
เปิดภารกิจ ‘เรือหลวงจักรีนฤเบศร’ ยกระดับความมั่นคงไทย ขณะที่ ‘กองทัพเรือ’ เดินหน้าผลักดันสู่การเป็น ‘ฐานปฏิบัติการ’ อากาศยานไร้คนขับ ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า
…………………………………….
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ นำคณะผู้เข้าร่วมหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ ‘กระบวนทัศน์ใหม่ของสื่อหลังโลกาภิวัตน์ รุ่นที่ 3 : สร้างเครือข่ายความรู้สู่วาระสาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน’ เดินทางเยี่ยมชม เรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่ท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อรับฟังบทบาทและพัฒนาการของเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกและลำเดียวของประเทศไทย
น.ท.จักรพงศ์ สิทธิไชย นายทหารยุทธการเรือหลวงจักรีนฤเบศร กองทัพเรือ (ทร.) กล่าวว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศรขึ้นระวางประจำการมาแล้ว 29 ปี หรือตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.2540 และยังคงปฏิบัติภารกิจรับราชการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้ปลดประจำการตามที่หลายคนเข้าใจ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางกองทัพเรือได้ปรับปรุงและพัฒนาขีดความสามารถของเรือลำนี้อย่างต่อเนื่องตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้เรือหลวงจักรีนฤเบศรยังสามารถปฏิบัติภารกิจได้เช่นเดียวกับวันแรกที่เข้าประจำการ และมีสมรรถนะสูงกว่าเดิมด้วย
“ปัจจุบันเรือหลวงจักรีนฤเบศรทำหน้าที่เป็นเรือบัญชาการในทะเล สนับสนุนการปฏิบัติการทางอากาศ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การบรรเทาสาธารณภัย และการรักษาพยาบาล ขณะเดียวกัน กองทัพเรือกำลังพัฒนาให้เรือลำนี้เป็นฐานปฏิบัติการของอากาศยานไร้คนขับ ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า รองรับทั้งอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เรือผิวน้ำไร้คนขับ และยานใต้น้ำไร้คนขับ เพื่อให้สอดรับกับรูปแบบสงครามสมัยใหม่” น.ท.จักรพงศ์ กล่าว

น.ท.จักรพงศ์ ระบุด้วยว่า แนวคิดการจัดหาเรือหลวงจักรีนฤเบศรเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์พายุไต้ฝุ่นเกย์ เมื่อปี 2532 ซึ่งกองทัพเรือประสบข้อจำกัดในการนำเรือเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย จึงนำไปสู่การจัดหาเรือขนาดใหญ่ที่สามารถฝ่าคลื่นลมรุนแรงได้ และออกแบบให้รองรับทั้งภารกิจด้านมนุษยธรรมและด้านความมั่นคง โดยในยามสงบทำหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย อพยพประชาชน คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ส่วนในยามสงครามทำหน้าที่เป็นเรือธง ควบคุมบังคับบัญชากองเรือ สนับสนุนการป้องกันภัยทางอากาศ ภัยผิวน้ำ ภัยใต้น้ำ และการปฏิบัติการร่วมของเหล่าทัพ
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรือหลวงจักรีนฤเบศรมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนหลายเหตุการณ์ ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุลินดา น้ำท่วมหาดใหญ่ มหาอุทกภัยปี 2554 และเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดสงขลาเมื่อปลายปีแล้ว โดยสามารถระดมกำลังพล สิ่งของบริจาค และเสบียงออกเดินทางได้ภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง พร้อมทำหน้าที่เป็นโรงครัวพระราชทานและฐานสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย แม้จะมีข้อจำกัดด้านการกินน้ำลึกประมาณ 8 เมตร ไม่สามารถเข้าเทียบท่าเรือขนาดเล็กได้ จึงต้องทอดสมอในพื้นที่ปลอดภัย ก่อนใช้เฮลิคอปเตอร์และเรือเล็กลำเลียงความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย” น.ท.จักรพงศ์ กล่าว
สำหรับเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้รับการต่อจากประเทศสเปน โดยออกแบบให้หัวเรือเชิดขึ้นเพื่อรองรับเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่งแบบ Harrier มีระวางขับน้ำกว่า 11,000 ตัน ความยาว 182.6 เมตร ความเร็วสูงสุด 27 นอต หรือประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเดินเรือในสภาพคลื่นลมสูงกว่า 13 เมตร ภายในเรือมีศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการ ห้องควบคุมการบิน โรงพยาบาลขนาด 15 เตียง ห้องผ่าตัด ห้องทันตกรรม ห้องเอกซเรย์ ครัวขนาดใหญ่ และพื้นที่รองรับผู้ประสบภัย ทำให้เรือลำนี้สามารถปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนได้ควบคู่กับภารกิจทางทหาร












