
เปิดหนังสือ ‘ธปท.’ ตั้งข้อสังเกต ชี้ช่องโหว่-ผลสืบเนื่องไม่พึงประสงค์ ปรับคุณสมบัติลงทะเบียน ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ เกณฑ์ไม่มีวงเงินสินเชื่อ-รวมไม่เกิน 1 แสนบาท กระทบลูกหนี้เกษตรกร-รายย่อย เข้าไม่ถึงสวัสดิการฯ – เกิดข้อร้องเรียน ด้าน ‘โฆษกรัฐบาล’ เผย ยืนยันสิทธิสำเร็จแล้ว 8.45 ล้านราย
สืบเนื่องจากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิ.ย.69 ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 ก.ค.69 ซึ่งผ่านคุณสมบัติจะสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.69 เป็นต้นไป โดยคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน อย่างไรก็ตามจากการปรับปรุงเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ บุคคลที่เข้าข่ายไม่ได้รับสิทธิ เช่น บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
อ่านประกอบ : กรองหลายชั้น! ลงทะเบียน ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' รอบใหม่-เปิดคุณสมบัติ เกณฑ์รายได้ไม่เกิน 1 แสน/คน/ปี
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของครม.ในเรื่องดังกล่าว ว่า ธปท. พิจารณาแล้วไม่ขัดข้องในภาพรวม เนื่องจากโครงการฯ เป็นการปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะช่วยให้การจัดสรรสวัสดิการสังคมแก่ประชาชนครอบคลุมและตรงจุด (focused) อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธปท. มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการปรับคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนที่จะได้รับสิทธิตามโครงการฯ โดยกำหนดเกณฑ์หนี้สินให้เป็นผู้ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) นั้น จะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางบางส่วนที่มีวงเงินสินเชื่อเกินเกณฑ์ดังกล่าว ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐได้ อาทิ กลุ่มลูกหนี้เกษตรกรหรือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐต่าง ๆ เนื่องจากประสบภัยพิบัติหรือวิกฤต ซึ่งอาจเกิดข้อร้องเรียนต่อเงื่อนไขโครงการฯ ได้
นอกจากนี้ การกำหนดเกณฑ์ตามขนาดของวงเงินสินเชื่อในฐานข้อมูลเครดิตของ NCB ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมผู้ให้บริการสินเชื่อทุกราย อาจทำให้เกิดข้อกังวลถึงความเสียเปรียบของผู้มีวงเงินสินเชื่อในฐานข้อมูลเมื่อเทียบกับผู้มีวงเงินสินเชื่อใกล้เคียงกันแต่ไม่ปรากฏในฐานข้อมูล
ดังนั้น จึงอาจพิจารณาประเด็นตามข้อสังเกตดังกล่าว เพื่อให้โครงการฯ บรรลุวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือ ผลสืบเนื่องที่ไม่พึงประสงค์ ในด้านอื่น
นอกจากนี้ หากมีการดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในอนาคต ควรพิจารณาควบคู่กับการทบทวนวงเงินและข้อมูลของผู้ได้รับสิทธิอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงควรพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อเสริมศักยภาพในการสร้างรายได้ในระยะยาว เพื่อลดภาระการคลังและสนับสนุนให้ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

@ ยืนยันสิทธิสำเร็จแล้วกว่า 8.45 ล้านราย
ด้าน น.ส. รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการปกครอง เปิดระบบผ่านเว็บไซต์ https://net-app.bora.dopa.inch.th/welfare/login หรือ QR Code และใช้ ThaiD ในการเข้าใช้งาน สำหรับประชาชนกลุ่มตกหล่น ซึ่งจะสามารถเข้าลงทะเบียนเองได้ ส่วนประชาชนที่ไม่พร้อมตามช่องทางนี้ ขอให้รอเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย จะนัดหมายไปหาในพื้นที่/ที่บ้าน รวมทั้งจะช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รายเดิม) ในการยืนยันตัวตนด้วย ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รายเดิม) ยังสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ได้ผ่านเว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.inch.th หรือ welfare.mof.inch.th โดยพิสูจน์ตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือกรอกเลขประจำตัวประชาชนและวันเดือนปีเกิด ระบบจะแสดงผลสถานะการลงทะเบียน 3 รูปแบบ ได้แก่
1. “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ให้รอผลการตรวจสอบคุณสมบัติโดยไม่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม และติดตามประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
2. “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง” ให้ดำเนินการลงทะเบียนใหม่ และ
3. “อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน” ให้กลับมาตรวจสอบสถานะอีกครั้งในวันถัดไป
ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนไม่จำเป็นต้องดำเนินการผ่านช่องทางเดิม หากไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถติดต่อหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 5 แห่ง เพื่อขอรับความช่วยเหลือได้
น.ส.รัชดากล่าวว่า กระทรวงการคลังรายงานความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิ ระหว่างวันที่ 4–5 มิถุนายน 2569 ณ เวลา 24.00 น. พบว่า มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมลงทะเบียนแล้วรวม 8,865,427 ราย โดยในจำนวนนี้ยืนยันสิทธิสำเร็จแล้ว 8,454,728 ราย หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 95 ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด ขณะที่ผู้ที่ระบบแสดงสถานะ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ไม่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม ขอให้รอผลการตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569














