แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/4f60lw 📋 | ดู : 10 ครั้ง
ภราดร-ชี้ออกพรกกู้เงินเป็นทางเลือกสุดท้าย-ชี้ออกพรบ.โอนงบ-จัดงบปี-70-ใหม่

‘ภราดร’ ชี้การออกพ.ร.ก.กู้เงิน เป็นทางเลือกสุดท้าย เผยรัฐบาลมี 2 ทางเลือก ออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณ คาดได้ 5-6 หมื่นล้าน ขีดเส้นทุกหน่วยงานส่งกลับภายใน พ.ค.นี้ และการรื้อใหม่งบ 70 กำชับทำงบเท่าที่จำเป็น เพิ่มได้ไม่เกิน 20% จากเดิม


สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 21 เมษายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีให้นโยบายในการจัดทำงบประมาณปี 2570 มีข้อกังวลในเรื่องของการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อาจจะล่าช้าไม่ทันการใช้ตามปฏิทินงบประมาณที่จะต้องบังคับใช้ให้ทันวันที่ 1 ต.ค. 2569 ขอยืนยันว่า ตามปฏิทินงบประมาณที่สำนักงบประมาณชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สามารถบังคับใช้ได้ทันตามปฏิทินงบประมาณปกติ คือ วันที่ 1 ต.ค.นี้

@ส่องไทม์ไลน์งบประมาณ ยันทันใช้ 1 ต.ค.

สำหรับกรอบปฏิทินงบประมาณคร่าวๆ นายภราดรกล่าวว่า ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 พ.ค. 2569 หน่วยงานราชการหน่วยรับงบประมาณต้องเสนอคำขอมาที่สำนักงบประมาณ หลังจากได้รับแล้ว สำนักงบประมาณจะใช้เวลา 1 เดือน ในการพิจารณาคำของบประมาณ รวมถึงพิจารณาปรับลดรายการงบประมาณให้อยุ่ใต้วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท หลังจากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ประมาณช่วงวันที่ 2 มิ.ย. 2569 จากนั้น จะเข้าสู่ช่วงรับฟังความเห็นระหว่างวันที่ 3-9 มิ.ย. 2569 วันที่ 16 มิ.ย. 2569 นำกลับมาเข้าครม.พิจารณาเพื่อทราบในการรับฟังความเห็น หลังจากนั้นสำนักงบประมาณจัดทำรายละเอียดพ.ร.บ.งบประมาณ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร (สส.) และวุฒิสภา (สว.) พิจารณาต่อไป

หลังจากนั้นประมาณวันที่ 1-3 ก.ค. 2569 จะเป็นช่วงที่มีการพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณวาระที่ 1 หลังจากนั้นประมาณ 70 วัน จะเป็นช่วงพิจารณาตรวจสอบ ให้ข้อท้วงติง และปรับลดงบประมาณโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว จะนำกลับมาพิจารณาวาระ 2-3 ประมาณวันที่ 7-9 ก.ย. 2569 จากนั้นส่งต่อไปยัง สว. พิจารณาวันที่ 10-11 ก.ย. 2569 และคาดว่าจะพิจารณาจบในวันที่ 21 ก.ย. 2569 ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

@เข็นพ.ร.บ.โอนงบฯ คาดได้ 5-6 หมื่นล. ช่วยกู้วิกฤติ

นายภราดรชี้แจงถึงการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ โดยกล่าวว่า หลักการจะเป็นโอนเอางบประมาณที่แต่ละหน่วยงานรับงบประมาณดำเนินการไม่ทัน โดยจะเสนอที่ประชุมรัฐสภาในระยะถัดไป ซึ่งช่วงเวลาที่จะเสนอตั้งใจว่า จะเสนอให้เร็วที่สุด เพราะปัญหาจากสงครามยังรุนแรงและจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลในการเยียวยาประชาชน ก็จะออกให้เร็วที่สุด แต่ยังกังวลว่าอาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 140 ที่กำหนดให้นำเงินที่โอนงบประมาณไปชดใช้เงินคงคลังก่อน ซึ่งค้างอยู่ 70,000 ล้านบาท ดังนั้น จึงหาแนวทางว่าจะออกพ.ร.บ.นี้หลังจากที่พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ผ่านการพิจารณาของครม.แล้ว เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม คาดว่าพ.ร.บ.โอนงบประมาณคาดว่าจะได้เงินมาประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท และจะสามารถประกาศใช้ได้ในเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนจะขีดเส้นเอาเงินจากโครงการที่ยังไม่ประกาศเชิญชวน ทำสัญญาเมื่อไหร่นั้น ก็น่าจะก่อนที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ โดยกำลังดูว่าเป็นช่วงต้นเดือน พ.ค. หรือกลางเดือน พ.ค.นี้

ส่วนระยะเวลาใช้เงินที่มีไม่กี่เดือนนั้น นายภราดรกล่าวว่า การจัดทำงบประมาณช่วงสถานการณ์เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม จึงต้องตอบโจทย์การช่วยเหลือประชาชน

@สั่งลบงบไม่จำเป็น

ประเด็นต่อมา นายภราดรกล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 ให้หลักการไป 2 ข้อคือ 1.ความคุ้มค่า และ 2. งบประมาณฐานศูนย์ โดยจะต้องไม่อิงกับฐานเดิมที่แต่ละหน่วยงานเคยได้ แต้ต้องเป็นงบประมาณที่ตอบโจทย์สถานการณ์โลก สถานการณ์ประเทศ และโจทย์การเยียวยาช่วยเหลือประชาชน จึงมีแนวทางในหลายเรื่อง เช่น การทำคำขอของหน่วยรับงบประมาณ จะเสนอ 2-3 เท่า ทำให้เป็นภาระสำนักงบประมาณที่ใช้เวลาในพิจารณาปรับลดมาก แต่นายกรัฐมนตรีให้หลักการไว้ว่า ต้องทำคำขอเพิ่มขึ้นไม่เกิน 20% จากปีที่แล้ว รวมถึงให้กลั่นกรองโครงการที่มีประโยชน์และตอบโจทย์ และในเรื่องโครงการที่มีความสำคัญรองๆลงไป เช่น การก่อสร้างอาคารสำนักงานต่างๆ ให้ชะลอออกไปสัก 2-3 ปีก่อน หากมีความจำเป็นก็เช่าไปก่อน หรือทำ PPP ส่วนการดูงานต่างประเทศและอบรมสัมมนา จะไม่อนุญาตให้ไปดูงานต่างประเทศ แต่สำหรับข้าราชการที่จำเป็นต้องเดินทางไปประชุม ให้จำกัดจำนวนคนให้ได้มากที่สุด ส่วนจะรีดไขมันตรงอื่นอีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรีก็ให้นโยบายแล้วว่า ถ้าโครงการใดสำคัญน้อยให้เอาไว้ทีหลัง เพราะฉะนั้น ปลายทางของการพิจารณามันมีอยู่แล้ว

ทั้งนี้ การเพิ่มงบประมาณที่จะต้องไม่เกิน 20% จากปีที่แล้ว นายภราดรยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการเปิดช่องให้วิ่งเต้นจากฝ่ายการเมือง และเชื่อว่าคงไม่มี แต่ต้องตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลและประเทศ

นอกจากนี้ งบประมาณในส่วนกระทรวงมหาดไทยทั้งงบกลุ่มจังหวัดและงบจังหวัด งบกลุ่มจังหวัดก็ขอให้ผู้ว่าฯและกลุ่มจังหวัดงดเว้นไว้ก่อน ส่วนงบจังหวัด พวกงบทำถนน ทำแหล่งน้ำของจังหวัดให้ชะลอไปก่อน เพราะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว การอนุมัติอาจจะทำให้เกิดการซ้ำซ้อนได้ ส่วนการใช้พลังงานสะอาด ก็ให้หน่วยรับงบประมาณต่างๆเปลี่ยนผ่านพลังงานจากน้ำมันเป็นพลังงานสะอาด ทั้งการเช่ารถของหน่วยงานรับงบประมาณ และหากมีสัญญาผูกพันจากปีก่อนๆ ให้หน่วยงานเจรจาคู่สัญญาขอแก้ใหม่จากรถน้ำมันเป็น รถ EV ขณะเดียวกันก็รณรงค์ให้หน่วยงานต่างๆที่มีอาคาร ให้สนับสนุนในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น เป็นต้น

นายภราดรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะลดแผนบูรณาการจากปี 2569 ที่มี 9 แผน จะเหลือแค่ 3 แผน คือ แผนบูรณาการน้ำ แผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล และแผนบูรณาการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ส่วน 6 แผนที่เหลือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินงานในงบประมาณปกติของแต่ละหน่วยงานเอง

เมื่อถามว่า ประเมินไว้ว่า จะสามารถปรับลดงบประมาณรวมได้เท่าไหร่ นายภราดรกล่าวว่า ยังไม่มีการประเมิน จากการพูดคุยกับสำนักงบประมาณ หน่วยงานต่างๆจะเสนอคำขอขึ้นมาภายในวันที่ 1 พ.ค. นี้ ดังนั้น ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่แต่ละหน่วยงานต้องไปจัดเตรียมโครงการที่ตอบโจทย์ข้างต้นให้ได้ ถ้าทำได้งบประมาณก็จะคงอยู่ ส่วนจะเอามาจัดสรรเป็นงบกลางหรืองบแก้วิกฤติโดยเฉพาะ ก็เชื่อว่าทางกระทรวงการคลังมีแผนงานที่จะช่วยเหลือประชาชนหลายแผนงานมาก ซึ่งต้องใช้เงินมหาศาล บางส่วนอาจจะเสนอมาในคำของบประมาณ บางส่วนเสนอมาในขณะนั้นเลย ถ้าโครงการใดช่วยเหลือ เยียวยาประชาชน และเสนอคำขอเข้ามา ก็จะถูกพิจารณาจัดสรรงบให้ตามนโยบาย ดังนั้น ไม่ได้ตัดไว้ที่งบกลาง แต่พิจารณาตามที่หน่วยงานขอเข้ามา

ผู้สื่อข่าวอีกว่า โครงการไทยช่วยไทยประเมินแล้วใช้เงินเท่าไหร่ นายภราดรกล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยมีแผนงานที่จะช่วยประชาชนหลายกลุ่มมาก ทั้งโครงการสำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านคน, โครงการคนละครึ่งพลัสหรือไทยช่วยไทยในปัจจุบัน ประมาณ 20-30 ล้านคน โดยน่าจะได้ไม่น้อยกว่าครั้งที่แล้ว ส่วนวงเงินกำลังอยุ่ระหว่างการพิจารณาโดยกระทรวงการคลัง, โครงการปุ๋ยธงเขียว ที่ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ดำเนินการ, โครงการช่วยเกษตรกรลดดอกเบี้ยคนละครึ่งที่กู้เงิน ธกส. เป็นต้น

ส่วนที่ถามว่า งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เมื่อหักรายจ่ายประจำ จะเหลือใช้เท่าไหร่ นายภราดรกล่าวว่า จะเหลือ 700,000-800,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการแถลงข่าวครั้งนี้ แสดงว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินจำนวน 500,000 ล้านบาท แล้วใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า คิดว่าน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้าย

ที่มา สำนักข่าวอิศรา ( isranews.org )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

21 เม.ย. 69 เวลา 21.35 น. ปิดเบี่ยงจราจร ถ.สุขุมวิท ขาเข้า บ 2026-04-21 14:54:00

รับชม นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติด

สภาพไฟป่าแก่งกระจานลุกลามหนักแล้วมีพื้นที่ถูกเผากว่า 5,000 ไ

กรมทะเล เดินหน้าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริฯ วางแผน

“หาดใหญ่” ขอรับบริจาคเลืoดให้ ด.ช.สิทธินนท์ กิ่งเพ็ง อายุ13ป 2026-04-21 15:06:00

"ทนายบิ๊กโจ๊ก" แถลงโต้ หลังตำรวจปล่อยคลิปเสียงสินบนทองคำ 246 บาท เชื่อถูกใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาดั

ศูนย์คุณธรรม ขยายผลต้นแบบความดี Thailand Staunch Awards 2025 ชวนส่งผลงานสื่อสร้างสรรค์ 8 สาขา

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทย

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเรืออิหร่านที่ถูกสหรัฐฯ ยึด

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/4f60lw 📋 | ดู : 10 ครั้ง

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


    Share via
    Click to Hide Advanced Floating Content
    ×

    มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

    ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

    ไปกันเล้ยยย
    Send this to a friend
    ล่าสุด
    ×