
“นุ่น เนตรชนก” ควงสามีพระเอกลิเกเคลียร์ครหา แต่งงานเพราะท้อง? พร้อมเผยเส้นทางรักจากไม่ชอบหน้าสู่คู่ชีวิต
เปิดใจครั้งแรก “นุ่น เนตรชนก” หรือ “นุ่น ดำดง” นางเอกลิเกชื่อดัง เจ้าสาวป้ายแดง ที่วันนี้ขอควงสามีพระเอกลิเกสุดหล่อ “นุ กฤษฎา” เปิดใจครั้งแรกหลังงานวิวาห์สุดอลังการแสนจะอบอุ่น สินสอด 10 ล้าน ทองคำ 30 บาท พร้อมเล่าเส้นทางรักจากคนไม่ชอบหน้าสู่คู่ชีวิต ขอเคลียร์ดราม่า จัดงานแต่งงานเพราะว่าท้อง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
เพิ่งแต่งงานไปสดๆ ร้อนๆ วันที่ 4 มิ.ย. เป็นยังไงกันบ้าง สถานะเปลี่ยนเป็นสามีภรรยา?
นุ : เราสองคนอาจรู้สึกยังไม่ชิน เราต้องปรับตัว เพราะเราเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว เราเหมือนเพิ่งโตขึ้นมา ก็ต้องปรับตัวให้ทัน แต่รู้สึกตื่นเต้นอยู่เลยครับ
คนมางานแต่ง 700 คน?
นุ่น : เกินกว่านั้นค่ะ ด้วยจริงๆ เราจำกัดคนไว้ แต่ทีนี้ก็มีเกินกว่านั้น เราก็จำกัดไม่ได้ คร่าวๆ ก็ประมาณเกิน 700 กว่า
เดิมทีร้องเพลงเกี้ยวกันบนเวที สินสอด 10 ล้าน เจ้าสาวพูดเล่นๆ สุดท้ายเป็นไง?
นุ่น : เขาทำได้จริงค่ะ ก็โอเค พูดกึ่งเล่นกึ่งจริงมาอยู่แล้ว ร้องเพลงเกี้ยวกันมาอยู่แล้ว ใครจะไปรู้ เพลงนี้จริงๆ ร้องธ.ค.ปีที่แล้วค่ะ
นุ : ชื่อเพลงแต่งแน่ปีหน้า ผมร้องวันที่ 25 ธ.ค. เหลืออีก 5 วันก็แต่งแน่ ปีนี้ เร็วมากครับ

ที่กองบนโต๊ะคือเงินสดๆ 10 ล้านความรู้สึกเป็นยังไง?
นุ่น : มันก็เกินเราไปมาก เรามองว่าความรักของเราก็ความรักวัยรุ่นธรรมดา ที่มีความรักเฉยๆ แต่ตรงนี้เรามองว่ามันมีค่า เราเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเรา มีค่าในสิ่งที่คนมาหาเรา เราจับต้องได้ทุกอย่างในสิ่งที่เราเห็น
ทองอีก 30 บาท สิ้นปีจะไปบาทละแสนนะ ตอนนี้เก็บอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนดูแล?
นุ่น : คุณแม่ค่ะ
นุ : มันเป็นที่ครอบครัวเราสองครอบครัวเรื่องสินสอด ถ้ารู้จักนุและนุ่น จะรู้สตอรี่ของเรา เราไม่ใช่คนที่โด่งดังมาเลย ชีวิตครอบครัวผมสั้นๆ คือดีได้เพราะผู้หญิงคนนี้ พ่อแม่หรือพี่ชายสบายได้เพราะผู้หญิงคนนี้ มันก็ไม่แปลกหรอกครับ ที่เขาอยากมีส่วนร่วมในการสู่ขอผู้หญิงคนนี้ ครอบครัวก็ได้ช่วยกัน
ดีได้เพราะผู้หญิงคนนี้ เขาทำให้เราดีขึ้นยังไง คนในครอบครัวดีขึ้นยังไง?
นุ : ต้องพูดจากความจริง ผมไม่ใช่คนมีชื่อเสียงอะไรเลย หากินไปเรื่อยๆ ตามสไตล์ของเรา ไม่มีคนรู้จักมากเท่าไหร่ แต่ผู้หญิงคนนี้ส่องแสงมาให้ผม จากวันที่เขามีกระแสฟีเวอร์ดำดง วันนั้นก็ทำให้เราได้ร่วมงานกัน และทำให้คนมากมายเลยได้รู้จักนุ กฤษฎา หรือบ้านบารมีของเรา ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนี้ เราก็ยังคงเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จักเหมือนเดิม
วันนั้นนุ่นดังกว่านุ?
นุ : ใช่ครับ มากๆ เลยครับ
ย้อนไปหน่อย ทั้งคู่รู้จักกันได้ยังไง?
นุ : เจอกันครั้งแรกที่งานรับเชิญลิเกทั่วๆ ไปครับ เจอกันแต่ให้เธอพูดแล้วกันว่าเราเป็นยังไงกัน
นุ่นไม่ชอบ?
นุ่น : ไม่ชอบเลยค่ะ ไม่ถูกจริตเลย
นุ : วันนั้นเราอยู่กันคนละคณะ แล้วเป็นงานที่ทุกคนต้องไปรวมกัน
นุ่น : เป็นงานพิเศษของคณะนึง แล้วเขามาจากอีกคณะนึง หนูก็ไปจากอีกคณะนึง รวมหลายๆ คณะค่ะ หนูก็เจอเขาที่นั่น หนูไม่ได้สังเกตอะไรเขาเลย เรากวาดตาไปเรื่อยๆ คนไหนเราไหว้ได้โตกว่า เราก็มองไปเรื่อยๆ แล้วสะดุดเขานั่งอยู่บนกล่อง มองหนูแบบไม่เต็มตา
นุ : ตาเล็กครับ (หัวเราะ)
นุ่น : หนูรู้สึกว่าเขามองเราไม่เต็มตา ทั้งที่เราไม่รู้จักกัน

รู้ตัวมั้ยมองยังไง?
นุ : รู้ตัวครับ ถ้าพูดภาษาผู้ชายคือวางกับดักเอาไว้ (หัวเราะ) คือเขาดังไง แต่เราไม่ดัง เราไม่ได้อะไรขนาดนั้น แค่มองนิ่งๆ ไม่ได้ยิ้มอะไรมากมาย มองแล้วเฉยๆ ใจจริงเราอยากมองคนมีชื่อเสียงว่าเขาวางตัวกันแบบไหน เราแค่มองเฉยๆ ครับ
นุ่น : เขาไปกับพี่ชายเขา แต่พี่ชายเขามองไปตรงไหน มองไปหาใครเขาก็จะยิ้ม แตกต่างจากเขา เขามองใครก็ไม่ยิ้ม หนูเลยคิดว่าเป็นอะไรเนี่ย นั่งมึนตึงทำไม ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมามั้ยตึงๆ ทำไม
เจอครั้งแรกไม่ชอบ?
นุ่น : ไม่โอเคค่ะ
นุ : แล้วใจผมที่มองไม่ใช่ว่าตกหลุมรักเขาหรืออะไร ในใจแค่สวย น่ารักดี เก่งดี แต่เราไม่รู้จะไปชื่นชมเขายังไง ไปบอกยังไงให้ได้รู้ ก็เลยเฉยๆ ไว้ก่อน
หลังจากวันที่เจอกัน มันโคจรมาเจอกันอีกได้ยังไง?
นุ่น : หลังจากนั้น 2-3 ปีได้ค่ะ มันเป็นช่วงที่เข้าโควิด แรกๆ โควิดเลยค่ะ หนูก็ตามประสาหนู ไลฟ์สดอยู่บ้าน
นุ : เขาไลฟ์สดขายของทั่วไป ทำธุรกิจออนไลน์ ออกจากบ้านไม่ได้ เราก็ผ่านไปเห็น เริ่มแผนการแล้ว เราว่างไง ก็เข้าไปแซวๆ ดู ตอนนั้นผมเพิ่งอายุ 22-23 ปี เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมก็กำลังวัยรุ่นเลย เข้าไปแอ๊วหน่อย แต่เราแอ๊วแล้ว มีอาการออก
นุ่น : หนูเขินค่ะ
นุ : เราเมนต์ชมปกติ ขายเท่าไหร่
นุ่น : เรื่องของเรื่อง หนูเสียอาการ ตรงที่เขาพิมพ์ๆ หยุดๆ หนูขายแหนม ก๋วยจั๊บญวน ขายตามประสาหนู เขาบอกว่างั้นรับอันนี้ 3 สักพักหายไปกลับมาพิมพ์ใหม่ว่าผมกินไม่ได้ครับ ผมแพ้
นุ : ผมแพ้ก๋วยจั๊บญวนครับ แกล้งเขาครับ
นุ่น : หนูก็เอายังไงกันแน่ ก็เริ่มสะดุดแล้ว
นุ : เขามีอาการโอ้ยเธอ

ตอนนั้นจำเขาได้มั้ยว่าเป็นคนเดียวกัน?
นุ่น : จำได้ค่ะ หลังจากนั้นหนูได้ข่าวไม่ดีเท่าไหร่ของผู้ชายคนนี้มาตลอด เขาเจ้าชู้ เขาไม่ได้มีหลายคน แค่เรารู้ว่าตอนนี้น้องชายคนนี้ เขาไปคบกับคนนี้อยู่นะ มีข่าวกับคนนี้อยู่นะ
นุ : ตอนนั้นเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะเราตั้งใจใช้ชีวิตแบบนั้น แต่พอเราได้ทำความรู้จักเขาแล้ว เราได้รับรู้ว่าสิ่งที่เขาเจอมาหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เขาใช้ชีวิตมา มันหนักหนามาก เราพูดกับตัวเองว่าไม่ได้นะ เราทำเขาไม่ได้แล้ว เราก็เลยตั้งใจที่จะรักผู้หญิงคนนี้
ทำไงได้คุยกันต่อหลังพิมพ์ในไลฟ์สด?
นุ่น : หนูลงไลฟ์ค่ะ เขาก็ทักมาเลย ทางเฟซบุ๊กค่ะ ก่อนหนูลงไลฟ์มีคนทักหนูว่าหนูอ้วนขึ้นมั้ย หนูมีแก้ม มีหน้าออก พอหนูลงปุ๊บ เขาก็ทักเข้ามาว่าไม่ต้องผอมไปกว่านี้แล้ว เท่านี้กำลังน่ารัก (หัวเราะ) หนูก็รีบเข้าไปตอบเขาเลยค่ะ ไม่รอค่ะ เวลาเพื่อนทักมา หนูจะดองไว้ ตอนลงไลฟ์มีเพื่อนทักมาอีก แต่ไม่ตอบเพื่อนค่ะ หนูเลื่อนไปตอบเขาก่อน (หัวเราะ)
ชอบเขาแล้ว?
นุ่น : ไม่รู้ค่ะ แต่ตอนนั้นใจมันสั่งมา (หัวเราะ)
นุ : จากนั้นก็คุยกันยาวเลยครับ เพราะโควิดไม่มีงาน ไม่มีไรทำทั้งสิ้น คุยกับผู้หญิงอย่างเดียวเลย เราก็วิดีโอคอลคุยกัน
นุ่น : เขาขอไลน์หนู หนูยังไม่ให้ หนูบอกเดี๋ยวก่อน ใจร้อนเกิ๊นคุณพ่อ เขาก็โทรมาเลยค่ะ แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงล็อกดาวน์ หนูไปนั่งเล่นบ้านเพื่อน เช้าค่อยกลับ เพราะสี่ทุ่มกลับไม่ได้ หนูก็เลยโอเค โทรก็โทร เขาบอกไม่ต้องวางนะ ออกไปไหนก็ถือไว้แบบนี้
นุ : เป็นผู้ชายขี้เหงาครับ
นุ่น : (หัวเราะ) หนูก็ไม่รู้ทำไม หนูก็ยอม หนูก็ตั้งไว้แบบนั้นแล้วหนูก็ขับรถไปบ้านเพื่อนค่ะ เห็นหน้าเลยค่ะ
ขอไลน์ไม่ให้ แต่ขอวิดีโอคอลให้?
นุ่น : (หัวเราะ) หนูก็หงายไว้ แล้วก็ขับรถไป หนูไปนั่งเล่นกับเพื่อน เราไม่เคยนั่งจับโทรศัพท์เล่นระหว่างนั่งเล่นกับเพื่อน หนูก็วางไว้ที่เดียว ตรงซิงค์ล้างจานบ้านเพื่อน (หัวเราะ) ตอนนั้นไม่อยากบอกเพื่อนว่ามีคนมาคุยกับเรานะ เดี๋ยวเพื่อนแซว เราก็เอาวางไว้ก่อน เขาก็อยู่เงียบๆ ของเขาไป
นุ : เราใช้ชีวิตของเราไป เราอยู่บ้านคนเดียว แม่อยู่บ้านตรงข้าม พี่ชายอยู่อีกหลังนึงในซอย เราก็เหงาหน่อย เราก็หาเพื่อนให้มันได้ยินเสียง แต่เราทำไรของเราก็ทำ เปิดไว้เป็นเพื่อนกัน
นุ่น : เวลาผ่านไป แบตหมด หนูก็ไม่รู้ เพราะลืมไปเลย ตอนเช้าจะกลับบ้าน ก็เริ่มหาโทรศัพท์ อ้าว แบตหมด ขอเพื่อนชาร์จแบตแป๊บนึง พอเปิดมาข้อความยาวเป็นแช็ตค่ะ ตึ้งๆๆ สายไม่ได้รับ แล้วทักมาอีกยาวหนักขวามากค่ะ
.jpg)
พิมพ์ว่าอะไร?
นุ : ต่อว่าเลยครับ ประมาณว่าถ้าไม่อยากคุยกันจริงๆ อย่าทำกันแบบนี้ และจบกันตั้งแต่วันนี้เลย เขาหายไป เราด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้คิดว่าแบตหมด อยู่ๆ ปิดเครื่องไปเลย หายไปทั้งคืนเลย
นุ่น : เขาเสียเหลี่ยม
ถูกทอดทิ้งไว้ที่ซิงค์ล้างจานแล้วยังจะหายอีก?
นุ : ตื่นเช้ามาเราก็ใส่เลยครับ พอเลย จบกันเลยวันนี้จะได้ไม่ต้องเสียใจไปมากกว่านี้ แต่เขาให้เหตุผลว่าแบตหมด ก็ขอโทษ แล้วก็เหมือนเดิม
นุ่น : (หัวเราะ) หนูก็มีชั้นเชิงของหนูเหมือนกัน หนูบอกว่าขอโทษ แบตหมด
นุ : แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม เขาเล่าให้ฟังแบบนี้ เราก็อ๋อ ตอนนั้นเราอยู่คนเดียว เราก็คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันยังไงแน่ แต่ก็จบด้วยดี ขอโทษกันแล้วจบ
ไม่กลัวเขาพิมพ์ว่าได้เลย จบก็จบ?
นุ : ถ้าพูดแบบไม่เฟกเลยนะครับ ตอนนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะเราเพิ่งคุยกัน ยังพอเอาตัวเองกลับมาได้ง่ายอยู่ เพิ่งวันสองวันเอง เราแค่ไม่ชอบให้ใครทำกับเราแบบนี้เท่านั้นเองครับ
เจอครั้งแรก เห็นว่าพาไปเจอพ่อแม่เลย?
นุ : เราสองคนเหมือนกันตรงที่ว่าเราไปไหนเราพาพ่อแม่ไปด้วย อย่างเขาตอนเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาจะพาแม่ไปด้วยทุกครั้ง เช่นกัน มาหาเราครั้งแรก เขาพาแม่มาเป็นเพื่อน เราก็พาครอบครัวไปเที่ยวอยู่แล้ว เลยได้เจอกันครั้งแรกเลย
เจอกันครั้งแรกที่ไหน?
นุ่น : หัวหิน
นุพาพ่อแม่ไปเที่ยวอยู่แล้ว นุ่นนัดกันไปเจอ?
นุ : เราชวนเขาไปเจอกันที่โน่น แล้วก็เจอคุณพ่อคุณแม่เลย
เจอพ่อแม่แต่ละฝ่ายเป็นยังไงบ้าง?
นุ่น : เขาไม่เกร็งเลยค่ะ สิ่งที่เรามอง ตอนแรกเราเห็นเขาครั้งแรก หนูคิดว่าเขาเด็ก หนูกลัวเขาจะรู้สึกเก้ๆ กังๆ เวลาไปเจอผู้ใหญ่ หนูก็ทำใจไว้แล้วว่าไม่เป็นไร แต่ด้วยตัวเขา เขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก เขาชน เขากล้าไปนั่งคุย หนูก็นั่งมองว่าอ้าว ทำไมกล้า ทั้งที่แม่หนูถ้าเขาเจอใครครั้งแรกเขาจะไม่ยิ้มเลย เขาไม่ได้เป็นอะไรนะ แต่แม่หนูจะเป็นแบบนี้ เขามีกำแพงของเขา
นุ : เขาคนเสมอก่อน

นุคุยอะไรกับแม่?
นุ : จำไม่ได้แล้วครับ แต่แม่ยิ้มคุยด้วยปกติเลย
คบนาน 5 ปี ล่าสุดท้อง จนคนคิดว่าแต่งงานเพราะท้องก่อนแต่งหรือเปล่า?
นุ : ต้องไล่เป็นไทม์ไลน์ เราได้มีการตกลงระหว่างพ่อและแม่ในครอบครัวอยู่แล้วว่าเราจะแต่งงานกันตอนไหน ซึ่งเรามีแพลนกันมานานแล้ว ซึ่งมีแพลนคือช่วงมิ.ย. นี้ครับ เพราะลิเกมีเวลาในการทำงาน ตั้งแต่ต.ค. – พ.ค. จัดเต็มเดือนเลย ซึ่งเราไม่มีเวลาแต่ง นั่นหมายความว่าเราตกลงแล้วว่าช่วงนี้ว่างบ้าง เราจะจัดงานแต่งแล้ว ทีนี้เกิดเหตุการณ์ว่าเราตกลงกันเรียบร้อย ระหว่างเรารอเดือนมิ.ย. น้องมาพอดี นุ่นบอกว่าสงสัยน้องอยากมางานแต่งด้วยครับ
นุ่น : เราปลูกบ้านด้วยแหละ เราใช้เวลาระหว่างรอปลูกบ้าน คุยกันก่อนปลูกบ้านด้วยซ้ำ คุยตกลงที่จะแต่งงาน เขาคุยก่อนว่ามีแพลนนี้ๆ พอตกลงแล้วว่าจะแต่งประมาณไหน ก็ปลูกบ้านต่อ ระหว่างรอบ้าน รอฤกษ์แต่ง ฤกษ์งามยามดี ฤกษ์สะดวกเราด้วย น้องก็มาด้วย น้องคงคิดแหละคงอยากมางานแต่งด้วย และคงอยากมาอยู่บ้านเลย (หัวเราะ)
เจอคนคอมเมนต์แล้วอยากบอกอะไร?
นุ่น : จริงๆ เราเตรียมรับมือไว้อยู่แล้วค่ะ ณ วันที่เราตั้งใจที่จะบอก เราคิดว่าเขาคงไม่ได้รู้จริงๆ ว่าเหตุผลอะไร 1 2 3 เรามีการเตรียมไว้มั้ยหรืออะไร เขาคงไม่รู้จริงๆ ก็คงต้องปล่อยค่ะ
นุ : ทุกอย่างเกิดจากการที่เราตั้งใจ วางแพลนอยู่แล้วครับ
รู้เพศหรือยัง?
นุ่น : ยังค่ะ เดือนนี้ก็จะทราบแล้ว จริงๆ ก็อยากเซอร์ไพรส์แฟนคลับด้วย

นุ่นอยากได้ลูกชายหรือลูกสาว?
นุ่น : จริงๆ อยากได้ผู้หญิง
นุ : เราเป็นผู้ชายก็อยากได้ผู้ชาย อยากให้เป็นเพื่อนเรา
ตั้งชื่อว่าอะไร?
นุ : ตอนแรกเราตั้งว่าน้องน้ำเหนือ แต่เหนือเนตรที่แฟนคลับเรียกกัน คือชื่อบริษัทของเรา เอาชื่อลูกกับนุ่น เนตรชนกมารวมกัน เลยเป็นเหนือเนตร แฟนคลับก็เลยคิดว่าชื่อน้องเหนือเนตรไปเลย แต่จริงๆ ชื่อที่เราตั้งตั้งแต่แรกคือน้องน้ำเหนือครับ
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Web roar : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama












