
อินเดีย กำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จนรัฐบาลต้องออกมาเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด หลังความต้องการใช้พลังงานพุ่งสูงทำลายสถิติหลายวันติดต่อกัน
กระทรวงพลังงานอินเดียเปิดเผยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ว่า ประเทศสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดได้สำเร็จเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยมีกำลังการจ่ายไฟแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดที่หลายพื้นที่มีอุณหภูมิสูงถึง 47 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม ทางการอินเดียเตือนว่าโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่มีการใช้อุปกรณ์ทำความเย็น เช่น เครื่องปรับอากาศและพัดลม เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ในกรุงนิวเดลี อุณหภูมิเมื่อวันศุกร์พุ่งแตะ 43 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิช่วงกลางคืนยังคงสูงผิดปกติ โดยสถานีตรวจวัดอากาศหลักแห่งหนึ่งบันทึกอุณหภูมิต่ำสุดที่ 31.9 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของเดือนพฤษภาคมในรอบ 14 ปี
ผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัดยังทำให้เกิดภาพสะเทือนใจ เมื่อคนงานต้องช่วยกันเก็บซากปลาจำนวนมากที่ลอยเสียชีวิตอยู่ในทะเลสาบซันเจย์พาร์ก หลังระดับน้ำลดลงจากแสงแดดและความร้อนที่แผดเผาต่อเนื่องหลายวัน
ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานอินเดียระบุว่า พลังงานความร้อนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะถ่านหิน ยังคงเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลัก คิดเป็น 62% ของการผลิตทั้งหมด ขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์มีสัดส่วน 22% ส่วนพลังงานลมและพลังน้ำมีอย่างละ 5%
แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าระบบยังสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ แต่ประชาชนหลายพื้นที่กลับรายงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ยังคงเกิดปัญหาไฟฟ้าดับเป็นระยะ เนื่องจากอากาศร้อนจัดทำให้สายไฟและหม้อแปลงเก่าทำงานหนักเกินกำลัง
กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียระบุว่า คลื่นความร้อนในปีนี้มีแนวโน้มยาวนานและรุนแรงกว่าปกติ โดยอุณหภูมิสูงสุดล่าสุดวัดได้ที่ 47.6 องศาเซลเซียส ในรัฐ อุตตรประเทศ ขณะที่สถิติอุณหภูมิสูงสุดตลอดกาลของประเทศอยู่ที่ 51 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยเกิดขึ้นในรัฐราชสถานเมื่อปี 2016












