
.
9 มิถุนายน 2569 – นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือช้างป่าวัยชรา ว่า ได้สั่งการให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) พร้อมด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ และอุทยานแห่งชาติตาพระยา สนธิกำลังร่วมกับกลุ่มจิตอาสาภาคประชาชน ลงพื้นที่ติดตามอาการเพื่อช่วยเหลือช้างป่าเพศผู้ วัยชรา ทะเบียนหมายเลขประจำตัว DY M 001 หรือที่รู้จักในชื่อ “พลายลุงตู่” อายุประมาณ 50 – 60 ปี หลังได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีผ่านสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ว่าพบช้างป่าตัวดังกล่าวได้รับบาดเจ็บและซูบผอม อาศัยอยู่บริเวณตำบลสำโรงใหม่ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
.
นายอรรถพล กล่าวว่า ขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งเจ้าของที่ดินที่มีความเมตตาต่อสัตว์ป่า โดยอนุญาตให้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างสะดวก และขอบคุณภาคประชาชนและกลุ่มจิตอาสา ที่ให้ความช่วยเหลือทุกด้านที่ทำได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนอย่างแท้จริงของการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสัตว์ป่า โดยขอให้พี่น้องประชาชนและคนรักช้างสบายใจได้ว่า กรมอุทยานฯ จะสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และยุทโธปกรณ์อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อร่วมมือกับทุกท่านในการรักษาพลายลุงตู่ให้ดีที่สุด โดยในวันพรุุ่งนี้ (10มิ.ย.69) ได้สั่งการให้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 ประชุมร่วมกับชาวบ้าน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางในการดูแลพลายลุงตู่ให้ดีที่สุดต่อไป
ด้านนายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า จากรายงานการเข้าตรวจสอบและประเมินสุขภาพภายนอกโดยทีมสัตวแพทย์ นำโดยนางสาวพรรณราย ว่องวัฒนกิจ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ พบว่า “พลายลุงตู่” มีสภาพร่างกายซูบผอมเล็กน้อย คะแนนความสมบูรณ์ของร่างกาย (Physique situation collect) อยู่ที่ 2.5 จากเต็ม 5 คะแนน เนื่องจากฟันเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุขัย ทำให้อุจจาระมีลักษณะหยาบ ประสิทธิภาพการย่อยอาหารลดลง แต่ช้างยังคงมีความตื่นตัวและมีความอยากอาหารสูง โดยพฤติกรรมส่วนใหญ่ชอบนอนตะแคงแช่น้ำสลับซ้าย-ขวา เพื่อบรรเทาความร้อนและอาการเจ็บปวด โดยพบบาดแผลเปิดขนาดใหญ่บริเวณสะโพกด้านขวา ซึ่งเป็นแผลเก่าที่มีหนองสีขาวไหลออกมาและมีอาการบวมเล็กน้อย รวมถึงพบแผลรูขนาดเล็กบริเวณลำตัวและสะโพกทั้งสองข้าง แต่ไม่มีอาการบวมรุนแรง
.
สำหรับแผลหนองขนาดใหญ่บริเวณสะโพกด้านขวาของพลายลุงตู่นั้น อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า (สอป.) จัดส่งทีมสัตวแพทย์ชำนาญการและผู้เชี่ยวชาญด้านช้างป่า ลงพื้นที่สมทบกับสัตวแพทย์ประจำ สบอ. 7 เพื่อร่วมปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยหลังจากนี้สัตวแพทย์จะเข้าทำความสะอาดล้างแผล ควบคุมการติดเชื้อ และวางระบบการให้ยาบำรุง-ยาสมานแผลผ่านทางอาหารอย่างเป็นระบบ โดยมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าร่วมกับกลุ่มจิตอาสาในพื้นที่คอยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจพิจารณาล้อมรั้วไฟฟ้าควบคุมพื้นที่เพื่อความปลอดภัยต่อพลายลุงตู่และชาวบ้านใกล้เคียงด้วย
การรักษาเบื้องต้น ทีมสัตวแพทย์ได้เสริมวิตามินบำรุงร่างกายพร้อมอาหารเสริมที่มีสรรพคุณในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเร่งการสมานแผล โดยใช้วิธียัดไส้ในอาหารให้ช้างกินตามปริมาณที่กำหนด พร้อมกันนี้ได้ร่วมกันวางแผนการจัดการด้านอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมกับช้างป่าอายุมากในระยะยาว เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นและเพิ่มน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย
นอกจากนี้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังได้สั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 จัดกำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่ เฝ้าระวัง ติดตามอาการ และสังเกตพฤติกรรมของพลายลุงตู่ อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรายงานตรงต่อทีมสัตวแพทย์อีกด้วย
พลายลุงตู่ ช้างป่าชรา กรมอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่7 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อุทยานแห่งชาติตาพระยา กลุ่มจิตอาสาภาคประชาชน DNP1362
RSS) ——— ที่มา : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ——— www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย 🇹🇭













