
.
เมื่อสายน้ำจากพื้นที่สูงไหลบ่าลงสู่พื้นที่ราบอย่างรวดเร็ว ภาพของบ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนที่ถูกน้ำเข้าท่วมอาจเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง นี่คือธรรมชาติของ “น้ำป่าไหลหลาก” ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและสร้างผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก
.
หนึ่งในเหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นที่จังหวัดน่าน หลังฝนตกต่อเนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุม ส่งผลให้เกิดน้ำสะสมในพื้นที่ต้นน้ำ ก่อนจะไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว
.
แต่เหตุใด “น่าน” จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากอยู่เสมอ และเทคโนโลยีจากอวกาศช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์ว่า ลักษณะภูมิประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จังหวัดน่านมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดเป็นภูเขาสลับกับพื้นที่ราบลุ่ม เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำฝนจากพื้นที่สูงจะไหลรวมตัวตามแนวลาดชันลงสู่ลำน้ำต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว
.
โดยเฉพาะ “แม่น้ำน่าน” ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่ไหลผ่านพื้นที่ตอนกลางของจังหวัด เมื่อมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำเพิ่มขึ้น ระดับน้ำในแม่น้ำและลำน้ำสาขาก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย หากปริมาณน้ำมากเกินความสามารถในการรองรับ อาจทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นและเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนโดยรอบ
.
ปัจจัยด้านสภาพอากาศก็มีบทบาทสำคัญ เมื่อเกิดฝนตกสะสมต่อเนื่อง ดินและพื้นที่ต้นน้ำอาจมีความสามารถในการดูดซับน้ำลดลง ทำให้น้ำไหลบนผิวดินมากขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดน้ำป่าไหลหลาก
.
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในการติดตามน้ำท่วม คือ ดาวเทียมระบบ SAR (Synthetic Aperture Radar) หรือดาวเทียมเรดาร์แบบสังเคราะห์รูรับแสง โดยดาวเทียม SAR ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งลงมายังพื้นผิวโลกและรับสัญญาณสะท้อนกลับมา ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
.
คลื่นเรดาร์สามารถทะลุผ่านเมฆได้ จึงยังสามารถสำรวจพื้นที่ได้แม้ในช่วงที่มีฝนตกหรือมีเมฆหนา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดาวเทียมทั่วไปอาจไม่สามารถบันทึกภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในจังหวัดน่าน ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ SAR ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อประเมินขอบเขตพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยภาพจากดาวเทียม Sentinel-1D เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สามารถแสดงพื้นที่น้ำท่วมในหลายบริเวณของจังหวัดได้อย่างชัดเจนดังภาพ
.
ผลการวิเคราะห์พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 17,000 ไร่ ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์ในระดับพื้นที่กว้าง และช่วยสนับสนุนการประเมินผลกระทบในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ
.
ข้อมูลจากดาวเทียมไม่ได้เป็นเพียงภาพของพื้นที่น้ำท่วม แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า น้ำเดินทางไปทางใด พื้นที่ใดได้รับผลกระทบ และสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป
.
หลังเหตุการณ์น้ำป่าน่านครั้งนี้ ระดับน้ำเริ่มลดลงและหลายพื้นที่เข้าสู่ช่วงฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม การติดตามสถานการณ์ฝนในพื้นที่ต้นน้ำยังคงมีความสำคัญ เนื่องจากฝนตกสะสมระลอกใหม่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากซ้ำได้
.
ภาพและข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
.
#NationalGeographicThailand
RSS) ที่มา : Nationwide Geographic Thailand's












