้คดีที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นอยู่ในการสืบสวนสอบสวนของ DSI แทนตำรวจท้องที่

เท่าที่ปรากฏจากคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้คืออัยการก็โยนกลับให้ DSI ไป “สืบสวน” ใหม่อีกรอบ จนน่าสงสัยว่ากว่าจะถึงวันนี้สถานที่เกิดเหตุพยานวัตถุยังเหลือสภาพคงเดิม หรือพยานบุคคลยังมีชีวิตอยู่ให้ตามมาขึ้นศาลได้สักกี่มากน้อย

“คดีนี้มันเป็นคดีเกี่ยวกับการเมืองอยู่แล้ว เราปฏิเสธไม่ได้เพราะมันมาจากการชุมนุมทางการเมือง มีการสลายการชุมนุมมีคำสั่งใช้กำลังมันก็มาจากการเมืองอยู่แล้ว ซึ่งมันก็ปรากฏร่องรอยอย่างชัดเจนว่าฝ่ายที่มีอำนาจในขณะนั้น รวมถึงฝ่ายทหารเองก็ไม่อยากให้มีการรื้อฟื้นเรื่องนี้ รื้อฟื้นมามันก็ชัดเจนเพราะข้อเท็จจริงปรากฏในการไต่สวนการเสียชีวิตของศาลว่าเกิดจากการกระทำของใคร”

โฆษณา – Promoting

โชคชัย อ่างแก้ว 1 ในทีมทนายความที่รวมกลุ่มกันหลวมๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิตในการติดตามคดีและเข้าไปเป็นทนายความในคดีไต่สวนการเสียชีวิตหลายคดี มองว่าคดีของผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมเมื่อปี 2553 จะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐเพราะกฎหมายก็กำหนดไว้

“ก็เหมือนกับแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย” เป็นความเห็นของเขาในฐานะทนายความ

ทั้งที่คดีผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐเพราะกฎหมายก็กำหนดไว้แล้วทั้งการไต่สวนการเสียชีวิตซึ่งก็มีการดำเนินการไปได้ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอีก ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ก็เป็นหน้าที่ของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่จะต้องทำการไต่สวน แต่ก็ไม่มี หรือประชาชนจะฟ้องนักการเมืองเองตามกฎหมายก็ทำไม่ได้ หรือคดีที่ส่งไปศาลทหารเช่นกรณี 6 ศwวัดปทุมฯ เมื่ออัยการทหารสั่งไม่ฟ้องประชาชนก็ฟ้องเองไม่ได้ ทำให้ไม่เห็นช่องทางว่าคดีจะไปช่องทางไหนได้อีก

แล้วตอนนี้คดีหยุดอยู่ตรงไหน?

เมื่อสัปดาห์ก่อน (11พ.ค. 2569)  พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพิ่งออกมาชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาตามกระทู้ถามของเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.กลุ่มสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับการสลายชุมนุม ว่าขณะนี้ทางกระทรวงตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการกลางเพื่อการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553” เพื่อรับผิดชอบสืบสวนสอบสวน และเร่งรัดคดีเหล่านี้โดยเฉพาะ ป้องกันไม่ให้คดีขาดอายุความ

โฆษณา – Promoting

ส่วนจำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวมีทั้งหมด 383 คดี แบ่งเป็นกลุ่มทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ

  1. คดีก่อการร้าย 156 คดี
  2. คดีข่มขู่บังคับรัฐบาล 25 คดี
  3. คดีทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ 181 คดี และ
  4. คดีกระทำต่อยุทธภัณฑ์ของทางราชการ 21 คดี

รมว.ยุติธรรมกล่าวถึงคดีในข้อ 3 ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีความเห็นควรสั่งฟ้อง และดำเนินการตามกฎหมาย จำนวน 13 คดี ปัจจุบันแบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. คดีทำร้ายร่างกาย 2 คดี เหตุเกิดที่สน.ลุมพินี ตำรวจสั่งฟ้องผู้ต้องหาและออกหมายจับ แต่จับกุมไม่ได้จนคดีขาดอายุความ
  2. คดีฆ่-าและพยายามฆ่-า 6 คดีเหตุเกิดที่ BTS ศาลาแดงและหน้าตึกอื้อจื่อเหลียง ถนนพระราม 4 ศาลยกฟ้องจำเลย 6 คน เพราะพยานหลักฐานไม่พอ
  3. คดีที่ DSI ฟ้องอภิสิทธิ์และสุเทพที่ ศาลฎีกายกฟ้องเพราะเห็นว่าเป็นคดีทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการจึงอยู่ภายใต้การไต่สวนของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งต่อมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติก็พิจารณาแล้วยกคำร้องแล้วให้ DSI ดำเนินการหาตัวคนร้าย 3 คดี แต่ปัจจุบัน DSI งดสอบสวนแล้วเพราะไม่พบตัวผู้กระทำความผิด และอัยการให้งดสอบสวนแล้วให้สืบสวนหาผู้กระทำความผิดมาให้ทันอายุความ
  4. คดี 6 ศwวัดปทุมฯ อัยการทหารสั่งไม่ฟ้อง
  5. คดีพยายามฆ่-าโดยทำให้เกิดsะเบิด กรณียิv M79 ใส่ สน.ลุมพินี อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง 1 คดี

จะเห็นว่าในคำชี้แจงของ รมว.ยุติธรรมก็ไม่ได้ตอบชัดเจนว่าคดีเกี่ยวกับการเสียชีวิตทั้งหมดหยุดอยู่ตรงไหนกันแน่

ธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ นปช. ที่ปัจจุบันได้ร่วมกับนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ตั้งคณะประชาชนทวงคืนความยุติธรรม (คปช. fifty three) เพื่อมาติดตามทวงถามความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมโดยไปติดตามทั้งที่กระทรวงยุติธรรม DSI รวมถึงสภาผู้แทนราษฎรทั้งคณะกรรมาธิการทหารและคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.กฎหมายฯ)

ธิดาได้ให้เอกสารของกองคดีความมั่นคงของ DSI ที่เคยทำเอกสารชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ เมื่อตุลาคมปี 2567 แก่ผู้สื่อข่าว โดยเอกสารระบุถึงผู้เสียชีวิตที่อยู่ในความรับผิดชอบของ DSI จำนวน 89 ราย พนักงานสอบสวนของตำรวจท้องที่ ทำการชันสูตรพลิกศwแล้วทุกราย(ดูรายชื่อในล้อมกรอบท้ายรายงาน) ประกอบด้วย

  1. ชันสูตรพลิกศwตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) มาตรา 150 วรรคแรก ซึ่งเป็นการชันสูตรพลิกศwหาสาเหตุการเสียชีวิตกรณีเสียชีวิตผิดธรรมชาติ(เช่น ฆ่-าตัวเสียชีวิต ผู้อื่นทำให้เสียชีวิต) ที่ทุกศwจากการสลายชุมนุมผ่านขั้นตอนนี้ โดยมี 58 ศwที่ผ่านเพียงขั้นตอนชันสูตร และ DSI ได้ดำเนินการต่อดังนี้
    1. งดการสอบสวน 40 ศw
    2. สั่งไม่ฟ้อง 9 ศw
    3. สั่งไม่ฟ้องเนื่องจากผู้ต้องหาถึงแก่ความเสียชีวิต 2 ศw
    4. สั่งฟ้อง 7 ศw และเป็นคดีที่ศาลยกฟ้อง ซึ่งเมื่อดูรายชื่อผู้เสียชีวิต 7 รายที่ DSI สั่งฟ้องก็จะพบว่าแบ่งได้เป็น 3 กรณี
      1. กรณีของเจ้าหน้าที่ทหารที่เสียชีวิตจากsะเบิดขว้างชนิด M67 หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ 5 ราย โดยเป็นคดีที่รู้จักกันในชื่อ “คดีชายชุดดำ” มีจำเลยที่ถูกฟ้องในคดีนี้ 5 คน แต่ภายหลังศาลยกฟ้องจำเลยเหล่านี้ไปเนื่องจากพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ไม่น่าเชื่อถือและเป็นการฟ้องซ้อนในคดีครอบครองอาวุธที่ศาลยกฟ้องไปแล้ว
      2. กิตติพงษ์ สมสุข ผู้ชุมนุม นปช.ที่พบศwในห้างเซนทรัลเวิลด์พบว่าเป็นการขาดอากาศหายใจจากเหตุไฟไหม้ ทั้งนี้จำเลยในคดีนี้ปรากฎว่าฝ่ายโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยในคดีเป็นผู้เผาห้างจึงลงโทษจำเลยในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินจากการเข้าร่วมชุมนุม 1 ราย และยกฟ้องอีก 3 ราย(เป็นเยาวชน 2 ราย)
      3. ธัญนันท์ แถบทอง ผู้เสียชีวิตจากเหตุsะเบิดที่ถนนสีลมเมื่อ 22 เม.ย.2553 ( กรณีนี้ผู้เขียนสืบค้นข่าวไม่พบรายงานข่าวเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดีนี้)
  2. กรณีผู้เสียชีวิตที่ทาง DSI ชี้ว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐจึงได้ดำเนินการต่อตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรค 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนทางกฎหมายในกรณีเกิดจากเจ้าพนักงาน(ทหาร ตำรวจ ฯลฯ) อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ ที่จะต้องดำเนินการ “ไต่สวนการเสียชีวิต” ในชั้นศาล กรณีนี้มีจำนวน 31 ศw ทาง DSI ได้ดำเนินการต่อดังนี้
    1. งดการสอบสวน 25 ศw
    2. สั่งไม่ฟ้อง ส่งอัยการทหาร จำนวน 6 ศw คือ กรณีผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ทาง DSI มีความเห็นสั่งฟ้องไปที่อัยการศาลทหาร แต่อัยการศาลทหารเห็นว่าคดีไม่ปรากฏว่ามีประจักษ์พยาน

แต่หากถามว่ามีเคสใดที่ผ่านการชันสูตรพลิกศwตามข้อ 1 แล้วยังมีหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่ยังมีอีกหรือไม่นั้น ก็ยังมีอีกเช่น

  1. กรณีของเสน่ห์ นิลเหลือง ที่ถูกยิvที่ถนนพระราม 4 ในบ่ายวันที่ 14 พ.ค.2553 ซึ่งเกิดขึ้นขณะทหารผลักดันแนวจากบริเวณสวนลุมพินีไปทางบ่อนไก่แล้วมีช่างภาพต่างประเทศที่สามารถถ่ายจากแนวหลังทหารเห็นทหารที่เล็งปืนไปทางผู้ชุมนุมและเห็นขณะเสน่ห์ล้มลงไป
  2. สมาพันธ์ ศรีเทพ และสุภชีพ จุลทัศน์ ที่ถูกยิvเสียชีวิตในเวลาใกล้เคียงกันที่ถนนราชปรารภช่วงเช้าวันที่ 15 พ.ค.2553 ขณะที่พวกเขาหมอบโดยหันหน้าไปทางแนวด่านทหารบนถนนเส้นนั้น โดยปรากฏทั้งภาพเหตุการณ์ พยานในที่เกิดเหตุและผลชันสูตรศwที่เมื่อประกอบกันแล้วสามารถสันนิษฐานว่ากระสุนมาจากทิศทางที่ทหารอยู่

การเสียชีวิตของ 3 คนในกรณีตัวอย่างเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์และแวดล้อมใกล้เคียงกับ 31 คดีที่ DSI ทำสำนวนเป็นคดีไต่สวนการเสียชีวิตในศาลเพราะยังมีคนอื่นอีกเช่นกลุ่มที่เสียชีวิตในคืนวันที่ 14 พ.ค.บนถนนราชปรารภฝั่งใกล้ดินแดงที่ 1 ในนั้นคือ บุญทิ้ง ปานศิลา ที่เป็นอาสากู้ชีพที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ และมีภาพคลิปวิดีโอปรากฏช่วงเวลาที่เขาถูกยิvว่าหันหน้าไปทางแนวทหารประกอบกับทิศทางของบาดแผลที่ชี้ไปในทางเดียวกัน เป็นต้น

แต่เราอาจบอกได้ว่าคดีเหล่านี้ไม่เคยมีความคืบหน้ามาตลอดหลายปี เมื่อดูจากเอกสารชี้แจงของ DSI เองที่ระบุว่าดำเนินการไปเพียงการชันสูตรพลิกศwตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรคแรกก่อนที่อัยการจะสั่งงดการสอบสวนแล้วให้ไปสืบสวนมาใหม่

เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้ การจะกลับไปสืบสวนใหม่นั้นเป็นไปได้จริงแค่ไหน? เพราะสภาพที่เกิดเหตุหลายแห่งก็ไม่เหลือเค้าเดิมเช่น ย่านบ่อนไก่บนถนนพระราม 4 กลายเป็นห้างหรูที่เพิ่งเปิดไม่กี่ปีนี้ หรือพยานบุคคลยังสามารถติดตามตัวมาเป็นพยานได้หรือไม่ก็คงมีแต่เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนที่จะตอบเรื่องนี้ได้ เพราะขนาดญาติผู้เสียชีวิตที่รอความยุติธรรมของคนในครอบครัวก็ยังทยอยเสียชีวิตตามกันไปแล้ว เช่น น้องสาวของฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพข่าวชาวอิตาลี ที่บินข้ามทวีปจากอิตาลีมาติดตามคดีพี่ชายด้วยตัวเองอยู่หลายปีก่อนเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อเมษายนปี 2557

อดีตผู้บริหารศาลแย้ง คดีอภิสิทธิ์-สุเทพ ข้อหาทำคนเสียชีวิตเป็นคดีในศาลอาญา

สำหรับคนที่ติดตามเรื่องนี้มาบ้างหรืออาจจะคุ้นๆ เพราะเพิ่งเป็นประเด็นร้อนเมื่อปลายปีที่แล้วจากกรณี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่า ศาลยกฟ้องเขาและสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ของเขาทั้งในชั้นต้น-อุทธรณ์-ฎีกา จากการที่พวกเขาเกี่ยวข้องกับการสลายชุมนุม ในฐานะที่อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้นและเป็นสั่งตั้ง ศอฉ. ขึ้นมา ส่วนสุเทพที่เป็นรองนายกฯ นั่งเป็นหัวหน้า ศอฉ.ช่วงสลายการชุมนุมที่ถนนราชดำเนินวันที่ 10 เม.ย.ก่อนส่งต่อให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกในเวลานั้นมารับช่วงต่อก่อนนำไปสู่การสลายชุมนุมรอบสองที่แยกราชประสงค์ช่วงวันที่ 13-19 พ.ค.

แต่ถ้าการยกฟ้องนั้นเกิดขึ้นจากการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์คงไม่มีใครโต้แย้ง เพราะในความเป็นจริงคือ เหตุที่ศาลยุติธรรมมีคำพิพากษายกฟ้องนั้นเกิดจากประเด็นอำนาจพิจารณาคดีของศาลเท่านั้น

ในตอนที่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นออกมาเมื่อ 28 ส.ค.2557 ศาลอ้างว่า คดีนี้ไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจพิพากษาของศาลยุติธรรม แต่เป็นคดีในเขตอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองฯ) เพราะเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งจะต้องเป็นองค์กรอิสระอย่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นผู้พิจารณาไต่สวนว่ามีมูลให้ส่งคดีต่อศาลหรือไม่

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นน่าสนใจอยู่ว่า ในตอนที่คดีของอภิสิทธิ์และสุเทพยังอยู่ในศาลชั้นต้น ฝ่ายบริหารศาลระดับอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา(ศาลชั้นต้น) กลับมีความเห็นแย้งประกบมากับคำพิพากษาของศาลอาญาในคดีดังกล่าวและมีคำสั่งให้ศาลอาญามีอำนาจพิจารณาคดีนี้ต่อ พร้อมกับให้ผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างสมร ไหมทอง และครอบครัวของพัน คำกอง ผู้เสียชีวิตที่ใต้สถานีแอร์พอร์ตลิงก์ราชปรารภในคืนวันที่ 14 พ.ค.2553 ที่เป็นคดีแรกๆ ที่ศาลอาญามีคำสั่งในคดีไต่สวนการเสียชีวิตว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่ทหารได้เป็นโจทก์ร่วมในคดีต่อไป

ธงชัย เสนามนตรี ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในเวลานั้น ดำเนินการทำความเห็นแย้งนี้ไปตามอำนาจหน้าที่ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 11 (1) ถึงผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีในศาลชั้นต้น

ธงชัยให้เหตุผลในคำโต้แย้งว่า ทั้งการเสียชีวิตของพัน คำกอง และการบาดเจ็บของสมร ไหมทอง เป็นคดีที่ตั้งเรื่องฟ้องมาเป็นความผิดทางอาญาในฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่-าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่-าผู้อื่นโดยเจตนา อีกทั้งการเสียชีวิตของพัน คำกอง ยังผ่านขั้นตอนไต่สวนการเสียชีวิตมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150 ที่กำหนดให้เมื่อศาลพิจารณาออกคำสั่งไต่สวนการเสียชีวิตมาแล้วจะต้องให้อัยการเจ้าของสำนวนส่งต่อใให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อซึ่งพนักงานสอบสวนในกณีนี้ก็คือ DSI  เพื่อสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป

อีกทั้งยังเห็นว่า ศาลในคดีไต่สวนการเสียชีวิตของพัน คำกองยังชี้ว่าทหารใช้อาวุธสงครามยิv ดีเอสไอจึงมีความเห็นสั่งสมควรสั่งฟ้องอภิสิทธิ์และสุเทพ และอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องข้อหาฆาตกรรม เนื่องจากพัน คำกอง ถูกเจ้าหน้าที่ทหารที่อ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ฆ่-าเสียชีวิตตามผลไต่สวนฯ และอัยการเจ้าของสำนวนยังระบุในคำฟ้องว่า สุเทพมีคำสั่งอนุมัติใช้อาวุธและกระสุนจริงรวมถึงพลแม่นปืน ทำให้เห็นมีเจตนาเล็งเห็นผลว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่จะใช้อาวุธสงครามยิvประชาชนได้ การกระทำของอภิสิทธิ์และสุเทพจึงอยู่นอกเหนือหน้าที่ตามตำแหน่งราชการ

อัยการเจ้าของสำนวนในฐานะโจทก์จึงฟ้องและขอให้ศาลลงโทษทั้งสองคนข้อหาฆ่-าคนเสียชีวิต โดยไม่ได้ขอให้ลงโทษในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และฐานความผิดฐานฆ่-าคนเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการเนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดินที่พนักงานสอบสวนและอัยการต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว

“จากการไต่สวนชันสูตรพลิกศwแล้วฟ้งข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าเจ้าพนักงานเป็นผู้ใช้อาวุธปืนสงครามยิvผู้เสียชีวิตโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ก่อหรือใช้ให้กระทำความผิดจึงเป็นความผิดคนละฐานแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หากคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเห็นว่าความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการไม่มีมูลก็ย่อมทำให้ความผิดฐานก่อหรือใช้ให้ฆ่-าผู้อื่นยุติไปด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทำหน้าที่เป็นศาลในเวลาเดียวกันไปด้วย ซึ่งหาใช่ความมุ่งหมายของมาตรา 66 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ดังกล่าวไม่” ธงชัยระบุในความเห็นแย้งดังกล่าว

อดีตอธิบดีผู้พิพากษายังเห็นว่า หากเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลเท่ากับเป็นการตัดสิทธิไม่ให้ผู้เสียหายฟ้องดำเนินคดีข้อหาฆ่-าคนเสียชีวิตกับอภิสิทธิ์และสุเทพไปด้วย

“เมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิด จำเลยทั้งสองก็ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยการต่อสู้คดีกันจนถึงที่สุดเพื่อความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย มิใช่วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายตัดสิทธิฟ้องของโจทก์และผู้เสียหายเช่นนี้”

แม้ในบริบทที่ธงชัยทำความเห็นแย้งออกมานี้ สำนวนคดีนี้อยู่ทั้งในศาลอาญาและอยู่ในการไต่สวนของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติโดยที่ยังไม่ได้มีคำสั่งใดออกมา แต่เมื่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติยังไม่ชี้มูลความผิดก็ไม่มีเหตุให้ต้องคาดการณ์ล่วงหน้าว่าศาลอาญาไม่มีอำนาจพิจารณาคดี และเขาเห็นว่าไม่ว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจะชี้มูลความผิดหรือไม่ศาลอาญาก็มีอำนาจพิจารณาสำนวนคดีนี้อยู่ดี โดยเป็นไปได้ 2 กรณี

  1. ถ้า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีความเห็นว่าคดีไม่มีมูลเรื่องก็ยุติไปเพียงส่วนของคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความผิดฐานฆ่-าหรือใช้ให้ฆ่-าผู้อื่นที่อยู่ในศาลอาญา
  2. หรือถ้า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเห็นว่าคดีมีมูลความผิดก็ให้ส่งเรื่องไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองฯ แล้วศาลฎีการับฟ้อง ศาลอาญาก็ยังมีอำนาจพิจารณาคดีอยู่เช่นเดิม แต่เมื่อเป็นคดีเป็นการกระทำความผิดเดียวกันแต่ผิดกฎหมายหลายบทแล้วสมควรให้รวมการพิจารณาคดีอาญาและความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเข้าด้วยกัน ศาลฎีกาฯ ก็มีอำนาจสั่งให้โอนสำนวนมารวมพิจารณาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่แล้ว จึงไม่ใช่กรณีที่ 2 ศาลมีอำนาจขัดแย้งกัน

ไม่ว่าคำโต้แย้งนี่จะฟังดูมีเหตุมีผลทางกฎหมายรองรับพร้อมมีทางออกให้กับศาลว่าสุดท้ายแล้วต่อให้เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการจริงก็ยังพิจารณารวมกันกับข้อหาก่อหรือใช้ให้ฆ่-าผู้อื่นได้ แต่ผลสุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็นว่าทั้งศาลชั้นต้น-อุทธรณ์-ฎีกายืนยันว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจพิพากษาตัวเองแล้วก็โยนให้เป็นคดีที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต้องเป็นคนไต่สวนตั้งเรื่องกลับมาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองฯ ก่อนจะไปจบที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติออกผลมาว่าคดีไม่มีมูล

สุดท้ายคดีของฝั่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กำลังสลายชุมนุมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปัจจุบันยังไร้ความคืบหน้าใดๆ

ศาลยุติธรรมไม่รับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติบอกไม่มีมูล แล้วศาลทหาร?

ส่วนหากจะถามว่าเมื่อเหตุการณ์สลายชุมนุมนี้นอกจากอภิสิทธิ์และสุเทพแล้ว ในเมื่อใช้ทหารในการปฏิบัติการแล้วได้มีการฟ้องไปที่ศาลทหารหรือไม่? คำตอบคือ “มี”

เท้าความกลับไปเมื่อกันยายนปี 2562 ในคดีของ พัน คำกอง อีกทั้ง สมร ไหมทองก็ยังเป็นผู้บาดเจ็บที่มาเป็นพยานด้วยทำให้ครอบครัวและทนายความยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเอง

แต่ปรากฏว่าศาลอาญาทั้งชั้นต้นและอุทธรณ์กลับชี้ว่าคดีนี้เป็นคดีในอำนาจศาลทหารเนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นทหาร ซึ่งในข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดีไต่สวนการเสียชีวิตเองก็มีการสืบถึงบรรดาประกาศคำสั่งต่างๆ ที่เห็นได้ว่า ศอฉ.ไม่ได้มีแต่ทหารแต่มีทั้งข้าราชการพลเรือน นักการเมืองอยู่เต็มไปหมดและทนายความก็ยกประเด็นนี้เพื่อยืนยันว่าคดีอยู่ในศาลยุติธรรม

ในเดือนเดียวกัน DSI เองก็นำคดีของผู้เสียชีวิต 6 ศwในวัดปทุมวนารามที่ศาลในคดีไต่สวนการเสียชีวิตชี้ชัดขนาดที่ว่าเป็นทหารบนรางรถไฟฟ้าหน้าวัดและทหารที่เคลื่อนกำลังมาจากถนนพระราม 1 เป็นคนยิvทั้ง 6 ศwเสียชีวิตเพราะมีทั้งภาพถ่ายจากตำรวจบนสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำให้เห็นปฏิบัติการของทหารและยังมีตำรวจที่ถ่ายภาพและคลิปไว้มาเบิกความเป็นพยานในชั้นไต่สวนการเสียชีวิต

แต่คดีนี้จบเร็วกว่าคดีพัน คำกองมาก เพราะเมื่อคดีจะต้องขึ้นศาลทหาร ตามกฎหมายพ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหารที่กำหนดให้อัยการศาลทหารเท่านั้นเป็นผู้ที่จะฟ้องคดีต่อศาลทหารได้ เมื่อ DSI ส่งสำนวนให้อัยการศาลทหารแล้ว ต่อมาอัยการศาลทหารมีคำสั่งไม่ฟ้องโดยให้เหตุผลว่า

“คดีนี้ไม่ปรากฏว่ามีประจักษ์พยาน พยานพฤติเหตุแวดล้อม หรือพยานหลักฐานอื่นใด ที่ยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาทั้งแปดกระทำผิดดังกล่าว ดังนั้น ทางคดีจึงไม่มีพยานหลักฐานพอรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาทั้งแปดกระทำความผิดร่วมกันฆ่-าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 จึงสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งแปด”

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • รวมทุกความตีบตัน: 10 ปีคดีคนเสียชีวิตจากการสลายชุมนุมปี fifty three ไปถึงไหน

คสช. ดึงเบรค?

“หลังจากรัฐประหารปี 57 แล้วความคืบหน้าของคดีก็ถือว่าแทบจะหยุดไปเลย จากที่เราติดตามข้อมูลก็มีการสั่งไม่ฟ้อง ยุติเรื่อง คดีที่ส่งไปศาลทหารก็สั่งไม่ฟ้อง หลังจากการยึดอำนาจคดีที่เกี่ยวกับการสลายชุมนุมปี fifty three ไม่ว่าจะเรื่องของการไต่สวนการเสียชีวิตในส่วนที่ยังไม่มีการไต่สวนก็ไม่มีการไต่สวนเลย”

เป็นคำตอบของ ทนายโชคชัยเมื่อถูกถามว่ามีการติดต่อจากทางเจ้าหน้าตำรวจ DSI หรืออัยการบ้างหรือไม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไปจนถึงการดำเนินการฟ้องคดีเองก็ศาลก็ไม่รับฟ้อง

เป็นเรื่องที่ต้องเน้นย้ำว่า คดีไต่สวนการเสียชีวิตทั้ง 31 ศwที่ DSI ทำสำนวนส่งอัยการให้ยื่นคำร้องให้ศาลเริ่มไต่สวนการเสียชีวิตเพราะเห็นว่าเป็นการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ทหารนั้น ล้วนเกิดขึ้นก่อนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งนำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะทำรัฐประหาร 2557 ทั้งหมด

กระบวนการไต่สวนการเสียชีวิตค่อยๆ ทยอยเข้าสู่ขั้นตอนไต่สวนการเสียชีวิตมาตั้งแต่ปี 2555 เท่ากับว่าในช่วงเวลา 2 ปีมีคดีของผู้เสียชีวิตเข้าสู่ขั้นตอนแรกก่อนฟ้องหาคนทำผิดเฉลี่ยปีละ 15 ราย ถึงจะไม่นับได้ว่าเร็วแต่ก็เห็นความคืบหน้าได้เรื่อยๆ เพราะในช่วงเวลานั้นก็จะมีรายงานข่าวการสืบพยานในคดีไต่สวนการเสียชีวิตอยู่เนืองๆ โดยประชาไทเอง และข่าวสดในเครือมติชนที่ไปติดตามในศาลอย่างต่อเนื่อง

“ผมถูกเรียกเข้าไปในค่ายทหารแห่งหนึ่งในถนนราชดำเนิน คนที่เรียกผมเข้าไป อาจไม่ควรต้องถูกเปิดเผยชื่อ แต่เป็นทหารชั้นผู้ใหญ่มาก และเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ และว่า ธาริต อย่าดำเนินคดีเรื่อง Ninety nine ศw ถ้าไม่ฟังกัน พวกอั้วปฏิวัติ ผมจะทำอย่างไร ในเมื่อศาลได้ชี้มาว่าการเสียชีวิต มันเกิดจากทหารใช้อาวุธสงคราม มีการสั่งการต่างๆ ถ้าผมไม่ทำ ก็อยู่ไม่ได้ คนอื่นก็ต้องทำ เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ได้ตามลำพัง ทำเป็นคณะกรรมการสอบสวน มีตำรวจร่วม อัยการร่วม”

ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดี DSI แถลงข่าวไว้เพียง 2 วันก่อนที่ศาลฎีกาจะพิพากษาจำคุกเขา 2 ปี ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 200 เพราะ DSI ไปฟ้องดำเนินคดีอาญากับอภิสิทธิ์และสุเทพต่อศาลอาญาในข้อหาก่อและใช้ให้ฆ่-าผู้อื่น ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากที่ศาลยุติธรรมยกฟ้องอภิสิทธิ์และสุเทพทั้ง 3 ศาลและชี้ว่าคดีนี้ต้องเป็นคดีของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไต่สวนส่งฟ้องศาลฎีกาแผนคดีอาญานักการเมืองฯ

ธาริตกล่าวด้วยว่าเขาถูกขู่ว่าหลังการรัฐประหารจะถูกย้ายคนแรก และคำขู่นั้นต่อมาก็เกิดขึ้นจริงตัวเขาเองก็ถูกปลดหลัง คสช.ทำรัฐประหารเพียง 24 ชั่วโมงพร้อมกับ อรรถพล ใหญ่สว่างอดีตอัยการสูงสุดซึ่งรับผิดชอบคดีผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมเช่นกัน และเขาเชื่อว่านี่คือเหตุสำคัญของการปฏิวัติ

การเปิดเผยของอดีตอธิบดี DSI ที่มีตำแหน่งอยู่ในช่วงจังหวะที่คดีไต่สวนการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมคืบหน้าไปได้เรื่อยๆ เป็นเหมือนการทิ้งsะเบิดเอาไว้ก่อนตัวเองจะติดคุกเพราะคดีที่ตัวเองทำ แม้เรื่องนี้อาจจะถูกมองได้หลายมุมว่าเปิดเผยความจริงเพื่อทิ้งทวนก่อนต้องติดคุกเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ หรือจะมองว่าเป็นการเอาตัวรอดทางการเมืองก็ได้ เพราะเรื่องในค่ายทหารนั้นก็มีเพียงตัวเขาเองกับนายทหารที่เขาได้คุยเท่านั้นที่จะยืนยันได้ว่ามีการข่มขู่จริง

แต่เรื่องนี้คงฟังดูไม่มีน้ำหนักนัก ถ้าชื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารไม่ได้ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยนั่งในกรรมการ ศอฉ.เมื่อปี 2553 ในฐานะรอง ผบ.ทบ. และนายทหารหลายคนที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการช่วงเม.ย.-พ.ค. 2553 ต่างเติบโตในหน้าที่การงานมาเรื่อยๆ อย่าง พ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) ที่เกษียณในตำแหน่ง ผบ.ทบ. เป็นต้น

ยังเหลือความหวังหรือไม่?

ผ่านมา 16 ปี คำถามนี้คงเป็นคำถามที่ยากจะถามกับญาติผู้เสียชีวิต เพราะเป็นคำถามเดิมซ้ำๆ ที่พวกเขาคงต้องตอบกันทุกปี(ส่วนคนถามก็คงกระดากปากที่จะถาม) เมื่อถึงงานรำลึกที่เหมือนการนับถอยหลังไปสู่วันที่คดีจะหมดอายุความ โดยที่แต่ละปีไม่เคยมีคำตอบชัดเจนจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมหรือรัฐบาลว่าจะจัดการอย่างไรกับคดีเหล่านี้ให้พอเห็นความหวัง

แต่ช่วงที่ผ่านมาก็มีการเสนอทางออกอยู่บ้างเช่นไปแก้กฎหมายอย่าง พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้ประชาชนฟ้องคดีนักการเมืองเองได้ หรือความพยายามแก้ไข พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหารฟ้องทหารที่กระทำความผิดทางอาญาต่อศาลยุติธรรมที่เคยมีการเสนอในสภาจะนับเป็นทางออกหรือไม่?

โชคชัยเห็นว่าสุดท้ายแล้วแม้จะเคยมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้แต่สุดท้ายก็เงียบไป รัฐบาลชุดปัจจุบันก็ไม่ได้มีนโยบายหรือมีการแสดงให้เห็นว่าจะมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้ แล้วรัฐบาลชุดนี้ที่อาจจะมีอายุถึง 4 ปีก็ใกล้เคียงกับเวลาที่เหลืออยู่ก่อนคดีจะหมดอายุความ อีกทั้งถ้าดูจากที่ธาริตเคยกล่าวว่าการรัฐประหารเมื่อปี 57 ก็เกิดขึ้นมาเพราะส่วนหนึ่งมีความพยายามหาตัวผู้กระทำความผิดจากการสลายชุมนุม

ทนายความมองว่าเป็นเรื่องยากมากและไม่ได้มีความหวังเลยที่จะเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ ซึ่งก็มีแต่ว่าครอบครัวผู้เสียชีวิต หรือขบวนการเคลื่อนไหวอย่าง คปช. fifty three ของธิดา จะผลักดันรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงสภาผู้แทนราษฎรให้มาติดตามแต่ก็ขึ้นกับว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญแค่ไหน

“การออกกฎหมายหรือแก้กฎหมายก็ต้องใช้เสียงในสภา แล้วถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มีการสั่งการก็พอจะมีหวัง แต่ถ้าไม่ได้ให้ความสำคัญเลยก็คงยาก เพราะผมดูแนวโน้มตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มาปัจจุบันก็ 16 ปีแล้วกลายเป็นว่ามีบางช่วงเท่านั้นที่คดีการเสียชีวิตนี้มีการดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น”  โชคชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม เรื่องการแก้ไขกฎหมายสำหรับแกนนำ คปช.fifty three อย่างธิดากลับมองว่าควรทำให้คดีของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างทหาร รวมถึงนักการเมืองอย่างอภิสิทธิ์ต้องกลับมาขึ้นศาลยุติธรรมมากกว่าเหมือนกับประชาชนทั่วไปที่กระทำความผิดอาญา

นอกจากนั้น ธิดาเห็นว่าการไปเปิดช่องให้ประชาชนฟ้อง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเองได้ ก็เป็นการใช้กลไกขององค์กรอิสระที่มักถูกฝ่ายอนุรักษนิยมเอามาใช้จัดการกับนักการเมือง อีกทั้งในคดีที่มีคนเสียชีวิตแต่โทษในคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการก็มีโทษจำคุกเพียง 5 ปีเท่านั้นซึ่งเป็นโทษที่ต่ำกว่าโทษทางอาญา

ธิดาเสนอว่ามีสิ่งที่ฝ่ายการเมืองจะต้องทำ 3 เรื่อง คือ

  1. แก้ไขกฎหมายทำให้คดีสลายชุมนุมไม่มีอายุความ
  2. แก้ไขกฎหมายให้ทหารและนักการเมืองที่ทำความผิดอาญาต่อประชาชนขึ้นศาลยุติธรรม
  3. ยอมรับกลไกศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC เฉพาะกรณี

“เกิดในอนาคตมีพรรคการเมืองไปสมคบกับทหารมาปราบปรามประชาชนอีกในอนาคต เขาจะได้กลัวแม้ว่าจะมีองค์กรอิสระอยู่ในมือก็ช่วยไม่ได้ เราก็พยายามผลักดันให้แก้กฎหมายนี้ แม้ว่าจะไม่สำเร็จในเรื่องปี fifty three ก็ขอให้มีประโยชน์ในอนาคต” ธิดากล่าว

เอกสารของ DSI  ที่ใช้ชี้แจงต่อ กมธ.การเมืองฯ

จากรายชื่อที่ปรากฏในเอกสารพบว่าไม่ปรากฏชื่อของผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่นอกกรุงเทพและผู้เสียชีวิตจากผลกระทบของแก๊สน้ำตาได้แก่

  • ขอนแก่น 1 ราย คือ ทรงศักดิ์ ศรีหนองบัว

  • อุดรธานี 2 ราย คือ อภิชาติ ระชีวะ  และ เพิน วงศ์มา

  • ผลจากแก๊สน้ำตา คือ อนันท์ ชินสงคราม

ลำดับ

รายชื่อผู้เสียชีวิต

ผลชันสูตร

ผลคดี

1

ชาติชาย ชาเหลา

มีการชันสูตรศwตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรค 3 โดยวิถีการเสียชีวิตมาจากฝั่งหรือแนวทหาร

งดการสอบสวน ส่งอัยการแล้ว อัยการให้งดการสอบสวน และให้สืบสวนในอายุความ

2

ฟาบิโอ โปเลงกี

3

จรูญ ฉายแม้น

4

สยาม วัฒนนุกูล

5

ถวิล คำมูล

6

นรินทร์ ศรีชมพู

7

เกรียงไกร คำน้อย

8

พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ

9

ชาญณรงค์ พลศรีลา

10

ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ

11

พัน คำกอง

12

รพ สุขสถิตย์

มีการชันสูตรศwตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรค 3 โดยวิถีการเสียชีวิตมาจากฝั่งหรือแนวทหาร

สั่งไม่ฟ้องส่งอัยการทหาร อัยการทหารมีคำสั่งไม่ฟ้อง

13

อัฐชัย ชุมจันทร์

14

กมนเกด อัคฮาด

15

มงคล เข็มทอง

16

สุวัน ศรีรักษา

17

อัตรเดช ขันแก้ว

18

บุญมี เริ่มสุข

มีการชันสูตรศwตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรค 3 โดยวิถีการเสียชีวิตมาจากฝั่งหรือแนวทหาร

งดการสอบสวน ส่งอัยการแล้ว อัยการให้งดการสอบสวน และให้สืบสวนในอายุความ

19

มานะ อาจราญ

20

จ.อ.พงศ์ชลิต พิทยานนท์กาญจน์

21

ประจวบ ศิลาพันธ์

22

สมศักดิ์ ศิลารักษ์

23

ปิยะพงษ์ กิตติวงศ์

24

สมชาย พระสุพรรณ

25

มานะ แสนประเสริฐศรี

26

พรสวรรค์ นาคะไชย

27

ประจวบ ประจวบสุข

28

เกียรติคุณ ฉัตร์วีระ

29

ฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง

30

ทศชัย เมฆงามฟ้า

31

ผู้เสียชีวิตไม่ทราบชื่อ

32

ฮิโรยูกิ มุราโมโต้ (Hiroyuki Muramoto)

มีการชันสูตรศwตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรคแรก

งดการสอบสวน ส่งอัยการแล้ว อัยการให้งดการสอบสวน และให้สืบสวนในอายุความ

33

วสันต์ ภู่ทอง

34

มนต์ชัย แซ่จอง

35

ยุทธนา ทองเจริญพูลพร

36

คนึง ฉัตรเท

37

นภพล เผ่าพนัส

38

สมศักดิ์ แก้วสาร

39

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

40

อินแปลง เทศวงศ์

41

เสน่ห์ นิลเหลือง

42

ชัยยันต์ วรรณจักร

43

บุญทิ้ง ปานศิลา

44

มนูญ ท่าลาด

forty five

กิตติพันธ์ ขันทอง

46

สรไกร ศรีเมืองนุ่น

47

ทิพเนตร เจียมพล

forty eight

สุภชีพ จุลทัศน์

49

วารินทร์ วงศ์สนิท

50

สันธะนา สรรพศรี

51

ธันวา วงศ์ศิริ

52

อำพล ชื่นศรี

fifty three

สมาพันธ์ ศรีเทพ

54

อุทัย อรอินทร์

55

เกรียงไกร เลื่อนไธสง

56

วงศกร แปลงศรี

57

เฉลียว ดีรื่นรัมย์

58

สุพจน์ ยะทิมา

59

ธนากร ปิยะผลดิเรก

60

สมพาน หลวงชม

61

มูฮัมหมัด อารี (ออง ละวิน)

62

ธนโชต์ ชุ่มเย็น

63

ส.อ.อนุสิทธิ์ จันทร์แสนตอ

64

ปรัชญา แซ่โคว้

65

วาสินี เทพปาน

66

เยื้อน โพธิ์ทองคำ

67

สมัย ทัดแก้ว

68

เหิน อ่อนสา

69

สุพรรณ์ ทุมทอง

70

วุฒิชัย วราห์คำ

71

ประจวบ เจริญทิม

72

สวาท วางาม

มีการชันสูตรศwตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรคแรก

สั่งไม่ฟ้องส่งอัยการ อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง

73

ธวัฒนะชัย กลัดสุข

74

อำพน ตติยรัตน์

75

ไพรศล ทิพย์ลม

76

สมิง แตงเพชร

77

บุญธรรม ทองผุย

78

เทอดศักด์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์

79

อนันต์ สิริกุลวาณิชย์

80

บุญจันทร์ ไหมประเสริฐ

81

ส.ต.ท.กาณต์นุพัฒน์ เลิศจันทร์เพ็ญ

มีการชันสูตรศwตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรคแรก

สั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากผู้ต้องหาถึงแก่ความเสียชีวิต

82

ส.อ.อนุพนธ์ หอมมาลี

83

ธัญนันท์ แถบทอง

มีการชันสูตรศwตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรคแรก

ยกฟ้อง

84

จ.ส.ต.วิทยา พรมสำลี

85

พลทหาร ภูริวัฒน์ ประพันธ์

86

พลทหาร อนุพงษ์ เมืองราพัน

87

พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม

88

พลทหารสิงหา อ่อนทรง

89

กิตติพงษ์ สมสุข(เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ห้างเซนทรัลเวิลด์)

มีการชันสูตรศwตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรคแรก

ศาลชั้นต้น : ลงโทษจำเลยที่ 1 ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุก 9 เดือน ยกฟ้องจำเลยที่ 2

ศาลอุทธรณ์ : ยืนยันตามศาลชั้นต้น

ศาลเยาวชน : ยกฟ้องจำเลยที่ 3-4

ที่มา : รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษใช้ชี้แจงคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค.2567

ที่มา ประชาไท ( prachatai.com )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 >> นายกฯ ประชุ 2026-05-20 22:44:00

ช่วยกันดูหน่อย!

เมื่ออากาศร้อนจัด 🌤️ รถที่จอดกลางแดดจะมีความร้อนสูงกว่าปกติห

เรื่องเพี้ยน ๆ ของไทย จากผู้มีอำนาจที่ผิดเพี้ยน | ข่าวมันส์เขี้ยว

20 พฤษภาคม 2569 กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนเปิดเผยว่าเจ้า

✨ กรมทะเล โดยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 โดยศูนย

รมว.กระทรวงกลาโหม ตอบกระทู้วุฒิสภา ย้ำ ดูแลกำลังพลชายแดนและค 2026-05-19 19:25:00

🇹🇭 “มายด์” ปัญชญา จันทร์น้อย สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการกีฬาไ

วุฒิสภา ชง 'ครม.' เลือกตั้ง 'ผู้ว่า-สภา' โดยตรง ยก 'เชียงใหม่-จังหวัดภูเก็ตมหานคร' เป็น 'อปท.รูปแบบพิเศษ'

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/0we7jr 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. แผ่นดินไหวขนาด-23-ประเทศเมียนมา-2026-05-20-17:56:55-ตามเวลาประเทศไทย-|-วันพุธที่-20-พฤษภาคม-พศ.-2569 แผ่นดินไหวขนาด 2.3 ประเทศเมียนมา 2026-05-20 17:56:55 ตามเวลาประเทศไทย | วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
  2. วุฒิสภา-ชง-‘ครม’-เลือกตั้ง-‘ผู้ว่า-สภา’-โดยตรง-ยก-‘เชียงใหม่-จังหวัดภูเก็ตมหานคร’-เป็น-‘อปท.รูปแบบพิเศษ’ วุฒิสภา ชง ‘ครม.’ เลือกตั้ง ‘ผู้ว่า-สภา’ โดยตรง ยก ‘เชียงใหม่-จังหวัดภูเก็ตมหานคร’ เป็น ‘อปท.รูปแบบพิเศษ’
  3. หากคุณใช้โปรแกรมรวบรวมฟีด-rss-อยู่แล้ว-คุณจะประทับใจมาก หากคุณใช้โปรแกรมรวบรวมฟีด RSS อยู่แล้ว คุณจะประทับใจมาก
  4. ไทยช่วยไทยพลัส เครื่องมือ แก้ปัญหาค่าครองชีพ   ไทยช่วยไทยพลัส ช่องหมายเลข3 ไทยช่วยไทยพลัส เครื่องมือ แก้ปัญหาค่าครองชีพ ไทยช่วยไทยพลัส ช่องหมายเลข3
  5. นางละเอียด-บุ้งศรีทอง-ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ-ระบุว่ นางละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ ระบุว่
  6. -อเมือง-จ.อุดรธานี-สุดสะเทือนใจ-แม่จูงมือลูกเข้าแจ้งความ ✅ อ.เมือง จ.อุดรธานี สุดสะเทือนใจ แม่จูงมือลูกเข้าแจ้งความ
  7. ส่องผลกระทบด้านท่องเที่ยว-จากกรณีสถานทูตจีนเตือนพลเมือง-หลังคดี-ตำรวจอุ้มคนจีนเรียกค่าไถ่ ส่องผลกระทบด้านท่องเที่ยว จากกรณีสถานทูตจีนเตือนพลเมือง หลังคดี ตำรวจอุ้มคนจีนเรียกค่าไถ่
  8. ชี้ ฟีฟ่า ควรลดราคาบอลโลก ยังให้โอกาส สล็อต คุมทีมต่อ อัพเดทข่าว ชี้ ฟีฟ่า ควรลดราคาบอลโลก ยังให้โอกาส สล็อต คุมทีมต่อ อัพเดทข่าว
  9. ด่วน จอมขมังเวทย์ท่องคาถาปลุกผีหักคอ ที่แท้หลอนยาเจอ ตำรวจรุมจับ ด่วน จอมขมังเวทย์ท่องคาถาปลุกผีหักคอ ที่แท้หลอนยาเจอ ตำรวจรุมจับ
  10. ผู้ว่าฯ-ชลบุรี-สนธิกำลังตำรวจ-บุกทลายแหล่งผลิต-พอตเค-ล็อกเ-|-2026-05-19-20:25:00 ผู้ว่าฯ ชลบุรี สนธิกำลังตำรวจ บุกทลายแหล่งผลิต พอตเค ล็อกเ 2026-05-19 20:25:00

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


    Share via
    Click to Hide Advanced Floating Content
    ×

    มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

    ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

    ไปกันเล้ยยย
    Send this to a friend
    ล่าสุด
    ×