
“พระเจ้าทรงเป็นกามเทพของพวกเรา” เรื่องราวของแม่ชีรุ่นเยาว์ที่พบกันในคอนแวนต์และลงเอยด้วยการแต่งงาน

ที่มาของภาพ : Courtesy of Francília Costa and Luiza Silvério
- Creator, เอียน อัลเวส
- Role, บีบีซีแผนกภาษาบราซิล
- Published
- เวลาอ่าน: 7 นาที
“ว้าว ยัยแม่ชีน้อยจอมโอหัง ร้ายใช่เล่นเลยนะเรา”
มันแทบจะไม่ใช่รักแรกพบด้วยซ้ำ แท้จริงแล้วตอนที่ ลุยซา ซิลเวรีโอ พบกับว่าที่ภรรยาของเธอเป็นครั้งแรกในคอนแวนต์ตอนที่ทั้งคู่เป็นแม่ชีฝึกหัดวัย 19 ปี พวกเธอไม่ชอบขี้หน้ากันและกัน
ในตอนนี้ ทั้งสองคนแต่งงานกันอย่างมีความสุขแล้ว ฟรานซิเลีย คอสตา ผู้เป็นภรรยาเล่าให้บีบีซีแผนกภาษาบราซิลฟังว่า “ฉันก็คิดแบบเดียวกับเธอแหละ พระเจ้า คนอะไรจะวางท่าได้ขนาดนั้น”
ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน ลุยซาได้ย้ายเข้าไปอยู่ในคอนแวนต์ โดยในตอนนั้นฟรานซิเลียอยู่ในคอนแวนต์แห่งนั้นมาก่อนแล้ว 5 ปี โดยฟรานซิเลียได้ปฏิญาณตนตลอดชีพทั้งในเรื่องความยากจน ความบริสุทธิ์ ความนบน้อมเชื่อฟัง และกำลังศึกษาปริญญาด้านเทววิทยา
เนื่องจากเติบโตมากับปู่ย่าเสียชีวิตายในชนบทกึ่งแห้งแล้งของรัฐปีเอาอีทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิลที่มีความเคร่งศาสนาอย่างลึกซึ้ง ฟรานซิเลียจึงเข้าสู่การใช้ชีวิตในคอนแวนต์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
จากนั้น ลุยซาก็มาถึงคอนแวนต์ด้วยความไม่พอใจกับ “ความว่างเปล่า” ในช่วงวัยรุ่นของเธอที่รัฐมินัสเจไรส์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล แต่เธอก็รู้สึกถึงการเรียกขานให้ดำเนินชีวิตรับใช้ศาสนาอย่างเต็มเวลาเช่นกัน
“เราทั้งคู่เข้าคอนแวนต์ด้วยจุดมุ่งหมาย และจุดมุ่งหมายนั้นก็คือการรับใช้พระเจ้า” ฟรานซิเลียกล่าว
เมื่อเวลาค่อย ๆ ผ่านไปกว่าสองปี จุดมุ่งหมายนั้นได้ดึงทั้งคู่ซึ่งเป็นแม่ชีและแม่ชีฝึกหัดให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น พวกเธอกลายเป็นเพื่อนกันอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง และความไม่ถูกชะตาที่มีต่อกันก็เปลี่ยนเป็นความชื่นชมกันและกัน
Cease of ได้รับความนิยมสูงสุด
ทว่า ในขณะที่มิตรภาพของพวกเธอกำลังเริ่มผลิบาน ความมุ่งมั่นและพันธะที่พวกเธอมีให้ต่อคอนแวนต์ก็เริ่มสั่นคลอน

ที่มาของภาพ : Courtesy of Francília Costa and Luiza Silvério
การระบาดของโควิด-19 ทำให้ฟรานซิเลียมีภาวะตื่นตระหนก (horror) ความกลัวว่าจะติดเชื้อและแพร่เชื้อไวรัสมักเข้าครอบงำเธอ และระหว่างการบำบัด เธอก็เริ่มทบทวนทางเลือกชีวิตของตัวเอง
“ชีวิตในศาสนาเป็นชีวิตที่งดงามมาก แต่คุณจำเป็นต้องมีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต แค่รู้วิธีสวดภาวนามันไม่เพียงพอ” เธอกล่าว
ในขณะเดียวกัน ลุยซาซึ่งกำลังโศกเศร้าจากการเสียชีวิตของคุณย่า ก็เริ่มมีภาวะตื่นตระหนกเช่นกัน ก่อนจะป่วยเป็นซึมเศร้า การบำบัดทำให้เธอได้ข้อสรุปว่าตนเองจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและละทิ้งความฝันที่จะปฏิญาณตนและใช้ชีวิตอยู่ในคอนแวนต์ไปตลอดชีวิต
“ลุยซาก็ต้องดูแลสุขภาพจิตของเธอเหมือนกัน” ฟรานซิเลียกล่าว “และเมื่อเธอตัดสินใจจะออกไปจากคอนแวนต์ มันก็เป็นเรื่องช็อกมากสำหรับฉัน ‘พระเจ้า เด็กผู้หญิงอายุแค่นั้น แต่มีความสามารถที่จะคิดเรื่องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม และเป็นฉันเองที่ไม่สามารถคิดเรื่องการเริ่มต้นใหม่ได้ ทั้งที่ได้ใช้ชีวิตข้างนอกนั่นมานานกว่าข้างในคอนแวนต์นี้เสียอีก'”
ด้วยแรงบันดาลใจจากเพื่อนสาวผู้กล้าหาญ ฟรานซิเลียจึงได้ข้อสรุปเดียวกันด้วยตัวเอง เธอจะออกจากคอนแวนต์เช่นกัน แม้ว่าการออกจากคอนแวนต์จะยากกว่าที่ทั้งสองคนคาดไว้ก็ตาม
“ชีวิตข้างนอกนี่ไม่ง่ายเลย” ลุยซากล่าว “มันยากมาก”
“คุณไม่รู้เลยว่าจะได้เรียนมหาวิทยาลัยหรือไม่ หรือจะสามารถหางานทำได้หรือเปล่า”

ที่มาของภาพ : Courtesy of Francília Costa and Luiza Silvério
ฟรานซิเลียก็รู้สึกเช่นเดียวกัน “ลองนึกภาพการสัมภาษณ์งานสิ มีคนถามว่า ‘คุณจบอะไรมา' และฉันตอบว่า ‘เทววิทยา' แล้วฉันจะไปหางานประเภทไหนได้ล่ะ” เธอกล่าว
เมื่อถึงเวลาที่เธอตัดสินใจจะออกจากคอนแวนต์ หลังจากอยู่ที่นั่นมา 7 ปี ฟรานซิเลียต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่สวมชุดแม่ชีอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดคือค่าเช่า ดังนั้นเพื่อประหยัดเงิน เพื่อนทั้งสองจึงตกลงที่จะแชร์อะพาร์ตเมนต์ร่วมกัน
แล้วคืนหนึ่ง หลังจากดูภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้ด้วยกันเรื่อง เลิฟ อิน เวโรนา (Take care of in Verona) ซึ่งตัวเอกเริ่มจากเกลียดกันแล้วค่อยตกหลุมรักกัน ฟรานซิเลียก็เปิดเผยกับลุยซาว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่ออีกฝ่ายก็เป็นไปตามรูปแบบเดียวกันกับในหนัง
ในช่วงวัยรุ่น ทั้งสองต่างระบุตนเองว่าเป็นไบเซ็กชวล (bisexual) แต่สิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลต่อความปรารถนาที่จะเป็นแม่ชี หรือการตัดสินใจเข้าคอนแวนต์ของพวกเธอ
“มันไม่ได้ทำให้พวกเรากลัวพระเจ้า หรือกลัวที่จะอยู่ที่นั่น” ลุยซากล่าว “ฉันไม่ต้องการมีความสัมพันธ์กับใครเลย ฉันต้องการใช้ชีวิตด้วยการถือครองความโสดจริง ๆ เพื่อปฏิบัติตามศาสนาและคริสตจักรของฉัน ฉันไม่เคยคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะออกไปแล้วคบหากับใคร”
ฟรานซิเลียเห็นด้วย “ไม่มีเวลาให้คิดถึงเรื่องอื่นเลย” เธอกล่าว “การเข้าไปนั้นง่ายมาก แต่การออกจากคอนแวนต์เป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่ฉันเคยเผชิญ”

ที่มาของภาพ : Courtesy of Francília Costa and Luiza Silvério
ขณะนี้ ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในฐานะคู่รัก ปัญหาใหญ่ที่สุดของพวกเธอคือเรื่องว่าจะดำเนินวิถีทางศาสนาต่อไปอย่างไร
ช่วง 1 ปีหลังจากที่พวกเธอออกจากคอนแวนต์ และ 2 ปีก่อนเกิดงานแต่งงาน ในเดือน ต.ค. 2025 พระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้นำชาวลาตินอเมริกาคนแรกของคริสตจักรโรมันคาทอลิกอนุญาตให้บาทหลวงสามารถให้คำอวยพรแก่คู่รักเพศเดียวกันและคู่รักที่ “ไม่เป็นไปตามแบบแผน” ได้ ภายใต้บางเงื่อนไข
แต่คริสตจักรยังคงถือว่าความสัมพันธ์เพศเดียวกันเป็นเรื่องบาป และจะไม่รับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ตามคำกล่าวของพระสันตะปาปาฟรานซิสในตอนนั้น
“มันเป็นเรื่องที่ฟรานกับฉันคุยกันบ่อยมากที่บ้าน” ลุยซากล่าว “คุณไม่สามารถแยกพระเยซูในฐานะมนุษย์ออกจากพระเยซูในฐานะพระเจ้าได้ พระองค์คือหนึ่งเดียวกัน และเพศวิถีของเรากับศรัทธาของเราก็ไม่ควรถูกแยกออกจากกัน เพราะมันอยู่ในตัวเรา เราเป็นคู่รักที่มีศรัทธา ไม่มีทางที่เราจะแยกสิ่งนั้นออกจากกันได้”
ทั้งคู่ยังคงติดต่อกับแม่ชีและบาทหลวงจากคอนแวนต์แห่งนั้น แต่ไม่มีใครจากคริสตจักรมาร่วมงานแต่งงานของพวกเธอ อย่างไรก็ตาม ลุยซากล่าวว่า “เราได้รับความรัก ข้อความ และคำอธิษฐานมากมายที่มอบให้กับเราและวันของเรา
“บางทีเราอาจไม่มีภาพถ่ายที่แท่นบูชาในโบสถ์ แต่เรามีภาพถ่ายกับพระแม่อาปาเรซิดา (รูปปั้นพระแม่มารี มารดาของพระเยซู ที่ได้รับการเคารพในบราซิล) สำหรับเรา พระนางเป็นตัวแทนของความกตัญญู การวิงวอน และการอุทิศครอบครัวของเราแด่พระเจ้า”

ที่มาของภาพ : Courtesy of Francília Costa and Luiza Silvério
ทั้งคู่ไม่ได้ละทิ้งพันธกิจที่ทำให้พวกเธอเข้าสู่คอนแวนต์ตั้งแต่วัยรุ่นเช่นกัน
หลังจากแบ่งปันเรื่องราวของพวกเธอบนโซเชียลมีเดีย ทั้งคู่ก็เริ่มได้รับข้อความเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากทั้งคริสต์ศาสนิกชนที่มีคำถามเกี่ยวกับเพศวิถีของตนเอง และจากผู้ที่เป็นเลสเบียน เกย์ ไบเซ็กชวล หรือคนข้ามเพศที่มีคำถามเกี่ยวกับศรัทธา
“สิ่งนี้ยิ่งทำให้ความปรารถนาที่จะเล่าเรื่องของพวกเราอย่างเปิดเผย ทั้งเรื่องเพศวิถีและศรัทธา เข้มแข็งมากขึ้น” ลุยซากล่าว “มันสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง และช่วยผู้คนได้มาก
“พื้นที่นี้ยิ่งทำให้เส้นทางแห่งศรัทธาของเราในฐานะปัจเจกและในฐานะคู่รักแข็งแกร่งขึ้น ทุกพื้นที่ที่เราได้แบ่งปันเรื่องของเรา สำหรับเรา มันคือวิธีแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของพันธกิจของเรา”
ฟรานซิเลียกล่าวว่า “พันธกิจของเราคือการอยู่ตรงนี้เพื่อรับฟังเรื่องราวและช่วยเหลือผู้คน หนึ่งในความท้าทายใหญ่ที่สุดเมื่อคุณทำงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ คือการรู้จักวิธีฟังและวิธีพูด
“เพราะมันเป็นสิ่งที่ฉันพูดเสมอว่า ‘ถ้าวันหนึ่งฉันต้องสร้างครอบครัว พระเจ้าจะทรงมอบแบบอย่างของครอบครัวที่พระองค์ต้องการให้ฉันสร้างมา' ดังนั้น…เราจึงอยู่ตรงนี้”
“แม้มันน่าจะเหลือเชื่อมากก็ตาม หากในโลกนี้มีกามเทพ กามเทพของพวกเราก็คือพระเจ้า”





































