
8 ประเด็นเซอร์ไพรส์ ในการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์

- Creator, สตีเวน แม็คอินทอช
- Role, ผู้สื่อข่าวบันเทิง
ผู้เชี่ยวด้านรางวัลออสการ์ต่างประหลาดใจกับสองคำแรกที่ถูกเอ่ยขึ้นในการประกาศชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
“แอล แฟนนิง จากภาพยนตร์เรื่อง “เซนติเมนทัล แวลยู” (Sentimental Price)” แดเนียลล์ บรูคส์ และลูอิส พูลแมน พิธีกร กล่าวในขณะที่พวกเขาประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลประเภทนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
การปรากฏตัวของแฟนนิงเป็นกระแสเผ็ดร้อนตั้งแต่แรกเริ่ม เธอได้รับการชื่นชมสำหรับการแสดงของเธอในเรื่องราวดราม่าของครอบครัวชาวนอร์เวย์ แต่มีน้อยคนนักที่คาดการณ์ว่าจะถึงขั้นได้เข้าชิงรางวัลออสการ์
หมวดหมู่แรกของการประกาศชื่อผู้เข้าชิงรางวัลสร้างบรรยากาศที่ทำให้เกิดการไม่ยอมรับและความประหลาดใจตามมาอย่างหนาหูและรวดเร็ว และนี่คือ 8 ประเด็นสำคัญ
1. ตัวเต็งบางคนไม่ผ่านเข้าชิง

ที่มาของภาพ : Getty Images
แม้ว่า ‘แฮมเน็ต' (Hamnet) และ ‘วัน แบตเทิล อาฟเตอร์ อะนาเธอร์' (One Battle After Yet any other) จะทำได้ดี แต่ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องกลับได้เข้าชิงในสาขารางวัลด้านการแสดงน้อยกว่าที่ถูกคาดหวังอยู่เล็กน้อย
พอล เมสคัล พลาดเข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงสมทบจากภาพยนตร์เรื่องแฮมเน็ต ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจ แม้เราจะมั่นใจว่ามันจะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากกับสถานะของเจสซี บัคลีย์ นักแสดงร่วมกับเขาที่ได้เข้าชิงรางวัลในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
ขณะเดียวกัน นักแสดงหลัก 4 คนจากภาพยนตร์เรื่องวัน แบตเทิล อาฟเตอร์ อะนาเธอร์ มีชื่อเข้าชิงรางวัล ทว่านักแสดงคนดังในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเชส อินฟินิตี กลับไม่ได้เข้าชิงรางวัลในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม แม้เธอจะเป็นตัวเต็งก็ตาม
เป็นที่ยอมรับกันว่ารางวัลในสาขานี้มีอัตราการแข่งขันสูง อย่างไรก็ดี ด้วยวัยเพียง 25 ปี และเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามต่อการแสดงของเธอในภาพยนตร์เรื่องนี้ เราค่อนข้างมั่นใจว่านี่จะยังไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เรามีโอกาสได้ยินชื่อเธอ
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุดof ได้รับความนิยมสูงสุด
นักแสดงคนอื่น ๆ ที่มีโอกาสดี แต่สุดท้ายก็พลาดเข้าชิง อาทิ เจสซี พลีมอนส์ จากภาพยนตร์เรื่อง ‘บูโกเนีย' (Bugonia) และโจเอล เอ็ดเกอร์ตัน จาก ‘เทรน ดรีมส์' (Educate Needs) แต่ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องก็ได้เข้าชิงรางวัลสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แสดงว่า เดอะ อคาเดมีผู้มอบรางวัลชื่นชอบภาพรวมของภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้
2. เอฟวัน (F1) คือ หนังที่เข้าถึงได้ง่าย

ที่มาของภาพ : Getty Images
‘เอฟวัน' (F1) ภาพยนตร์ที่แบรด พิตต์ แสดงเป็นอดีตนักแข่งรถที่หวนคืนวงการ เป็นชื่อที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
มันไม่ใช่ภาพยนตร์ที่อยู่นอกวงเสียทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญด้านรางวัลหลายคนคาดการณ์ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้เข้าชิงหลายรางวัลระดับรองลงมา สำหรับความสำเร็จทางเทคนิคที่น่าประทับใจ (เราแนะนำให้คุณดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ หรือด้วยระบบเสียงแบบเซอร์ราวด์ หรือ ระบบเสียงแบบรอบทิศทาง หากคุณทำได้)
แต่ความจริงที่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาษีมากพอจนได้เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม คือการแสดงให้เห็นความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เข้าชิงในสาขาหลักอื่น ๆ เช่น สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม หรือสาขาด้านการแสดงต่าง ๆ
มันแสดงให้เห็นว่าคนเก่า ๆ ของเดอะ อคาเดมี (the Academy) ยังคงชื่นชมภาพยนตร์รูปแบบดั้งเดิมที่ถูกสร้างสรรค์มาอย่างดี ซึ่งสามารถกินป็อปคอร์นนั่งดูอย่างมีความสุขได้ง่าย ๆ
3. ‘ซินเนอร์ส' (Sinners) มีชื่อเข้าชิงมากสุด

ที่มาของภาพ : Getty Images
‘ซินเนอร์ส' (Sinners) ทุบสถิติผ่านเข้าชิงถึง 16 รางวัล ทำลายสถิติก่อนหน้านี้ของภาพยนตร์เรื่องลาลาแลนด์ (La La Land), ไททานิก (Sizable) และออล อะเบาท์ อีฟ (All About Eve) ซึ่งแต่ละเรื่องเคยได้เข้าชิงเรื่องละ 14 รางวัล
ภาพยนตร์สยองขวัญเกี่ยวกับแวมไพร์ของไรอัน คูเกลอร์ ทำได้ดีในการรักษาโมเมนตัมกับผู้มีสิทธิโหวตเลือก เมื่อพิจารณาว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว
แต่จริง ๆ แล้วมันคือภาพยนตร์ประเภทที่เดอะ อคาเดมีต้องการจะให้คุณค่า แม้ว่าภาพยนตร์แวมไพร์อาจไม่ใช่แนวที่เตะตาผู้ให้รางวัลออสการ์มาแต่ดั้งเดิม ทว่าซินเนอร์สคือความสำเร็จทางศิลปะอย่างแท้จริง ด้วยการผสมผสานระหว่างหนังสยองขวัญกับดนตรีบลูส์ยุคทศวรรษ 1930 โดยมีฉากหลังเป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมิสซิสซิปปี (Mississippi Delta)
คูเกลอร์ยังเคยเป็นพาดหัวข่าวในสื่อสำนักพิมพ์เกี่ยวกับธุรกิจฮอลลีวูดเมื่อปีที่แล้วสำหรับข้อตกลงที่เขาต่อรองกับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส (Warner Brothers) ซึ่งจะทำให้สิทธิการเป็นเจ้าของภาพยนตร์กลับมาเป็นของเขาภายหลังช่วงเวลา 25 ปี
4. เดอะ อคาเดมีไม่หลงสเน่ห์เวทมนตร์ของ ‘วิคเค็ด' (Defective)

ที่มาของภาพ : Getty Images
ภาพยนตร์เรื่อง ‘วิคเค็ด' (Defective) ภาคแรกเคยได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ 10 รางวัล และคว้าชัยชนะไป 2 รางวัล ดังนั้น มันจึงเป็นการตกตุ๊บจากหอคอยเมื่อตัวเลขรางวัลที่ได้เข้าชิงในปีนี้เหลือศูนย์
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย ‘วิคเค็ด: ฟอร์ กู๊ด' (Defective: For Appropriate) ได้รับกระแสตอบรับที่น้อยลงกว่าภาคก่อนมาก ซึ่งสะท้อนผ่านเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย
ภาคสองของภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกหลายคนมองว่าอ่อนแอกว่าภาคแรก ส่วนหนึ่งเพราะเพลงฮิตทั้งหมดปรากฏออกมาก่อนกลางเรื่อง
แต่ก็มีการคาดหมายไว้ว่าอย่างน้อยวิคเค็ด: ฟอร์ กู๊ด อาจจะได้เข้าชิงรางวัลในบางประเภท โดยหลายคนคาดการณ์ว่าเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ชื่อเพลงว่า ‘เดอะ เกิร์ล อิน เดอะ บับเบิล' (The Lady in the Bubble) ที่ขับร้องโดยอะรีอานา กรานเด และเป็นเพลงที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ในภาพยนตร์ดัดแปลงเรื่องนี้ จะได้เข้าชิงรางวัลในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อีกเรื่องได้รับข่าวดีกว่า อย่างเรื่อง ‘อวตาร: อัคนีและธุลีดิน' (Avatar: Fire and Ash) ที่อย่างน้อยก็ได้เข้าชิงรางวัลอยู่บ้างในสาขาเทคนิคพิเศษทางภาพยอดเยี่ยมและการออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
ภาพยนตร์กระแสหลักบางเรื่องปรากฏชื่อได้เข้าชิงในสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม ซึ่งมีชื่อของภาพยนตร์เรื่อง ‘ซูโทเปีย 2' (Zootopia 2) ซึ่งทำรายได้ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.3 หมื่นล้านบาท) และภาพยนตร์ฮิตบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงอย่าง ‘เคป็อป ดีมอน ฮันเตอร์ส' (KPop Demon Hunters)
5. ชาวอังกฤษติดโผด้วย

ที่มาของภาพ : Getty Images
ภาพยนตร์เรื่อง ‘ซินเนอร์ส' ไม่เพียงแต่จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากที่สุดเท่านั้น แต่ยังส่งชาวอังกฤษสองคนเข้าชิงรางวัลในสาขานักแสดงด้วย
วุนมี โมซากู และเดลรอย ลินโด เข้าชิงในสาขานักแสดงสมทบหญิงและชายยอดเยี่ยม
แม้ว่าจะเป็นที่คาดหมายอยู่แล้วว่าโมซากูจะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ แต่ชื่อของลินโดที่ติดโผด้วยได้สร้างความประหลาดใจ และการที่มีชื่อเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงด้วยก็แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่อง ‘ซินเนอร์ส' ได้รับความรักอย่างล้นหลามเพียงใดจากเดอะ อคาเดมีที่ให้รางวัล
ลินโดพลาดเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมเมื่อไม่กี่ปีก่อนจากภาพยนตร์เรื่อง ‘สไปก์ ลีส์ ดา ไฟว์ บลัดส์' (Spike Lee's Da 5 Bloods) ทำให้การได้รับเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์เป็นครั้งแรกของนักแสดงวัย 73 ปีรายนี้ให้ความรู้สึกเหมือนได้ชำระสิ่งที่ติดค้างมานาน
6. นักแสดงหญิงหลายคนพาภาพยนตร์เข้าชิงรางวัล

ที่มาของภาพ : Getty Images
นักแสดงหญิงสามคนที่ได้รับการประกาศชื่อเข้าชิงรางวัลเมื่อวันพฤหัสบดี กลายเป็นสิ่งเดียวที่ได้รับการยอมรับในภาพยนตร์ที่พวกเธอแสดง
โรส เบิร์น คือตัวแทนหนึ่งเดียวจากภาพยนตร์เกี่ยวกับความเป็นแม่เรื่อง ‘อิฟ ไอ แฮด เล็กส์ ไอด์ คิกยู' (If I Had Legs I would perhaps Kick You) ซึ่งอาจแปลเป็นไทยได้ว่า ‘ถ้าฉันมีขา ฉันจะเตะคุณ' ขณะที่เคท ฮัดสัน พาชื่อภาพยนตร์เพลงเกี่ยวกับความรักเรื่อง ‘ซอง ซัง บลู' (Song Sung Blue) เข้าชิงรางวัลได้ด้วยตัวของเธอ
ด้านเอมี แมดิแกน นักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง ‘เวเพินส์' (Weapons) ได้เข้าชิงรางวัลจากบทบาทของเธอในฐานะป้าท่าทีแปลก ๆ ที่ปรากฏตัวในเมืองหนึ่งของสหรัฐฯ ก่อนที่เด็ก ๆ ในโรงเรียนละแวกนั้นจะหายตัวไป
การเสนอชื่อแมดิแกนเข้าชิงรางวัลอาจนับได้ว่าเป็นเรื่องน่าประทับใจที่สุด เพราะภาพยนตร์สยองขวัญแบบ ‘จัมพ์ สแกร์' (soar-fear – ภาพยนตร์ที่มักมีฉากที่อยู่ดี ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาให้คนตกใจ) ไม่ใช่ประเภทของภาพยนตร์ที่ถูกจริตของรางวัลออสการ์แบบดั้งเดิม
ทว่านักแสดงวัย 75 ปีคนนี้ได้รับเลือกจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีสิทธิโหวตเลือกหลายคน และแฟน ๆ ของเธอก็รณรงค์อย่างหนักให้เธอได้รับการยอมรับจากการแสดงที่น่าจดจำ (และน่ากลัวอยู่หน่อย ๆ)
7. รางวัลประเภทใหม่ ในลักษณะปนเปกันไป

ที่มาของภาพ : Getty Images
รางวัลประเภทใหม่ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่นี้ มีความทับซ้อนกับกลุ่มตัวเต็งหลายกลุ่ม โดยมีการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอย่าง ภาพยนตร์ ‘มาร์ตี้ ซูพรีม' (Marty Supreme) ‘วัน แบทเทิล อาฟเตอร์ อะนาเธอร์' (One Battle After Yet any other), ‘แฮมเน็ต' (Hamnet), ‘ซินเนอร์ส' (Sinners) และ ‘เดอะ ซีเคร็ต เอเจ็นท์' (The Secret Agent)
แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่จะทำให้เรารู้สึกงุนงงเล็กน้อยว่ามีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ดูเหมือนจะพลาดไป
ภาพยนตร์เรื่อง ‘เซนติเมนทัล แวลยู' (Sentimental Price) ล้มเหลวในการได้เข้าชิงรางวัลสาขาการคัดเลือกนักแสดงยอดเยี่ยม แม้นักแสดงเรื่องนี้ทั้ง 4 คน คือ สเตลลัน สการ์สการ์ด, แอล แฟนนิง, เรเนต เรนสเว และอิงกา อิบสดอตเตอร์ ลิลเลียส ได้รับการยอมรับให้เข้าชิงรางวัล
หากการแสดงของทั้งสี่คนน่าประทับใจมากพอจนแต่ละคนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล คุณอาจคิดได้ว่ามีโอกาสสูงที่ผู้กำกับการคัดเลือกนักแสดงอย่างเอวี คอฟแมน และอิงวิลล์ โคลเซ็ต ฮากา ที่คัดให้พวกเขาได้มาแสดงร่วมกัน
8. ทิโมธีเข้าใกล้ความเป็นผู้ยิ่งใหญ่มากขึ้น

ที่มาของภาพ : Getty Images
ในการประกาศรางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ ‘แซก อวอร์ดส' (SAG Awards) เมื่อปีที่แล้ว ทิโมธี ชาลาเมต์ พูดถึงความปรารถนาของเขาที่จะได้รับการยอมรับในฐานะ “หนึ่งในนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ของฮอลลีวูด”
เขาเข้าใกล้ความปรารถนาดังกล่าวขึ้นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ จากความเป็นไปได้ที่เขาจะคว้ารางวัลออสการ์ในปีนี้ จากการเป็นตัวเต็งในบรรดาผู้เข้าชิงสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมด้วยบทบาทในภาพยนตร์ดราม่าเกี่ยวกับกีฬาปิงปอง ‘มาร์ตี้ ซูพรีม' (Marty Supreme)
แม้ว่าเขาจะเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมาเพียงสองครั้งก่อนหน้านี้ แต่ชาลาเมต์มีชื่อเสียงในเดอะ อคาเดมีที่ให้รางวัล จากการที่เขาเคยแสดงในภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมถึงแปดเรื่อง
เขายังเป็นนักแสดงชายอายุน้อยที่สุดที่ได้เข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมสามครั้ง ต่อจากมาร์ลอน แบรนโด โดยแบรนโดมีอายุ 30 ปีในตอนที่ได้เข้าชิงรางวัลครั้งที่สามในปี 1954 เท่ากันกับชาลาเมต์ในตอนนี้
ทิโมธีเกือบจะคว้าชัยชนะในปีที่แล้วจากการแสดงบทบาทเป็นบ็อบ ดีแลน ในภาพยนตร์เรื่อง ‘อะ คอมพลีท อันโนน' (A Total Unknown) แต่เรามั่นใจว่าปี 2026 จะเป็นช่วงเวลาของเขาที่ครองบัลลังก์













