แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/5kw1z5 📋 | ดู : 10 ครั้ง
‘ฝ่ายค้าน’-ชำแหละ-‘พรกกู้เงิน-4-แสนล้าน’-–-สภา-ตั้ง-25-กมธ.วิสามัญติดตาม-ตรวจสอบฯ

ที่ประชุมสภาฯ มีมติเห็นชอบตั้ง กมธ.วิสามัญ-ติดตามการใช้จ่ายเงินกู้ 4 แสนล้านบาท 25 คน – ‘ประชาชน' ส่ง ‘วีระยุทธ-รักชนก' – ‘ประชาธิปัตย์' ดัน ‘ชัยชนะ' – ‘ฝ่ายค้าน' ชำแหละ ‘กรณ์' อัด ‘การเมืองเล่นได้-การคลังไม่ใช่ของเล่น' – ‘อจ.ต้น' ชี้ 4 จุดวัดใจ ซัด ตัดสินใจกู้เงินเพื่อ กู้กระแสความนิยมอนุทิน-รัฐบาลภูมิใจไทย เปรียบมองหาเงินด่วนตามเสาไฟฟ้ามากกว่าการวางแผนนโยบายที่ดี


สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท จำนวน 25 คน กำหนดระยะเวลาศึกษา 90 วัน สำหรับรายชื่อกมธ.วิสามัญติดตามและตรวจสอบพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จำนวน 25 คน ตามสัดส่วน ประกอบด้วย

คณะรัฐมนตรี 6 คน

1. นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล

2. นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ

3. นายกรณินทร์ กาญจโนมัย

4. นางภาวิณา อัศวมณีกุล

5. นายศุภชัย ใจสมุทร

6. นายจักรพงษ์ แสงมณี

พรรคภูมิใจไทย 8 คน

1. นางนันทนา สงฆ์ประชา

2. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์

3. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ

4. นายชลัฏ รัชกิจประการ

5. นางปทิดา ตันติรัตนานนท์

6. นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน

7. นายวิทวัส ไตรสรณกุล

8. นายปรีชา ไข่แก้ว

พรรคประชาชน 5 คน

1. นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

2. นายศุภโชค ไชยสัจ

3. น.ส.รักชนก ศรีนอก

4. นายภัณฑิล น่วมเจิม

5. นายอนุสรณ์ ธรรมใจ

พรรคเพื่อไทย 3 คน

1. นายสุชาติ ธาดาดำรงเวช

2. นายวัชรพล โตมรศักดิ์

3. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล

พรรคกล้าธรรม 2 คน

1. นายไผ่ ลิกค์

2. นายสิรภพ สมผล

พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน

1. นายชัยชนะ เดชเดโช

@ ‘กรณ์-วีระยุทธ' ชำแหละ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน'

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ สส.อภิปรายในที่ประชุมการตั้งกมธ.วิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทกันอย่างกว้างขวาง อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในผู้เสนอญัตติฯ อภิปรายว่า วิธีการประเมินว่าเศรษฐกิจมั่นคงจริงหรือไม่ โดยปกติหลักๆ ก็จะดูในเรื่องของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ คือ GDP แต่หลายฝ่ายก็พูดว่าลำพังเพียงแค่นั้นอาจจะไม่พอ ขอเสริมให้ว่าโดยทั่วไปถ้าถามนักเศรษฐศาสตร์ที่ใดก็แล้วแต่ว่าเศรษฐกิจของประเทศโน้นประเทศนี้มีความมั่นคงหรือไม่มั่นคง จะวัดกันด้วย 1. มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สม่ำเสมอหรือไม่ ก็คือตัวเลข GDP มีการปรับเพิ่มขึ้นสม่ำเสมอหรือไม่

นายกรณ์กล่าวว่า 2. ทุนสำรองระหว่างประเทศ หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยในอดีตเมื่อสมัยต้มยำกุ้ง เราขาดความมั่นคง GDP เราโตแรง แต่เราขาดความมั่นคงเพราะทุนสำรองระหว่างประเทศของเราลงไปในระดับที่ต่ำจนกระทั่งทำให้เกิด ปัญหาสภาพคล่องและขาดความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจโดยรวมของเรา 3 .คือการจัดเก็บรายได้ภาษีโดยรัฐบาล ถ้ารัฐบาลยังสามารถที่จะเก็บรายได้ภาษีตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ก็ถือว่าน่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ยืนยันได้ว่าเศรษฐกิจยังมีความมั่นคงอยู่

นายกรณ์กล่าวว่า 4. ระดับหนี้สาธารณะ ว่าหนี้สาธารณะของประเทศนั้น ๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ GDP ของประเทศมีสัดส่วนที่สูงจนทำให้เกิดสภาพการขาดความมั่นคงหรือไม่ทางเศรษฐกิจ และ 5. ความเชื่อมั่นโดยรวม ซึ่งความเชื่อมั่นเนี่ย โดยส่วนใหญ่วัดกันครับว่ามีการลงทุนเกิดขึ้นในประเทศนั้นหรือไม่ ไม่ว่าโดยนักลงทุนในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม

“ด้วย 5 ปัจจัยนี้ ผมถึงกล้ายืนยันว่า วันนี้ประเทศไทยไม่มีปัญหาเรื่องของความมั่นคง ที่ผ่านมา ในประเด็นเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ GDP ไตรมาสแรก สศช. เพิ่งประกาศผลออกมาเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่แล้ว เศรษฐกิจไทยโต 2.8% สูงเกินกว่าที่ทุกหน่วยงานคาดการณ์ไว้ เพราะฉะนั้นอัตราการเติบโต ถึงแม้ว่าจะไม่ดีเท่าที่เราคาดหวัง แต่ห่างไกลจากคำว่าวิกฤต ถ้ารู้ในเรื่องของทุนสำรอง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมานี้เอง ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เผยเงินสำรองระหว่างประเทศมูลค่าโดยรวมของเราอยู่ที่กว่า 10 ล้านล้านบาท สูงสุดระดับต้นๆ ในโลก และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประเทศไทยเคยมีมา คือสภาพของประเทศที่ขาดความมั่นคงหรือไม่”นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวว่า การออก พ.ร.ก. เป็นเรื่องใหญ่ที่จะมีผลในระยะยาวต่อประเทศ ถ้าทุกรัฐบาลสามารถอ้างสถานการณ์เศรษฐกิจที่ค่อนข้างเป็นปกติ ณ ปัจจุบันนี้ในการออก พ.ร.ก. ในอนาคต รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 จะไม่มีความหมาย พ.ร.บ. วินัยทางการคลังจะไม่มีความหมาย และทุก ๆ รัฐบาลก็สามารถที่จะกู้เต็มเพดานตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ แล้วก็มาออก พ.ร.ก. เพิ่มเติมได้อีก

“สุดท้ายเศรษฐกิจเราจะไปไม่ได้ รัฐบาลอาจจะบอกว่าฝ่ายค้านมองว่าไม่วิกฤต แต่รัฐบาลมองว่านี่คือวิกฤตค่าครองชีพของประชาชน ผมขอบอก นี่คือการเล่นลิ้น การเมืองพอเล่นได้ครับ แต่การคลังมันไม่ใช่ของเล่น และถ้ามีทัศนคติในการพิจารณาการออก พ.ร.ก. แบบนี้ ถ้าท่านกังวลและเป็นห่วงประเด็นเรื่องของค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน มีวิธีอื่น โดยเฉพาะการทำให้ราคาน้ำมันลดลง ต้นทุนพลังงานลดลง ค่าไฟลดลง ไม่จำเป็นต้องกู้ เพราะการกู้มีแต่จะเพิ่มหนี้สินให้กับประเทศชาติ และทำให้ความมั่นคงถูกทำลาย”นายกรณ์กล่าว

ขณะที่นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า การบริหารงานของรัฐบาลที่ตัดสินใจผิดพลาด ในการนำเงินส่วนใหญ่ไปใช้เพื่อกระตุ้นการบริโภค ทั้งที่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้มีรากฐานมาจากฝั่งการผลิต (Provide) ซึ่งรัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาที่ต้นทุนการผลิตที่กำลังส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปสู่ปัญหาการว่างงาน และรัฐบาลไม่ได้ตัดสินใจบนหลักการทางเศรษฐกิจที่ถูกต้อง แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อกู้กระแสความนิยมทางการเมืองให้กับนายอนุทินและรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยมากกว่า

นายวีระยุทธกล่าวว่า รัฐบาลกำลังเผชิญกับจุดวัดใจที่ต้องตัดสินใจถึง 4 ครั้ง หรือ 4 ทางแยก ทางแยกที่หนึ่ง เลือกรื้องบเดิม หรือ กู้เงินก้อนใหม่ เมื่อเผชิญวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ทางเลือกแรกที่รัฐบาลควรทำคือการรื้องบประมาณเดิม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินที่มีอยู่ และกล้ารีดไขมัน ตัดงบฟุ่มเฟือยในโครงการที่ตั้งราคาไว้สูงเกินจริง เช่น โครงการจัดหาระบบสะสมทักษะ (Ability Credit rating Portfolio) หรือโครงการ TH-AI Passport ซึ่งหากนำมารวมกันจะมีมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท แต่ทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลกลับไม่กล้าเดินหน้าตัดงบ และเลือกเส้นทางที่ง่ายกว่าคือการสร้างหนี้ผ่านการกู้เงินก้อนใหม่

นายวีระยุทธกล่าวว่า ทางแยกที่สอง อ่านสาเหตุวิกฤตผิดทิศผิดทาง วิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางที่ไทยกำลังเผชิญ คือวิกฤตฝั่งภาคการผลิตที่มีต้นตอจากการขาดแคลนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนการผลิตทุกภาคส่วน ทั้งค่าขนส่ง เม็ดพลาสติก ปุ๋ย และอาหาร สะท้อนจากดัชนีราคาผู้ผลิตที่ขยายตัวกว่า 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้น 20-50% และต้นทุนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์พุ่งสูงถึง 60-100% จนกระทบต่อกลุ่ม SME โดยตรง แต่รัฐบาลกลับจัดสรรเงินกู้ก้อนแรก 200,000 ล้านบาท โดยนำเงินถึง 170,000 ล้านบาท (85%) ไปใช้กระตุ้นการบริโภคในระยะเวลาเพียง 4 เดือน โดยไม่มีแผนจัดการฝั่งต้นทุนการผลิต ซึ่งเสี่ยงที่จะส่งผลลุกลามไปถึงการจ้างงาน ดังจะเห็นได้จากตัวเลขคนว่างงานในไตรมาสแรกของปี 2569 ที่เพิ่มขึ้น 10% แตะระดับ 390,000 คนแล้ว

นายวีระยุทธกล่าวว่า ทางแยกที่สาม จงใจตั้ง KPI ให้คลุมเครือ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง แต่กลับพบว่าเงินกู้ก้อนแรกไม่มีตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจน มีเพียงการประเมินว่าเบิกจ่ายได้ตามเป้าหรือไม่ โดยไม่มีการระบุว่าจะส่งผลต่อจีดีพี (GDP) เท่าใด หรือเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ขนส่ง ประมง และเกษตรกรได้มากน้อยเพียงใด ยิ่งไปกว่านั้น เงินกู้ก้อนที่สองอีก 200,000 ล้านบาทที่อ้างว่าเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เมื่อสอบถามสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กลับได้รับคำตอบเพียงกว้างๆ ซึ่งหากดำเนินการเพียงเท่านั้นก็ไม่จำเป็นต้องกู้เงิน แต่สามารถทำผ่านกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติได้

นายวีระยุทธกล่าวว่า ทางแยกที่สี่ พ.ร.ก. กลายเป็นเงินด่วนที่บีบรัดตัวเอง จุดวัดใจที่สำคัญที่สุดคือการเลือกใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. แทนที่จะเป็น พ.ร.บ. เพราะการอ้างความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อออก พ.ร.ก. จะเป็นการผูกมัดรัฐบาลด้วยเงื่อนเวลาที่ต้องดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายใน 30 กันยายน 2570 และเบิกจ่ายให้หมดภายใน 31 ธันวาคม 2570 ขณะที่เป้าหมายใหญ่ระดับประเทศอย่างการเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ความไม่สมดุลนี้จึงเปรียบเสมือนการมองหาเงินด่วนตามเสาไฟฟ้ามากกว่าการวางแผนนโยบายที่ดี

“การตัดสินใจทั้ง 4 ทางแยกนี้บ่งชี้ชัดเจนว่ารัฐบาลเลือกตัดสินใจเพื่อพรรคแทนที่จะเลือกเพื่อประเทศ เพราะเลือกกู้เงินแทนที่จะรื้องบฟุ่มเฟือย เลือกการกระตุ้นบริโภคแทนที่จะแก้ปัญหาต้นทุนการผลิต และจงใจปล่อยให้ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการมีความคลุมเครือ การกู้เงินครั้งนี้จึงเป็นการกู้กระแสการเมืองของรัฐบาล ไม่ใช่การกู้เพื่อสร้างอนาคตให้กับเศรษฐกิจไทย”นายวีระยุทธกล่าว

ที่มา สำนักข่าวอิศรา ( isranews.org )

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/5kw1z5 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. เวทีสาธารณะ “คน ช้าง ป่า” ชวนทุกภาคส่วนร่วมแก้ปัญหา | ชั่วโมงข่าว เสาร์-อาทิตย์ 7 มิ.ย. 69 เวทีสาธารณะ “คน ช้าง ป่า” ชวนทุกภาคส่วนร่วมแก้ปัญหา | ชั่วโมงข่าว เสาร์-อาทิตย์ 7 มิ.ย. 69
  2. นักวิชาการ-เตือน-โลกไม่รอไทย-ถ้ามัวแต่เถียงกัน-ระวัง-ประชาช นักวิชาการ เตือน โลกไม่รอไทย ถ้ามัวแต่เถียงกัน ระวัง ประชาช
  3. -(8-มิถุนายน)-world-oceans-day-2026-กรม-ทช.-เชิญชวนทุกคนร่ว 📮 (8 มิถุนายน) World Oceans Day 2026 กรม ทช. เชิญชวนทุกคนร่ว
  4. แม้หน้าฝนจะเป็นช่วงเวลาที่อากาศสดชื่น-ชุ่มฉ่ำ-เย็นสบาย-️-แ แม้หน้าฝนจะเป็นช่วงเวลาที่อากาศสดชื่น ชุ่มฉ่ำ เย็นสบาย 🌧️⚡ แ
  5. เปิดปฏิบัติการ-moscow-devil-filler-บุกจับหมอฉีดหน้าเถื่อนชาว เปิดปฏิบัติการ Moscow Devil Filler บุกจับหมอฉีดหน้าเถื่อนชาว
  6. ร้องรัฐบาลเดินหน้าเจรจามาเลเซีย-ผ่อนปรนนำเข้ากุ้งต่อเนื่อง-# ร้องรัฐบาลเดินหน้าเจรจามาเลเซีย ผ่อนปรนนำเข้ากุ้งต่อเนื่อง #
  7. (6/6/69)-…หญิงวัย-54-ปี-ชาว-อสวรรคโลก-จ.สุโขทัย-เข้าแจ้งค (6/6/69) …หญิงวัย 54 ปี ชาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เข้าแจ้งค
  8. ย้อนชมอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทย-เมื่อครั้งที่เราได้ ย้อนชมอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทย เมื่อครั้งที่เราได้
  9. บัตรคนจน ทำบ้านแตก คลังไม่ถอย เกณฑ์ลูกใช้ชื่อลดหย่อนภาษี อัพเดทข่าว บัตรคนจน ทำบ้านแตก คลังไม่ถอย เกณฑ์ลูกใช้ชื่อลดหย่อนภาษี อัพเดทข่าว
  10. ข่าวด่วน️-สองเด็กหญิง-อ.อุดรธานี-จมน้ำเสียชีวิต-เหตุเกิดบ ข่าวด่วน สองเด็กหญิง อ.อุดรธานี จมน้ำเสียชีวิต ✅ เหตุเกิดบ

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


    Share via
    Click to Hide Advanced Floating Content
    ×

    มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

    ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

    ไปกันเล้ยยย
    Send this to a friend
    ล่าสุด
    ×