
‘นรเศรษฐ์-นพ.เปรมศักดิ์' สว.อัดนโยบายรัฐไร้โรดแมปแก้ รธน. เมินเจตจำนง 21 ล้านเสียง จี้รองนายกฯ กฎหมายรับผิดชอบ ขีดเส้นต้องเริ่มภายในปี 69
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายถึงนโยบายด้านการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่านโยบายที่รัฐบาลนำเสนอต่อรัฐสภานั้น สวนทางกับเจตจำนงของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่ต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายนรเศรษฐ์ อภิปรายว่า จากการตรวจสอบเนื้อหาในเอกสารคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พบว่ามีการกล่าวถึงการทำประชามติเพียง “ประโยคเดียว” ในลักษณะที่บางเบา และเป็นการอธิบายถึงสิ่งที่ดำเนินการไปแล้วในสมัยรัฐบาลก่อนหน้าเท่านั้น นอกจากนี้ จากการสำรวจคำว่า “รัฐธรรมนูญ” ในเอกสารฉบับเดียวกัน พบว่าปรากฏอยู่เพียง 3 ครั้ง และทุกครั้งเป็นการระบุเพื่อยืนยันว่าการดำเนินการของรัฐบาลจะสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
“รัฐบาลกำลังเคารพกติกา และขณะเดียวกันท่านก็กำลังยึดติดกับกติกาที่ประชาชนไม่ได้ยอมรับ ข้อเท็จจริงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าประชาชน 21 ล้านเสียงบอกชัดเจนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สำหรับผมมันคือเสียงตะโกน แต่คำแถลงนโยบายกลับเลือกทำเป็นไม่ได้ยิน” นายนรเศรษฐ์กล่าว
นายนรเศรษฐ์ ยังได้หยิบยกบทสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีผ่านรายการโทรทัศน์ก่อนหน้านี้มาทวงถาม โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า มติของประชาชนออกมาอย่างไรก็ต้องดำเนินการตามนั้น และเคยตอบคำถามว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนหรือไม่ด้วยประโยคที่ว่า “นี่มติของประชาชนนะครับ มติประชามติไม่ด่วนได้หรือ” แต่เมื่อมาเป็นนโยบายรัฐบาลกลับไม่มี Roadmap ที่ชัดเจนแม้แต่บรรทัดเดียว
ในช่วงท้ายของการอภิปราย นายนรเศรษฐ์ระบุว่า นี่ไม่ใช่ความบกพร่องในการเขียนนโยบาย แต่คือ “จุดยืน” ของรัฐบาลที่เลือกจะไม่แตะต้องรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจเดิมเอาไว้ พร้อมตั้งคำถามทิ้งท้ายถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีว่า
“ระหว่างการรักษาอำนาจของตัวเอง กับการเคารพเจตจำนงของประชาชน ท่านเลือกอะไร 21 ล้านเสียงยังไม่ดังพอสำหรับรัฐบาลชุดนี้ใช่หรือไม่ และต้องให้ดังถึงระดับไหน รัฐบาลถึงจะยอมเปลี่ยนกติกาของประเทศนี้” นายนรเศรษฐ์ระบุ
ทางด้าน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้อภิปรายตอกย้ำในประเด็นดังกล่าว โดยระบุถึงตัวเลขผลประชามติที่ชัดเจนว่ามีประชาชนถึง 21 ล้านเสียงเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะที่ 11 ล้านเสียงไม่เห็นชอบ ซึ่งถือเป็นมติมหาชนที่รัฐบาลไม่อาจละเลยได้ พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดในคำแถลงนโยบายจึงไม่ระบุขั้นตอนการดำเนินงานให้ชัดเจน
นพ.เปรมศักดิ์ อภิปรายว่า หากรัฐบาลหลงลืมเรื่องนี้ไป ขอให้เร่งเติมเนื้อหาเข้าไปในแผนการดำเนินงาน และควรมีคำสั่งมอบหมายให้ชัดเจนว่า “รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย” จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลโดยตรง นอกจากนี้ยังยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ตัวถ่วงของการบริหารราชการแผ่นดิน แต่สามารถทำควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาปากท้องและวิกฤตเศรษฐกิจได้
นพ.เปรมศักดิ์ ยังได้กล่าวเตือนรัฐบาลด้วยน้ำเสียงดุดันว่า หากรัฐบาลมีพฤติกรรม “เบี้ยว” หรือเพิกเฉยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะต้องเผชิญกับผลกระทบอย่างรุนแรงแน่นอน พร้อมขีดเส้นเสียชีวิตการทำงานเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
“หากรัฐบาลเบี้ยวแก้รัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะเจอดีแน่ และผมขอให้รัฐบาลทำโดยด่วน โดยขอให้ทำภายในสมัยประชุมนี้ หรืออย่างช้าอย่าให้เกินสมัยประชุมหน้า หรือไม่เกินปี 2569 ซึ่งต้องตั้งต้นเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่ตอนนี้ เรื่องนี้ช้าไม่ได้” นพ.เปรมศักดิ์ ระบุ













