
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุระทึก มีรถพ่วงบรรทุกปูนซิเมนต์ติดขวางทางรถไฟ บริเวณทางข้ามรางรถไฟ พื้นที่ หมู่ 6 ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เขตติดต่อ กับหมู่ที่ 10 ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี ขณะที่มีรถไฟกำลังวิ่งเข้ามาเจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันใช้อุปกรณ์โบกให้ไฟหยุดได้ทัน
ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านทั้งสองฝั่ง ได้ช่วยกันตามรถไถนามาลากรถบรรทุกปูนแต่ไม่สามารถลากรถปูนได้เนื่องจากรถบรรทุกปูนหนัก 40 ตัน จากนั้นได้ใช้รถแบ็คโฮในพื้นที่ เดินทางเข้ามาดำเนินการลากรถ เนื่องจากใกล้เวลารถดีเซลรางขบวน 277 กรุงเทพ – กบินทร์บุรี จะผ่านเส้นทาง ทำให้ทางชาวบ้านและรถแบล็คโฮต้องรีบดึงรถบรรทุกปูนให้ถอยหลังลงจากรางรถไฟ แต่ยังไม่สำเร็จเป็นช่วงรถไฟกำลังจะวิ่งผ่านมา ทางชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบเดินเข้าไปโบกให้ไฟหยุดรถไฟจึงชะลอตัว ก่อนจะเห็นว่ามีรถบรรทุกปูนขวางอยู่ จากนั้น ไม่นานทางรถแบคโฮจึงสามารถดึงรถบรรทุกปูนลงจากรางรถไฟได้สำเร็จก่อนที่รถไฟจะเข้าเทียบจอดที่สถานีปากพลีต่อไป ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้โชคดีที่รถไฟสามารถหยุดรถได้ทัน จึงไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

นายวิญญู อายุ 47 ปี คนขับรถบรรทุกปูน ให้ข้อมูลว่า ขับรถไปรับปูนที่โรงงาน หลังจากขึ้นเสร็จก็ขับรถบรรทุกคันดังกล่าว เพื่อนำปูนไปส่งปลายทางที่จังหวัด สระบุรี ซึ่งเส้นทางเป็นเส้นทางสัญจรในหมู่บ้านโดยที่ไม่เคยผ่านเส้นทางเส้นนี้มาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก เมื่อขับขึ้นทางรถไฟทำให้บริเวณท้องรถพ่วงติดอยู่คารางรถไฟ
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่การรถไฟจากสถานีรถไฟปราจีนบุรีได้เดินทางมาสำรวจจุดเกิดเหตุโดยให้ข้อมูลว่าบริเวณที่กั้นของทางรถไฟเพิ่งดำเนินการแล้วเสร็จยังไม่ได้มีการตรวจรับ การที่มีรถพ่วงบรรทุกปูนคร่อมอยู่บนรางทำให้เกิดความเสียหายซึ่งจะให้ทางการรถไฟส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจและประเมินค่าเสียหาย เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดำเนินการกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถเปิดดเส้นทางให้รถสัญจรได้ตามปกติ

นายปัญจศักดิ์อายุ 60 ปี คนเห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า ตนเองได้ขับรถปิกอัพตามรถบรรทุกปูน มาด้านหลังพยายามจะเรียกไม่ให้รถปูนผ่านทางรถไฟแต่ก็ไม่ทันรถปูนได้วิ่งขึ้นไปบนทางรถไฟแล้วติดอยู่ขวางรางรถไฟ จากนั้นตนเองจึงไปตามรถไถเข้ามาลากแต่ก็ลากไม่ได้ก่อนที่จะนำรถแบล็คโฮมาช่วยซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่รถไฟมาพอดีชาวบ้านต้องช่วยกันไปโบกให้รถไฟหยุดเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติอุบัติเหตุ













