
แล้ววิกฤต “เอลนีโญ” จะกระทบไทยแค่ไหน?
.
แม้ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ “ฤดูฝน”ตามการประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา แต่ “ภัยแล้ง” น่าจะก่อตัวขึ้นเร็ว จากการยืนยันขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ของสหรัฐฯ ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น 98% ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนต่อจากนี้
.
สาเหตุมาจากการหมุนเวียนของสภาพภูมิอากาศโลกได้แปรปรวนเข้าสู่สภาวะสุดขั้วอย่างเต็มรูปแบบ
.
วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้จำกัดตัวอยู่เพียงปัญหาภัยแล้งชั่วคราวตามฤดูกาล แต่มีลักษณะเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่กำลังส่งผลต่อทิศทางการเติบโตของประเทศในระยะยาว ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาคครัวเรือน ที่ต้องแย่งชิงทรัพยากรน้ำ ลามไปถึงค่าครองชีพของประชาชน
.
ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การแผน 7 ด้านรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ
1. เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและอากาศ จัดทำฉากทัศน์เพื่อกำหนดจุดตัดสินใจ (Plight off Point) ในการปรับแผนรายเดือน
2. เร่งกักเก็บน้ำช่วงปลายฤดูฝนให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองไว้ใช้อุปโภคบริโภคจนถึงฤดูแล้งปีถัดไป
3. เร่งรัดโครงการสร้างแหล่งน้ำ เพิ่มพื้นที่แก้มลิง และยกระดับการกระจายน้ำให้ครอบคลุม
4. ขุดลอกคูคลอง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่ให้พร้อมช่วยเหลือเมื่อน้ำหลาก
5. จัดสรรน้ำอย่างเป็นธรรม ลำดับความสำคัญจากอุปโภคบริโภค > ระบบนิเวศ > เกษตร > อุตสาหกรรม และส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย
6. ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วางแผนความมั่นคงด้านน้ำระยะยาว และออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้ทนต่อสภาพอากาศสุดขั้ว
7. ทำงานร่วมกับท้องถิ่น พร้อมแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้เกษตรกรและประชาชนเตรียมรับมือล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง
วันสิ่งแวดล้อมโลก #WorldEnvironmentDay ปรากฏการณ์เอลนีโญ เอลนีโญ #ภัยแล้ง ข่าวไทยพีบีเอส ThaiPBS
( RSS) 2026-06-05 13:36:00———ข่าวอัพเดทจาก : เฟซบุ๊ค ThaiPBS North ———www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย












